เดินทางมาจนครบ 1 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศูนย์การค้า “เซ็นทรัล พาร์ค” เมกะโปรเจกต์กลางกรุงมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท (ขณะที่มูลค่าโครงการรวมทั้ง 4 องค์ประกอบอยู่ที่ 46,000 ล้าน) ของ “เซ็นทรัลพัฒนา” จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค กับความสำเร็จที่น่าจับตาในฐานะพี่ใหญ่แห่งวงการค้าปลีก และก้าวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม
Brand Buffet สรุป 10 ประเด็นสำคัญของ “เซ็นทรัล พาร์ค” ความสำเร็จภายใต้การนำของ “คุณคุณายุธ เดชอุดม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสินทรัพย์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล พาร์ค บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่ขับเคลื่อนแผนงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อ 4 กันยายน 2568 หลังเปิดให้บริการครบ 1 ปี มีทราฟฟิคกว่า 25 ล้าน Visits หรือเฉลี่ยราว 65,000-75,000 Visits ต่อวัน แบ่งเป็นชาวไทย 15 ล้านราย นักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 ล้านราย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวเอเชียมากสุด เช่น จีน ไต้หวัน ตามมาด้วยตะวันออกกลาง และยุโรป
2. จากจำนวนผู้มาเยือนข้างต้นส่งผลให้ “เซ็นทรัล พาร์ค” ขึ้นท็อป 3 ศูนย์การค้าเบอร์ต้นของทาง “เซ็นทรัลพัฒนา” ที่มีผู้มาเยือนมากที่สุด รองจากเบอร์ 1 อย่าง เซ็นทรัลเวิลด์ และ เบอร์ 2 อย่าง เซ็นทรัลเวตส์เกตและเซ็นทรัลลาดพร้าว
3.ปัจจุบันส่วนของรีเทล มีผู้เช่าแล้ว 98% ขณะที่ส่วนของออฟฟิศ Central Park Offices มีผู้เช่า 80% (ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการโยกย้าย) และ The Residences at Dusit Central Park มียอดขายแล้ว 96% และยังมีโรงแรม Dusit Thani Bangkok ได้รับการยอมรับในระดับโลก
4. อีกหนึ่งคีย์ไฮไลต์ที่ดึงดูดให้ผู้คนมาที่นี่คือ Roof Park หรือพื้นที่สีเขียวกว่า 7 ไร่ ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง นักท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างไลฟ์สไตล์ใหม่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนเมือง ที่เชื่อม Urban Lifestyle เข้ากับสวนลุมพินี
5.จากนี้ไป เซ็นทรัล พาร์ค จะเดินหน้าสร้างแม็กเนตใหม่ๆ ทั้งร้านอาหาร กิจกรรม อีเวนต์ มากยิ่งขึ้น หรือพื้นที่แห่งประสบการณ์ของผู้คนสร้างสรรค์ Content และ Experiences ตลอดทั้งปี ครอบคลุม Food, Art, Music, Design, Events และ Culture ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง หลังที่ผ่านมามีแบรนด์ระดับโลกมาเปิดแล้วมากมาย อาทิ Blue Bottle Coffee สาขาแรกในประเทศไทย , ZARA Duplex Concept Store รูปแบบใหม่ล่าสุดในรอบกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นสาขาแรกในเอเชีย
6.หนึ่งในแผนงานคัญคือการพัฒนาคาแรคเตอร์ของตัวเอง (ศูนย์การค้า)ให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ ตลอดจนการยกระดับต่างๆ เพื่อความยูนีคของศูนย์ในฐานะ ‘Bangkok’s World Stage’ พื้นที่ที่เปิดรับสิ่งใหม่จากทั่วโลก และเปิดโอกาสให้โลกได้เห็นเสน่ห์ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของกรุงเทพฯ ผ่านผู้คน แบรนด์ ศิลปะ วัฒนธรรม และประสบการณ์ใหม่ ๆ ต้อนรับผู้มาเยือน
7.โดยส่วนสำคัญของการเพิ่มแบรนด์ระดับโลกคือ ร้านอาหารรวมถึง Michelin Guide ที่ตอบโจทย์ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อผลักดันให้กลายเป็น Global Destination สำคัญที่ต้องมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ากรุงเทพ
8.นอกจากความสะดวกสบายด้านการเดินทาง ทั้งรถไฟฟ้า BTS สถานี ศาลาแดง และรถไฟฟ้าใต้ดินสีลม MRT และทางด่วนบริเวณใกล้เคียงแล้ว อีกหนึ่งความคืบหน้าที่สำคัญคืออุโมงค์ทางเชื่อมใต้ดิน สถานีสีลม (MRT) ที่กำลังก่อสร้าง คาดกว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายไตรมาส 1/2570 ไปจนถึง ต้นไตรมาส 2/2570 ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการเดินทางของลูกค้าได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเดินขึ้นมาบนถนน
9.แม้จะอยู่ห่างจาก เซ็นทรัลเวิลด์ เพียงราว 4 กิโลเมตร แต่ “คุณคุณายุธ เดชอุดม” บอกว่า แนวทางการพัฒนาทาง 2 ศูนย์การค้าจะวาง Positioning แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดย เซ็นทรัลเวิลด์ คือศูนย์การค้าขนาดใหญ่มากในระดับภูมิภาคอาเซี่ยน ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมของทุกๆอย่างทุกแบรนด์ แต่ “เซ็นทรัล พาร์ค” คืออีกหนึ่งโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่คัดสรรมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น ชอบวิ่งตอนเช้า คนที่มาเจอเพื่อน หรือไปแฮงเอาท์ต่อก็สามารถทำได้
10.อย่างไรก็ดีแม้สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในขณะนี้จะต้องเผชิญปัจจัยลบหลายด้านทั้ง ลดระยะเวลาพำนักฟรีวีซ่า ของนัดท่องเที่ยวเหลือ 30 วัน (จาก 60 วัน) ปัญหาสภาพเศรษฐกิจต่าง ที่ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่ “เซ็นทรัล พาร์ค” เชื่อว่าจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ หรือกลุ่มลุกค้าหลักของศูนย์การค้ากลางกรุงฯ จากแผนงานทั้งหมดตั้งเป้าทราฟฟิกเติบโตในปี 2570 อีก 10%








