หมุดหมายใหม่และทิศทางคอนเทนต์ไทย คือ สามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดไทยและก้าวข้ามขีดจำกัดไปเติบโตครองใจผู้ชมในเวทีโลก
ปัจจุบันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยมีมูลค่าราว 43,000 ล้านดอลล่าสหรัฐ (1.44 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 8% ของจีดีพี และสร้างมูลค่าการส่งออกกว่า 12,000 ล้านดอลล่าสหรัฐต่อปี
ภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชั่น เกม และดิจิทัลคอนเทนต์ไทยกำลังได้รับความสนใจและเข้าถึงผู้ชมทั่วโลก ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านคอนเทนต์แนว Boys’ Love (BL) และ Girls’ Love (GL) เป็นตลาดคอนเทนต์ที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดงาน Thailand Content Market 2026 (TCM2026) เพื่อเป็นเวทีผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดโลก
โดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (RTBPF) ร่วมเปิดมุมมองและวิเคราะห์เจาะลึกถึงโอกาส อุปสรรค และภาพรวมที่จะพาคอนเทนต์ไทยข้ามขีดจำกัดไปสู่ระดับสากล ในหัวข้อ “พิกัดใหม่คอนเทนต์ไทย รอดในบ้าน รุกในโลก” The New Frontier of Thai Content ผ่านมุมมอง คุณผ่านศึก ธงรบ ผู้เชี่ยวชาญตลาดสตรีมมิ่งและธุรกิจคอนเทนต์ และคุณไก่ ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับภาพยนตร์ ซีรีส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทอันเดอร์ด็อคฟิล์ม

คุณผ่านศึก ธงรบ
คอนเทนต์ไทยยุทธศาสตร์แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
คุณผ่านศึก ธงรบ ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคอนเทนต์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง มองว่าคอนเทนต์ไทยเติบโตได้ดีในตลาดโลกและน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยทุกแพลตฟอร์มมีกลยุทธ์ใช้ Local Content ดึงดูดผู้ชมในประเทศนั้นๆ แต่คอนเทนต์ไทยทำงานมากกว่าไปกว่านั้น เพราะดึงดูดผู้ชมได้ทั่วโลก จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่หลายแพลตฟอร์มจำเป็นต้องมีคอนเทนต์ไทย
“ไม่ใช่ว่าทุกคอนเทนต์สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ แต่คอนเทนต์ไทยมีศักยภาพสูงในการเดินทางไปได้ดีในต่างประเทศ”
เสน่ห์คอนเทนต์ไทย คือ ตัวตนที่ชัดเจน ซีรีส์วาย (BL) ไทย มีเอกลักษณ์ชัดเจนแม้ไม่ได้ริเริ่มทำก่อน แต่ก็ก้าวมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลกในตลาดซีรีส์วาย โดยมีอัตลักษณ์บางอย่างชัดเจน แม้ในตลาดมีความพยายามทำให้คล้ายซีรีส์วายไทย แต่ก็ไม่เหมือนกัน จากเสน่ห์เฉพาะตัว
ยุค Content Overload มี Channel และแพลตฟอร์มจำนวนมาก การหาคอนเทนต์ที่เหมาะสมในแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องดึงความสนใจ (attention) ให้ได้ในระยะเวลาอันสั้น รวมทั้งต้องทำการตลาดให้น่าสนใจ ทั้งตัวนักแสดง อีเวนต์ เพื่อดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมกับคอนเทนต์
สภาพตลาดปัจจุบันมีเวทีสนับสนุนให้ครีเอเตอร์ไทยสร้างสรรค์งานได้หลากหลาย ไม่ใช่สำหรับผู้ชมไทยเท่านั้น แต่เป็นการทำงานที่รองรับตลาดโลกจากแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้สะดวก ด้วยพลังคอนเทนต์ไทยทำให้ครีเอเตอร์ทำงานได้กว้างขึ้น
