HomeSponsored7 ทศวรรษ “ฉั่วฮะเส็ง” ก้าวต่อไปที่ไม่ใช่แค่ “น้ำพริกเผา” สู่ “ผู้ผลิตเครื่องปรุงรสไทยในครัวโลก”

7 ทศวรรษ “ฉั่วฮะเส็ง” ก้าวต่อไปที่ไม่ใช่แค่ “น้ำพริกเผา” สู่ “ผู้ผลิตเครื่องปรุงรสไทยในครัวโลก”

แชร์ :

ฉั่วฮะเส็งเจาะกลยุทธ์การสร้างแบรนด์น้ำพริกเผาของ “ฉั่วฮะเส็ง” มากว่า 7 ทศวรรษ และวันนี้กำลังขยับองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อส่งต่อความอร่อยให้ไปไกลกว่าแบรนด์น้ำพริกเผาในครัวไทย ซึ่งปรับตั้งแต่ภาพลักษณ์แบรนด์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ ยันแคมเปญการตลาด เพื่อดันแบรนด์ฉั่วฮะเส็งแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง และเป้าหมายสู่ “ผู้ผลิตเครื่องปรุงรสไทยในครัวโลก”

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

7 ทศวรรษ “ฉั่วฮะเส็ง” ก้าวต่อไปที่ไม่ใช่แค่ “น้ำพริกเผา” สู่ “ผู้ผลิตเครื่องปรุงรสไทยในครัวโลก”

แม้ว่าการแข่งขันของตลาดน้ำพริกเผาในเมืองไทยจะเข้มข้นขึ้นจากการมีผู้เล่นเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น แต่เชื่อว่าหนึ่งในแบรนด์ที่ผู้บริโภคชาวไทยต้องคุ้นชื่อกันดีคือ “ฉั่วฮะเส็ง” โดยอยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท ฉั่วฮะเส็ง ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด

แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าวันนี้แบรนด์ฉั่วฮะเส็งอยู่คู่ครัวไทยมายาวนานกว่า 75 ปีแล้ว และนอกจากโปรดักต์ไฮไลท์อย่าง “น้ำพริกเผา” และ “น้ำมันน้ำพริกเผา” ปัจจุบันยังมีโปรดักต์เด็ดๆ ที่น่าสนใจและกำลังเป็น Star อีกหลายตัว เช่น น้ำมะขาม ผลิตภัณฑ์ซอสและน้ำจิ้ม โดยมีทั้งน้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มบ๊วย ซอสพริก รวมถึงซอสมะเขือเทศ แถมผลิตภัณฑ์แต่ละตัวยังสร้างยอดขายเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำพริกเผา ทำยอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลาด 2 ปีซ้อน และตอนนี้กำลังอัพเวลแบรนด์ไปอีกระดับสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องปรุงรสไทยในครัวโลก

ฉั่วฮะเส็งมีกลยุทธ์อย่างไร? ถึงครองใจนักปรุงได้อย่างเหนียวแน่น ตาม Brand Buffet ไปเปิดเส้นทางการสร้างแบรนด์ตลอด 7 ทศวรรษ และเรื่องราวการขยับองค์กรครั้งใหญ่เพื่อส่งต่อความอร่อยให้ไปไกลกว่าครัวไทย

“ไม่หยุดนิ่ง” หัวใจสู่น้ำพริกเผาขึ้นเบอร์ 1 ครองใจนักปรุง

แม้จะเป็นแบรนด์อยู่มานาน แต่ “ฉั่วฮะเส็ง” ก็ขยันสร้างความ WoW มาตลอด โดยที่ผ่านมาเราจะเห็นการออกสินค้าใหม่ที่ตอบไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวก ชอบลองอะไรใหม่ๆ รวมถึงการรีเฟรชแบรนด์ให้ Modernize เข้าถึงง่าย ใกล้ชิดกับผู้บริโภคอยู่เสมอ ผ่านการปรับโลโก้และรูปแบบการสื่อสาร ตลอดจนปรับลุค Packaging ในขนาดใหม่ ที่มีทั้งแบบหลอดและถ้วย เพื่อขยาย User Target จากเดิมที่เป็นกลุ่มแม่บ้าน ร้านอาหาร และโรงแรม สู่ผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น

ส่งผลให้จากวันแรก วันนี้ฉั่วฮะเส็งมีการเติบโต เป็น Top of Mind ในใจเหล่านักปรุง และสามารถขยายตลาดได้กว่า 55 ประเทศทั่วโลก ทั้งยังทำยอดขายน้ำพริกเผาเป็นอันดับ 1 ในตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้ชื่อ “ฉั่วฮะเส็ง” ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา ส่วนหนึ่งมาจากการ “ไม่หยุดอยู่กับที่” ทั้งการสร้างแบรนด์ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียด โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของรสชาติความเป็นไทยไว้คงเดิมมาตลอด และมีน้ำพริกเผาเป็น Product Hero ในฐานะผลิตภัณฑ์เรือธงที่ตอกย้ำทั้ง Brand Heritage และจุดแข็งด้านคุณภาพของแบรนด์ ทำให้จับใจนักปรุงทุกกลุ่ม

