HomeBrand Move !!‘Bite & Blend’ โมเดล Grab & Go จาก The Coffee Club มาพร้อมไฮไลต์ Panini-Healthy Drinks จับคนเมืองยุคเร่งรีบ

‘Bite & Blend’ โมเดล Grab & Go จาก The Coffee Club มาพร้อมไฮไลต์ Panini-Healthy Drinks จับคนเมืองยุคเร่งรีบ

แชร์ :

ในยุคที่ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะคนเมืองที่ต่างต้องเผชิญความเร่งรีบระหว่างวัน ทำให้การมองหามื้ออาหารที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก รวดเร็ว แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติที่ดีเพื่อช่วยเติมพลังระหว่างวัน เหล่านี้กลายเป็นโจทย์สำคัญที่แบรนด์ร้านอาหารต้องนำมาพัฒนาเพื่อตอบโจทย์คนยุคใหม่

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ทั้งนี้เพื่อรองรับแนวโน้มดังกล่าว The Coffee Club จึงพลิกโฉมธุรกิจครั้งสำคัญ เปิดตัวโมเดลใหม่ ‘The Coffee Club, Bite & Blend’ ประเดิมสาขาแรก ‘Dusit Central Park’ ชูคอนเซปต์ ‘Everyday Mood Booster’ หวังอุดช่องว่างตลาด Grab & Go ด้วยการจับคู่ Panini Sandwich และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หวังรีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใส มุ่งเจาะฐานกลุ่ม Gen Z พร้อมวางหมากเป็น Growth Platform ปั๊มยอดขายและสปีดการขยายสาขาในทำเลศักยภาพ

 

ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในรูปแบบ Grab & Go กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ทว่าท่ามกลางตัวเลือกที่มากมายในท้องตลาด กลับยังคงมี “ช่องว่าง” สำคัญ นั่นคือการขาดแบรนด์ที่สามารถหลอมรวมระหว่างอาหาร Grab & Go คุณภาพเยี่ยม และเครื่องดื่มที่สร้างความสดชื่นไว้ด้วยกัน ภายใต้ภาพลักษณ์ไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย

คุณนงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เอ็มเอฟ คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จำกัด กล่าวว่า ในอดีต The Coffee Club อาจถูกภาพจำว่าเป็นร้าน Full Cafe ขนาดใหญ่ที่เหมาะกับการนั่งทานมื้อเช้าแบบจัดเต็ม แต่จาก Learning ในช่วงโควิด-19 และเทรนด์โลกปัจจุบัน พบว่าพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลูกค้าต้องการ “ความเร็ว” (Speed) และ “สุขภาพ” (Health) ในเวลาเดียวกัน คนเมืองเริ่มมองหาอาหารที่หยิบทานได้ง่าย (Handheld) แต่ต้องไม่ทำลายสุขภาพเหมือน Fast Food ทั่วไป

 

คุณนงชนก สถานานนท์

คุณนงชนก สถานานนท์

 

จากอินไซต์ดังกล่าว นำมาสู่ก้าวสำคัญของ เดอะ คอฟฟี่ คลับ (The Coffee Club) ในการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ ‘The Coffee Club, Bite & Blend’ เพื่อตอบโจทย์จังหวะชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ที่ไม่เพียงต้องการความสะดวกรวดเร็ว แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ

“แนวคิดของ The Coffee Club, Bite & Blend เริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคเมืองยุคใหม่ที่มีจังหวะชีวิตเร็วขึ้น แต่ยังต้องการตัวเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ อร่อย สะดวก และตอบโจทย์การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังพบว่าตลาด Grab & Go มีตัวเลือกอยู่มาก แต่ยังมีช่องว่างสำหรับแบรนด์ที่สามารถรวม “อาหาร Grab&Go ที่อร่อย” และ “เครื่องดื่มที่ช่วยเติมความสดชื่น” ไว้ในประสบการณ์เดียวกัน Bite & Blend จึงถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นโมเดลที่ตอบโจทย์หลายมู้ดของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นมื้อเร่งรีบ มื้อเบา ๆ ระหว่างวัน หรือช่วงเวลาที่ต้องการเครื่องดื่มเติมพลัง”

 

ชูจุดยืน ‘Everyday Mood Booster’ ที่มากกว่าคำว่า Grab & Go

ความน่าสนใจของโมเดล ‘Bite & Blend’ คือการวางจุดยืนในฐานะ ‘Everyday Mood Booster’ หรือผู้ช่วยเติมเต็มความรู้สึกดี ๆ ในทุกช่วงเวลาของวัน ซึ่งฉีกกรอบการเป็นเพียงร้าน Grab & Go ทั่วไปที่ลูกค้าแวะซื้อแล้วจากไป แต่เป็นการสร้าง Top of Mind ที่ลูกค้านึกถึงในหลากหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าอันเร่งรีบ มื้อกลางวัน มื้อเบา ๆ ระหว่างวัน หรือการเติมพลังด้วยเครื่องดื่มยามบ่าย