ตลาดคอนเทนต์เอเชียยังเติบโตได้อีกในตลาดโลก อย่าง ซีรีส์วาย ที่จับทางตัวเองได้ชัดเจนแข็งแรงไม่ต่างจากคอนเทนต์ซีรีส์เกาหลีที่โดงดัง แต่ด้วยปริมาณยังอาจจะน้อยอยู่ แต่ทุกอย่างแข่งขันและสู้ได้

คุณไก่ ณฐพล บุญประกอบ
คอนเทนต์ประเด็นสังคมเจาะตลาดโลก
คุณไก่ ณฐพล บุญประกอบ นักสร้างสรรค์คอนเทนต์แถวหน้าของเมืองไทย เริ่มต้นจากผลงานเขียนบทภาพยนตร์ Suckseed มาถึงผู้กำกับซีรีส์ “สงครามส่งด่วน” และ “ทนายปีศาจ” ทาง Netflix ที่สร้างชื่อระดับโลก กล่าวว่าการทำงานสร้างสรรค์ เริ่มจากสิ่งที่ตัวเองสนใจ ส่วนตัวเป็นคนที่อินกับประเด็นสังคม (Social Issue) มองว่าเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกรู้สึกเชื่อมโยงกับประเด็นเหล่านี้ได้ไม่แตกต่างกัน
อย่าง ซีรีส์ “สงครามส่งด่วน” ก็มาจากเด็กดอยที่กลายเป็นยูนิคอร์น เป็นการต่อสู้ของคนตัวเล็ก ที่ทำทุกวิธีทางเพื่อเดินทางขึ้นสู่ที่สูง ซีรีส์ “ทนายปีศาจ” เป็นเรื่องที่ใช้ช่องโหว่ในกระบวนการยุติธรรมในการทำให้ตัวเองพ้นผิด ทุกสังคมก็มีช่องโหว่ ผู้คนก็รู้สึกเชื่อมโยงกับประเด็นที่คอนเทนต์นำเสนอ
ประเภทของหนังในตลาดโลก แนวประเด็นสังคมของแต่ละประเทศ ก็เป็นที่ต้องการและได้รับความสนใจไม่ต่างจากแนวอื่นๆ เห็นได้จาก Parasite หนังเสียดสีสังคมเกาหลีใต้ แนวดราม่าแอคชั่น แต่แกนหลักของเรื่องคือประเด็นสังคม เป็นเรื่องความแตกต่างของชนชั้นที่รุนแรง
หนัง Parasite จึงที่ถือเป็นแฟลกชิปของประเด็นสังคมยุคใหม่ หนังจึงเดินทางไปได้ไกลทั่วโลกเพราะคนรู้สึกเชื่อมโยงกับประเด็นนี้
คอนเทนต์ในประเทศไทย นอกจากแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ในมุมประเด็นสังคม คนก็เริ่มสนใจมากขึ้น มาจากคนรุ่นใหม่สนใจประเด็นสังคม การเรียกร้องสิทธิต่างๆ คอนเทนต์ ซีรีส์ ที่เป็นกระแสฮิตในประเทศไทยยุคนี้ไม่ใช่แค่ดูจบ ชื่นชมแล้วจบเลย แต่กลายเป็นกระแสสังคมที่พูดต่อในวงกว้าง ทำให้คอนเทนต์ไปได้ไกล
การสร้างสรรค์ผลงานแต่ละโปรเจกต์ เริ่มจากทำให้ “คนไทยดูก่อน” ไม่ได้คิดว่าต้องทำให้คนต่างชาติดูก่อน เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อคนไทยดูแล้วชื่นชอบ ผลงานจะเดินทางไปต่างประเทศได้เองผ่าน Global Platform อย่างการดูคอนเทนต์เกาหลี หรือหนังจากประเทศต่างๆ ผู้ชมต้องการดูสิ่งที่เป็นยูนีค ของประเทศนั้นๆ “เราไม่ได้มองหาซีรีส์เกาหลีที่พยายามพูดกับคนไทย”
ฉีกกรอบคอนเทนต์ Safe Zone
แนวทางการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในยุคนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มากกว่าเดิม จำเป็นต้องออกจาก Safe Zone คือทำคอนเทนต์แนวเดิมๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของคนดู แต่ผู้ผลิตหลายรายไม่อยากฉีกกรอบ วนเวียนกับแนวทางที่เคยประสบความสำเร็จ ขณะที่นักลงทุนไม่อยากเสี่ยง
คุณผ่านศึก มองว่าการลงทุนกับสิ่งที่มี Success Case ก็มีความเสี่ยงต่ำ แต่การเสี่ยงต่ำ Return ก็ไม่สูงเช่นกัน ดังนั้นครีเอเตอร์ที่มี Safe Zone ต้องเรียนรู้และมีความทะเยอทะยานให้มากขึ้น เพราะคนดูเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ต้องการผลงานใหม่ๆ ดังนั้นการเสี่ยงสูงก็มีโอกาสที่ได้ผลตอบแทนสูงขึ้นด้วย จึงเป็นแนวคิดที่น่าสนใจในการทำคอนเทนต์ใหม่ๆ ในยุคนี้