ยกเครื่ององค์กรใหม่แบบ 360 องศา สู่เครื่องปรุงรสไทยในครัวโลก

ถึงแม้น้ำพริกเผาฉั่วฮะเส็งจะขายดีและมีแฟนประจำ แต่โจทย์ท้าทายคือ จะทำให้องค์กรที่อยู่มานานเติบโตอย่างแข็งแรง ทั้งตลาดในไทยและตลาดโลกได้อย่างไร เพราะปัจจุบันการแข่งขันสูงขึ้นจากแบรนด์เครื่องปรุงรสใหม่มากมาย รวมทั้งบริษัทมีการปั้นโปรดักต์ไลน์ใหม่จากยุคแรกที่มีเพียงน้ำพริกเผาอย่างเดียว ขณะที่ผู้บริโภคยุคดิจิทัลก็ต้องการทั้งความง่าย และความละเอียดพิถีพิถันในการปรุงอาหารมากขึ้น ปีนี้ฉั่วฮะเส็งจึงตัดสินใจลุกขึ้นมายกระดับองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อต่อยอดแบรนด์ให้ไปไกลกว่าแค่แบรนด์น้ำพริกเผา ผ่านการปรับบทบาทจาก “แบรนด์น้ำพริกเผาคู่ครัวไทย” สู่การเป็น “แบรนด์เครื่องปรุงรสไทยในครัวโลก”การยกระดับองค์กรครั้งนี้ ไม่ได้จบแค่ปรับบทบาทใหม่ แต่เป็นการยกเครื่องแบบ 360 องศา เริ่มตั้งแต่ปรับโครงสร้าง Product Portfolio ใหม่ เพื่อเข้าไปเจาะแต่ละเซ็กเม้นต์ได้อย่างแม่นยำ โดย ฉั่วฮะเส็ง แบรนด์น้ำพริกเผาและเครื่องปรุงรส เน้นไปที่กลุ่มร้านอาหารทั่วไป และครัวเรือน ในขณะที่ เทศไทย แบรนด์เครื่องปรุงรสระดับพรีเมียม เน้นผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชอบความสะดวกในการทำอาหาร ส่วนกลุ่มเป้าหมายของ ตะหลิวทอง แบรนด์ซอสและน้ำจิ้ม คือ ผู้ประกอบการอาหารที่เน้นคุณภาพในราคาคุ้มค่า พร้อมทั้งพัฒนามาตรฐานการผลิตระดับโลก อาทิ GHPs, HACCP, ISO 9001 และ BRCGS เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายส่วนแบ่งในตลาดโลกให้มากขึ้น

นอกจากนี้ยังพัฒนาเครื่องปรุงรสใหม่ เพื่อเสริมทัพ Business Portfolio ให้แข็งแกร่งมากขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัว “Chili Crisp” ซึ่งต่อยอดจากอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบรสชาติจัดจ้านและเนื้อสัมผัสกรุบกรอบแบบไทย มาผสานกับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์จนเกิดเป็นเครื่องปรุงรสเอนกประสงค์ ที่สามารถนำไปคลุกเคล้าได้ทั้งอาหารเอเชีย อาหารฟิวชั่น และเมนูสากลร่วมสมัย ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026

ผุดแคมเปญ-ผสานไอที สร้างประสบการณ์ เสริมแกร่งองค์กร

ไม่ใช่แค่นี้ เพราะหลังบ้าน ฉั่วฮะเส็งยังลงทุนนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการทำงานด้วย เช่น ระบบ ERP และการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการะบวนการผลิตและ Supply Chain ทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อรองรับดีมานด์ตลาดส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

พร้อมทั้งครีเอทแคมเปญ “ฉั่วฮะเส็ง รสชาติที่มหาชนเลือกใช้” สื่อสารบทบาทใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องปรุงรสในครัวเรือน แต่คือ สูตรลับความอร่อย ที่มืออาชีพและร้านอาหารทั่วประเทศไว้วางใจจนกลายเป็นรสชาติที่มหาชนคุ้นเคย โดยจับมือกับร้านอาหารกว่า 30 ร้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นครั้งแรก นำเครื่องปรุงรสของแบรนด์มาปรุงเป็นเมนูอาหารต่างๆ ให้ผู้บริโภคได้ชิม และสัมผัสจริง ซึ่งไม่เพียงตอกย้ำตัวตนของแบรนด์ “ฉั่วฮะเส็ง” ให้ชัดเจน แต่ยังเชื่อมต่อและสร้างการมีส่วนร่วมแบรนด์กับผู้บริโภค จนทำให้เกิดการจดจำและ Remind แบรนด์อยู่เสมอ

การยกเครื่ององค์กรของฉั่วฉะเส็งในครั้งนี้ จึงถือเป็นหมากสำคัญของแบรนด์ ไม่ใช่แค่การสลัดภาพเดิมของแบรนด์ แต่เป็นการหยิบจุดแข็งเดิมมาอัพเวลแบรนด์ให้แข็งแรงกว่าเดิม เพื่อรับมือกับเกมการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งยังสะท้อนการไม่หยุดนิ่งของแบรนด์ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบ และแคมเปญการตลาด ทั้งหมดจึงช่วยตอกย้ำว่า ตลอด 7 ทศวรรษของฉั่วฮะเส็ง คือ ตัวตึงเรื่องความอร่อย และอาจเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่พา “เครื่องปรุงรสไทย” ขึ้นสู่เวทีโลกได้ในอนาคตอันใกล้ต่อไป


แชร์ :

You may also like