โดยยังคงจุดแข็งเดิมอย่างส่วนของกาแฟ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Core Value สำคัญของ The Coffee Club ที่มีความโดดเด่นในฐานะแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน พร้อม Signature Coffee Blend ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ และยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของลูกค้าในทุกวัน

 

 

จุดเด่นของ Bite & Blend คือการนำเสนอทั้ง “Bite” และ “Blend” ในรูปแบบที่สมดุลกัน Panini Sandwich เป็นเมนูที่ทานง่าย สะดวก อิ่มอยู่ท้อง และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ on-the-go ขณะที่ Healthy Smoothies, Cold Pressed Drinks และ Coffee ช่วยเติมความสดชื่นและเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าปรับตามมู้ดของตัวเองได้

ตัวเมนูเน้นความสมดุลระหว่าง “Bite” ซึ่งมี Panini Sandwich (ขนมปังธัญพืช) เป็นตัวชูโรง ด้วยคุณสมบัติที่ทานง่าย อิ่มท้อง เหมาะกับไลฟ์สไตล์ On-the-go และ “Blend” ผ่านเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่าง Healthy Smoothies, Cold Pressed Drinks ควบคู่ไปกับ Signature Coffee Blend ซึ่งการจับคู่เมนูนี้ จะเป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดอาหารพร้อมทานทั่วไป

 

 

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคชาวไทย (Local Relevance) แบรนด์ได้นำเมนูยอดนิยมจากสาขาหลักมาประยุกต์เป็นไส้ Panini เช่น The Breakfast Club และ All Day Steakhouse พร้อมทั้งสร้างสรรค์รสชาติที่คุ้นเคยเพื่อดึงดูดกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และนักศึกษา อาทิ ไส้หมูหยองพริกเผา และ กล้วยคาราเมลชีส

โมเดลนี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่ม Gen Z และ Young Urban Consumers ผ่านการรีเฟรชอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Corporate Identity) ทั้งการปรับโลโก้ การใช้สีสัน และแพ็กเกจจิ้งให้มีความสนุกสนาน สดใส และร่วมสมัยมากขึ้น ตอบรับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มองหาเพียงสินค้าราคาดี แต่ต้องการแบรนด์ที่มีคาแรคเตอร์ โดดเด่น และสามารถแชร์ต่อในโลกโซเชียลได้

 

ปักหมุดมิกซ์ยูสกลางเมือง ‘Dusit Central Park’ ปั้น  “Growth Platform” ระยะยาว

‘Bite & Blend’  สาขาแรกนำร่องที่ ‘Dusit Central Park’ โครงการมิกซ์ยูสใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการทดสอบโมเดลกับกลุ่มเป้าหมายจริง ทั้งคนทำงานในเมืองและนักท่องเที่ยว โดยแผนงานในอนาคตเตรียมขยายโมเดล Bite & Blend ไปยังทำเลที่มีศักยภาพและมีทราฟฟิกหนาแน่น เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าใจกลางเมือง และพื้นที่ Mixed-use ต่าง ๆ

เป้าหมายระยะแรกของแบรนด์ มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ต่อคอนเซปต์ใหม่ การวัดความถี่ในการซื้อซ้ำ และสัดส่วนยอดขายจากการจับคู่เมนู อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญของการบริหารจัดการโมเดลนี้คือ “การรักษาสมดุลระหว่างความเร็ว ความสะดวก และคุณภาพของสินค้า” ให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับพรีเมียมของแบรนด์

 

“Bite & Blend ยังสามารถเป็นพื้นที่ทดลองสินค้าใหม่ เมนูใหม่ และรูปแบบการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มใหม่ได้อย่างดี หากเมนูหรือแนวคิดใดได้รับการตอบรับสูง ก็มีโอกาสนำไปต่อยอดในสาขาหลักของ The Coffee Club ได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเมนู Panini บางรายการ เครื่องดื่มบางกลุ่ม หรือแนวทางแพ็กเกจจิ้งและ branding ที่ช่วยให้แบรนด์ดูสดใหม่และเข้าถึงง่ายขึ้น”

 

ในระยะยาว ‘Bite & Blend’ จะทำหน้าที่เป็น Growth Platform ที่เพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายสาขาและเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ จากเดิมที่ The Coffee Club แข็งแกร่งในฐานะ All-Day Dining Café โมเดลใหม่นี้จะเข้ามาช่วยอุดช่องว่างและขยายบทบาทเข้าสู่ตลาด Grab & Go ของคนเมืองโดยสาขารูปแบบนี้ยังจะเป็นเสมือน “ห้องแล็บ” ในการทดลองสินค้าและเมนูใหม่ ๆ ซึ่งหากเมนูใดได้รับการตอบรับที่ดี ก็พร้อมที่จะนำไปต่อยอดและปรับใช้กับสาขาหลักเต็มรูปแบบทั่วประเทศในอนาคตเช่นกัน


แชร์ :

You may also like