

แม้ว่าการแข่งขันของตลาดน้ำพริกเผาในเมืองไทยจะเข้มข้นขึ้นจากการมีผู้เล่นเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น แต่เชื่อว่าหนึ่งในแบรนด์ที่ผู้บริโภคชาวไทยต้องคุ้นชื่อกันดีคือ “ฉั่วฮะเส็ง” โดยอยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท ฉั่วฮะเส็ง ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด
แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าวันนี้แบรนด์ฉั่วฮะเส็งอยู่คู่ครัวไทยมายาวนานกว่า 75 ปีแล้ว และนอกจากโปรดักต์ไฮไลท์อย่าง “น้ำพริกเผา” และ “น้ำมันน้ำพริกเผา” ปัจจุบันยังมีโปรดักต์เด็ดๆ ที่น่าสนใจและกำลังเป็น Star อีกหลายตัว เช่น น้ำมะขาม ผลิตภัณฑ์ซอสและน้ำจิ้ม โดยมีทั้งน้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มบ๊วย ซอสพริก รวมถึงซอสมะเขือเทศ แถมผลิตภัณฑ์แต่ละตัวยังสร้างยอดขายเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำพริกเผา ทำยอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลาด 2 ปีซ้อน และตอนนี้กำลังอัพเวลแบรนด์ไปอีกระดับสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องปรุงรสไทยในครัวโลก
ฉั่วฮะเส็งมีกลยุทธ์อย่างไร? ถึงครองใจนักปรุงได้อย่างเหนียวแน่น ตาม Brand Buffet ไปเปิดเส้นทางการสร้างแบรนด์ตลอด 7 ทศวรรษ และเรื่องราวการขยับองค์กรครั้งใหญ่เพื่อส่งต่อความอร่อยให้ไปไกลกว่าครัวไทย

แม้จะเป็นแบรนด์อยู่มานาน แต่ “ฉั่วฮะเส็ง” ก็ขยันสร้างความ WoW มาตลอด โดยที่ผ่านมาเราจะเห็นการออกสินค้าใหม่ที่ตอบไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวก ชอบลองอะไรใหม่ๆ รวมถึงการรีเฟรชแบรนด์ให้ Modernize เข้าถึงง่าย ใกล้ชิดกับผู้บริโภคอยู่เสมอ ผ่านการปรับโลโก้และรูปแบบการสื่อสาร ตลอดจนปรับลุค Packaging ในขนาดใหม่ ที่มีทั้งแบบหลอดและถ้วย เพื่อขยาย User Target จากเดิมที่เป็นกลุ่มแม่บ้าน ร้านอาหาร และโรงแรม สู่ผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น
ส่งผลให้จากวันแรก วันนี้ฉั่วฮะเส็งมีการเติบโต เป็น Top of Mind ในใจเหล่านักปรุง และสามารถขยายตลาดได้กว่า 55 ประเทศทั่วโลก ทั้งยังทำยอดขายน้ำพริกเผาเป็นอันดับ 1 ในตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้ชื่อ “ฉั่วฮะเส็ง” ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา ส่วนหนึ่งมาจากการ “ไม่หยุดอยู่กับที่” ทั้งการสร้างแบรนด์ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียด โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของรสชาติความเป็นไทยไว้คงเดิมมาตลอด และมีน้ำพริกเผาเป็น Product Hero ในฐานะผลิตภัณฑ์เรือธงที่ตอกย้ำทั้ง Brand Heritage และจุดแข็งด้านคุณภาพของแบรนด์ ทำให้จับใจนักปรุงทุกกลุ่ม
ยกเครื่ององค์กรใหม่แบบ 360 องศา สู่เครื่องปรุงรสไทยในครัวโลก
