ถ้าจะพูดถึงจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจร้อนแรงที่สุดนาทีนี้ คงหนีไม่พ้น “ภูเก็ต” เมืองท่องเที่ยวเศรษฐกิจที่เนื้อหอมในหมู่นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เพราะเมืองแห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่เกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของมหาเศรษฐีทั่วโลก
ล่าสุด เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) พี่ใหญ่แห่งวงการรีเทลไทย ประกาศขยับหมากครั้งสำคัญ ทุ่มงบเพิ่มอีก 7,000 ล้านบาทขยายอาณาจักร “เซ็นทรัล ภูเก็ต” เพิ่ม 40% ปักหมุดสร้าง “Downtown Economy” แห่งใหม่ที่ใหญ่และลักชูรีสุดนอกกรุงเทพฯ และถือเป็นเมืองที่ทางค่ายลงเงินหนักเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ
ปี 2018 Turning Point สำคัญ จุดเริ่มของการเปลี่ยน Landscape รีเทลภูเก็ต
ย้อนกลับไปใน 10 กันยายน 2018 ถือเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” (Turning Point) ในการกรุยทางลงทุนไปยัง “ภูเก็ต” เมื่อ “เซ็นทรัลพัฒนา” ตัดสินใจเปิดตัว “เซ็นทรัล ฟอเรสต้า” (Central Phuket Floresta) เป็นครั้งแรก โดยเป็นโครงการส่วนขยายที่ 2 ต่อจากเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล ที่เปิดในปี 2004 ซึ่งเป็นการนำลักชูรีแบรนด์ระดับโลกมาเปิดตัวนอกกรุงเทพฯ ในสเกลที่ใหญ่และครบวงจร พร้อมรองรับการเติบโตของเมืองภูเก็ต ตลอดจนกลุ่ม Global Wealth ได้จริง
จวบจนวันนี้ “ภูเก็ต” กลายเป็นจังหวัดที่ กลุ่มเซ็นทรัล ลงทุนสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ด้วยโครงการรวมกว่า 140 แห่ง ครอบคลุมธุรกิจรีเทล 10 แห่ง โรงแรม 7 แห่ง ที่อยู่อาศัย 3 แห่ง และธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทล อีกกว่า 120 outlets โดยเฉพาะ “เซ็นทรัล ภูเก็ต” ที่ถูกวางหมากให้เป็น “ซูเปอร์รีจีนัลมอลล์” (Super Regional Mall) ที่มีขนาดพื้นที่ (GBA) รวมกว่า 500,000 ตร.ม. (หลังขยายแล้วเสร็จ) บนพื้นที่ 110 ไร่ ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองแค่เซ็นทรัลเวิลด์ในกรุงเทพฯ ที่มีพื้นที่ราว 550,000 ตร.ม.
ปั้นดาวน์ทาวน์ใหม่ จาก ‘ลาดพร้าว-เวสต์เกต’ สู่ ‘ภูเก็ตโมเดล’ ย้ำ “Downtown District” ที่แข็งแกร่ง
ขณะที่ยุทธศาสตร์การสร้างเมืองของ “เซ็นทรัลพัฒนา” มักจะเน้นการสร้าง “ศูนย์กลางการใช้ชีวิต” (Center of Life) เช่นเดียวกับความสำเร็จของเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตอนเหนือ หรือเซ็นทรัล เวสต์เกต ที่สร้างย่านเศรษฐกิจใหม่ให้ฝั่งตะวันตก สำหรับภูเก็ต CPN กำลังใช้สูตรเดียวกันในการปั้น “ดาวน์ทาวน์ภูเก็ต” ให้เป็นย่านเศรษฐกิจใจกลางเกาะที่เชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า เมืองชายทะเลระดับโลกอย่าง ไมอามี, เซนต์-โทรเปซ หรือ บาร์เซโลนา ไม่ได้แข่งขันกันแค่ความสวยงามของชายหาด แต่ต้องมี “Downtown District” ที่แข็งแกร่งเป็นแกนกลาง “ภูเก็ต” วันนี้กำลังก้าวข้ามจาก Visitor Economy (เศรษฐกิจนักท่องเที่ยว) ไปสู่ Living Economy (เศรษฐกิจการอยู่อาศัย) อย่างชัดเจน เห็นได้จากการเติบโตของ Branded Residences และกลุ่ม Long-stay ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
การขยายเซ็นทรัล ภูเก็ต ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการยก “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่” (Central Embassy) มาไว้ใจกลางภูเก็ต เพื่อรองรับกลุ่ม Global Wealth และ VVIP Tycoon ที่มีฐานข้อมูลอยู่ในมือกว่า 3,000 ราย ซึ่งมียอดใช้จ่าย (Spending per Customer) สูงที่สุดในกลุ่มศูนย์การค้าสำหรับนักท่องเที่ยวของเครือทั้งหมด
“การยกระดับภูเก็ตสู่เมือง Shopping และ Lifestyle ระดับโลกไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเราเป็นผู้บุกเบิกศักยภาพภูเก็ตมากว่า 20 ปี เริ่มจาก เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล (ปี 2004) บน Strategic location ที่เป็นหัวใจของเมือง ถนนทุกสายมุ่งมาที่นี่ เป็นจุดตัดสำคัญที่สุดของเมืองที่ใครมาภูเก็ตต้องผ่าน เหมือนบทบาทของเซ็นทรัลเวิลด์ที่อยู่ใจกลางแยกราชประสงค์ และต่อยอดอีกขั้นกับเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า 8 ปีที่แล้ว (ปี 2018) ที่ได้นำ Luxury brands และ Luxury lifestyle ระดับโลก เข้ามาเติมเต็มในสเกลเมืองท่องเที่ยวโลก”