“การทำคอนเทนต์ต้องมีกฎกติกาที่ชัดเจน ในฝั่งครีเอเตอร์เองก็ต้องพร้อมที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ฉีกกรอบออกจาก Safe Zone เดิมๆ ไปด้วยกัน เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างเลือก topic ที่น่าสนใจ และต้องทะเยอทะยานในการทำงานใหม่ๆ ไปด้วยกัน”
เทรนด์คอนเทนต์ในตลาดโลก คือ คนต้องการเสพคอนเทนต์คุณภาพ ลึกขึ้น มีมิติมากขึ้นและต้องให้ความบันเทิงด้วย เพราะสุดท้ายคนยังต้องการความบันเทิงในการรับชม
คุณณฐพล เล่าว่าซีรีส์ “ทนายปีศาจ” ถือเป็นการหลุด Safe zone การทำคอนเทนต์แบบเดิมๆ เพราะการทำคอนเทนต์บางกลุ่มอาชีพ มักถูกตั้งคำถามเยอะ
ซีรีส์ “ทนายปีศาจ” เริ่มต้นมาจากทีมเขียนบท แซม-จักริน เทพวงค์ และ ซัน-ทรงพล จันทรสม ที่คิดโปรเจกต์นี้มา 4-5 ปี และถูกปฏิเสธจากหลายสตูดิโอ เพราะไม่มี Case Study คอนเทนต์แนวนี้ในตลาด ที่พูดประเด็นสังคมสายดาร์กของอาชีพทนาย ทำให้นักลงทุนอาจมีคำถามเยอะ
แต่หลังจากผ่าน Content Lab ของ CEA ไปถึง Netflix ก็พร้อมลงทุนกับโปรเจกต์นี้ ทาง Netflix มองความเสี่ยงคนละเงื่อนไขกับนักลงทุนทั่วไป จึงอนุญาตให้ได้ทดลองโปรเจกต์แม้ไม่มีผลงานอ้างอิงแนวนี้มาก่อนในตลาด และเป็นการหลุด Safe zone การทำคอนเทนต์แบบเดิมๆ
เปิดโอกาส “หน้าใหม่” ทดลองโปรเจกต์
คุณณฐพล มองว่าข้อจำกัดของอุตสาหกรรมหนัง ซีรีส์ ในประเทศไทย คือช่องว่างระหว่าง “หน้าใหม่” (New Comer) และผู้ผลิตที่มีประสบการณ์แล้ว เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง และธรรมชาติของนักลงทุนไม่ต้องการลงทุนกับคนไม่รู้จัก หรือหน้าใหม่ที่ไม่เคยมีผลงานมาก่อน จึงเป็นช่องว่างว่ากว่าหน้าใหม่จะมีโอกาสในการทำงานต้องใช้เวลานาน เพื่อทดลองสร้างโปรเจกต์เล็กๆ ของตัวเอง เพราะมีทุนอิสระหรือทุนให้เปล่าสนับสนุนมีไม่มาก
หากมีผู้สนับสนุนอิสระมากขึ้น เงินจะถูกอัดฉีดให้หน้าใหม่ได้มีโอกาสทดลองทำงานและแจ้งเกิดมมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เติบโตได้ อุตสาหกรรมนี้ต้องการ Sandbox ลองผิดลองถูก เป็นฟูกให้คนได้ทดลองล้มแบบไม่เจ็บมากเพื่อโอกาสต่อไป
ตัวอย่าง “บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ” ทำหนังเรื่องแรก “เคาท์ดาวน์” ไม่มีใครจำได้ แต่ต่อมาทำหนัง “ฉลาดเกมส์โกง” ที่ดังไปทั่วโลก มีรีเมกหลายเวอร์ชันรวมทั้งฮอลลีวู้ด นี่คือตัวอย่างที่คนทำงานในอุตสาหกรรมนี้ต้องการ Sandbox เพื่อทดลองงาน ได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ ได้สร้างคน และไปต่อระดับโลกได้
ดังนั้นหากภาครัฐเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น เชื่อว่าอุตสาหกรรมนี้มีศักยภาพเติบโตได้อีกมา ยังมีผู้ผลิตหนังจำนวนมากที่ยังไม่มีโอกาสทำงานชิ้นแรก ที่อาจจะ “เจ๊ง” หรือ “เจ๋ง” ก็ได้
“คนอาจมองว่าผมสำเร็จแล้ว แต่ที่จริงทุกงานต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง การถูกปฏิเสธ (reject) การทำผิดพลาด และทำได้ไม่เหมือนที่ตัวเองคาดหวัง เกิดขึ้นได้เสมอ เพราะเป็นเรื่องปกติของการทำงานสร้างสรรค์ คนทำงานหน้าใหม่วันนี้ไม่ได้โดดเดียว อย่าไปกลัว อย่าไปท้อ เมื่อรู้สึกผิดหวังก็นอนให้พอเราจะผ่านไปได้”








