อาจเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา เมื่อมีรายงานจากสื่อตะวันตกระบุว่า 7-Eleven ร้านสะดวกซื้อชื่อดังจากแดนปลาดิบมีแผนจะปิดสาขาที่มีผลประกอบการไม่ดีในประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมริกามากกว่า 600 แห่งในปี 2026 นี้
สิ่งที่พบมาจากเอกสารของบริษัทแม่อย่าง Seven & i Holdings ที่มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 โดยระบุว่า แม้เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาจะยังคงแข็งแกร่ง แต่การบริโภคส่วนบุคคลพบว่าเริ่มชะลอตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน “ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย” เนื่องจากเงินเฟ้อส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้จ่าย
ในรายงานผลประกอบการของ Seven & i Holdings จึงมีการระบุอย่างชัดเจนว่า บริษัทมีแผนจะปิดร้าน 7-Eleven ในอเมริกาเหนือ 645 แห่งในปีงบประมาณ 2026 (ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะเป็นสาขาใดบ้าง) ซึ่งภายใต้ตัวเลขนี้ เอกสารระบุไว้ว่า จะเปลี่ยนไปเป็นสถานีบริการน้ำมันแทนด้วย (ตัวเลขในเดือนธันวาคม 2025 พบว่า มีการเปิดปั๊มน้ำมัน 7-Eleven แล้วมากกว่า 900 แห่งในอเมริกาเหนือ)
ส่วนแผนการเปิด 7-Eleven สาขาใหม่ในปีงบประมาณ 2026 พบว่า มีจำนวน 205 แห่ง
ทั้งนี้ การปรับลดสาขาในปี 2026 เกิดขึ้นท่ามกลางราคาสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งสร้างความกดดันให้กับผู้บริโภคทั่วโลก โดยปัจจุบัน มีร้าน 7-Eleven มากกว่า 86,000 แห่งใน 19 ประเทศ ส่วนในอเมริกาเหนือ ร้าน 7-Eleven มีสำนักงานใหญ่อยู่ในรัฐเท็กซัส และดูแลสาขากว่า 13,000 แห่งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
นอกจากนี้ ทาง Seven & i ยังคาดการณ์ว่า รายได้ของบริษัทจะลดลง 9.4% ในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยทางบริษัทกำลังมองหาโอกาสใหม่ในการเติบโต เช่น การเพิ่มสินค้าประเภทอาหารที่มีความสดใหม่ และการขยายบริการจัดส่งในชื่อ “7NOW” เป็นต้น