Roadmap 2026-2028 ขยายอาณาจักร 40% ปูทางสู่ World-Class Destination
เมื่อการเติบโตของเมือง “ภูเก็ต” ยังพุ่งสูงต่อเนื่อง ล่าสุดเซ็นทรัลพัฒนาได้ทุ่มงบกว่า 7,000 ล้านบาท เดินหน้าส่วนต่อขยาย “เซ็นทรัล ภูเก็ต” เฟสใหม่เพิ่ม 40% ซึ่งการลงทุนครั้งนี้จะส่งผลให้มูลค่ารวมของโครงการเซ็นทรัล ภูเก็ตอยู่ที่ 26,000 ล้านบาท โดยแบ่ง Roadmap การพัฒนาออกเป็น 3 ส่วนหลักที่น่าจับตามอง ได้แก่
- Central Phuket Floresta (Q4/2026): การขยายโซน Luxury เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เพื่อตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งด้านแบรนด์เนมระดับโลกนอกกรุงเทพฯ ปัจจุบันแบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton, Gucci, Hermes และ Prada ได้ปักหมุดความสำเร็จที่นี่ด้วยยอดขายที่ติดอันดับ Top Rank ของประเทศ การขยายพื้นที่ครั้งนี้จะทำให้เซ็นทรัล ภูเก็ต มีแบรนด์ลักชูรีครบถ้วนเทียบเท่าห้างหรูในกรุงเทพฯ
- Central Phuket Festival (Q1/2028): การยกระดับโซนเฟสติวัลให้เป็น “Everyday Urban Lifestyle Gateway” โดยจะมีการดึง Fashion & Bridge-line รวมกว่า 250 แบรนด์เข้ามาเสริมทัพ พร้อมขยายโซนร้านอาหารอีก 15% เพื่อสร้าง Food Destination ที่สมบูรณ์ที่สุด
- World-Class Attractions (Q3/2028): การพัฒนาพื้นที่ต่อขยาย 14 ไร่ ให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ ประกอบด้วย Arena สำหรับความบันเทิงและวัฒนธรรมระดับโลก, Immersive Park และอควาเรียมระดับสากล เพื่อทำให้ภูเก็ตเป็นมากกว่าที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นจุดหมายปลายทางของการพักผ่อนระดับโลก
เจาะลึกศักยภาพ เมืองลักชูรีที่แบรนด์ระดับโลกยอมรับ
คุณอิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing Fashion & Luxury Partner Management เผยข้อมูลสำคัญว่า ภูเก็ตกำลังเข้าสู่ช่วง “Golden Era” ของตลาดลักชูรี ในช่วงปี 2026-2029 จะมีห้องพักโรงแรมลักชูรีใหม่กว่า 5,200 ห้อง และ Branded Residences อีกกว่า 4,700 ยูนิต ประกอบกับการขยายสนามบินรองรับผู้โดยสาร 18 ล้านคนต่อปี ทั้งหมดนี้คือ “ลมใต้ปีก” ที่ส่งเสริมให้เซ็นทรัล ภูเก็ต กลายเป็นศูนย์กลางที่มีอำนาจซื้อสูงที่สุด
ความสำเร็จที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วจากยอดขายต่อตารางเมตรของแบรนด์ชั้นนำในเซ็นทรัล ภูเก็ต ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2.5 เท่า แบรนด์ระดับโลกอย่าง Zara เลือกเปิด Flagship ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นี่ และทำยอดขายวันแรกเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย หรือแม้แต่บูติกใหม่ของ Prada และ Louis Vuitton ที่เตรียมเปิดตัวในคอนเซ็ปต์ใหม่และพื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้น ก็เป็นเครื่องยืนยันว่า “ภูเก็ตคือตลาดที่แบรนด์หรูมองข้ามไม่ได้”
ในด้านการออกแบบ คุณจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business & Design Development เน้นย้ำว่า “เซ็นทรัล ภูเก็ต” จะไม่ได้เป็นเพียงห้าง แต่คือ “หัวใจของเมือง” (The Heart of the City) สถาปัตยกรรมจะมีการผสมผสานเสน่ห์ของ Sino-Portuguese เข้ากับความโมเดิร์นของ Coastal City
โดยฝั่ง Floresta จะเน้นความประณีตหรูหรา (Refine Luxury) สื่อถึง “ไข่มุกแห่งอันดามัน” ผ่าน The Pearl Atrium ขณะที่ฝั่ง Festival จะเน้นพลังชีวิตและความสดใส (Warm Energy) มีกลิ่นอายของ Beach Club ระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งและพักผ่อนแบบไร้รอยต่อ
การลงทุนครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การขยายห้างสรรพสินค้า แต่คือการสร้าง “Global Ecosystem” ที่จะดึงดูดเม็ดเงินจากคนทั่วโลก ทั้งนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่ม Global Wealth ให้เข้ามา “ใช้ชีวิต” ในภูเก็ตระยะยาว ผ่านยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการปั้น “ดาวน์ทาวน์เศรษฐกิจใหม่ เพื่อยกระดับสู่เมืองเศรษฐกิจระดับสากล ที่มีทั้งความหรูหรา วัฒนธรรม พร้อมปักหมุดภูเก็ตให้โดดเด่นอยู่บนแผนที่ลักชูรีโลกอย่างยั่งยืน