ถึงแม้น้ำพริกเผาฉั่วฮะเส็งจะขายดีและมีแฟนประจำ แต่โจทย์ท้าทายคือ จะทำให้องค์กรที่อยู่มานานเติบโตอย่างแข็งแรง ทั้งตลาดในไทยและตลาดโลกได้อย่างไร เพราะปัจจุบันการแข่งขันสูงขึ้นจากแบรนด์เครื่องปรุงรสใหม่มากมาย รวมทั้งบริษัทมีการปั้นโปรดักต์ไลน์ใหม่จากยุคแรกที่มีเพียงน้ำพริกเผาอย่างเดียว ขณะที่ผู้บริโภคยุคดิจิทัลก็ต้องการทั้งความง่าย และความละเอียดพิถีพิถันในการปรุงอาหารมากขึ้น ปีนี้ฉั่วฮะเส็งจึงตัดสินใจลุกขึ้นมายกระดับองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อต่อยอดแบรนด์ให้ไปไกลกว่าแค่แบรนด์น้ำพริกเผา ผ่านการปรับบทบาทจาก “แบรนด์น้ำพริกเผาคู่ครัวไทย” สู่การเป็น “แบรนด์เครื่องปรุงรสไทยในครัวโลก”
นอกจากนี้ยังพัฒนาเครื่องปรุงรสใหม่ เพื่อเสริมทัพ Business Portfolio ให้แข็งแกร่งมากขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัว “Chili Crisp” ซึ่งต่อยอดจากอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบรสชาติจัดจ้านและเนื้อสัมผัสกรุบกรอบแบบไทย มาผสานกับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์จนเกิดเป็นเครื่องปรุงรสเอนกประสงค์ ที่สามารถนำไปคลุกเคล้าได้ทั้งอาหารเอเชีย อาหารฟิวชั่น และเมนูสากลร่วมสมัย ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026
ผุดแคมเปญ-ผสานไอที สร้างประสบการณ์ เสริมแกร่งองค์กร
ไม่ใช่แค่นี้ เพราะหลังบ้าน ฉั่วฮะเส็งยังลงทุนนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการทำงานด้วย เช่น ระบบ ERP และการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการะบวนการผลิตและ Supply Chain ทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อรองรับดีมานด์ตลาดส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
พร้อมทั้งครีเอทแคมเปญ “ฉั่วฮะเส็ง รสชาติที่มหาชนเลือกใช้” สื่อสารบทบาทใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องปรุงรสในครัวเรือน แต่คือ สูตรลับความอร่อย ที่มืออาชีพและร้านอาหารทั่วประเทศไว้วางใจจนกลายเป็นรสชาติที่มหาชนคุ้นเคย โดยจับมือกับร้านอาหารกว่า 30 ร้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นครั้งแรก นำเครื่องปรุงรสของแบรนด์มาปรุงเป็นเมนูอาหารต่างๆ ให้ผู้บริโภคได้ชิม และสัมผัสจริง ซึ่งไม่เพียงตอกย้ำตัวตนของแบรนด์ “ฉั่วฮะเส็ง” ให้ชัดเจน แต่ยังเชื่อมต่อและสร้างการมีส่วนร่วมแบรนด์กับผู้บริโภค จนทำให้เกิดการจดจำและ Remind แบรนด์อยู่เสมอ
การยกเครื่ององค์กรของฉั่วฉะเส็งในครั้งนี้ จึงถือเป็นหมากสำคัญของแบรนด์ ไม่ใช่แค่การสลัดภาพเดิมของแบรนด์ แต่เป็นการหยิบจุดแข็งเดิมมาอัพเวลแบรนด์ให้แข็งแรงกว่าเดิม เพื่อรับมือกับเกมการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งยังสะท้อนการไม่หยุดนิ่งของแบรนด์ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบ และแคมเปญการตลาด ทั้งหมดจึงช่วยตอกย้ำว่า ตลอด 7 ทศวรรษของฉั่วฮะเส็ง คือ ตัวตึงเรื่องความอร่อย และอาจเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่พา “เครื่องปรุงรสไทย” ขึ้นสู่เวทีโลกได้ในอนาคตอันใกล้ต่อไป



