
คุณกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการโครงการ The Forestias กล่าวว่าโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ มาจากวิสัยทัศน์ของคุณทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ผู้ก่อตั้ง MQDC ที่เริ่มต้นจากคำถามว่า “ความสุขที่แท้จริงคืออะไร” นำไปสู่การวิเคราะห์แนวทางเพื่อแก้ปัญหาเมืองยุคใหม่ ทั้งธรรมชาติที่เสื่อมโทรม ความเครียด ช่องว่างระหว่างวัย และสังคมสูงอายุ โดยมองว่า “ความสุขที่ยั่งยืน” ต้องส่งผลดีทั้งต่อกาย ใจ คนรอบข้าง และสิ่งแวดล้อม
แนวคิดดังกล่าวตรงกับ Wellgevity Habitat ซึ่งรวม Well-Being, Longevity และ Habitat เข้าด้วยกัน โดยมีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ (Nature of Biodiversity as Infrastructure) ตั้งแต่การศึกษา วางแผน สำรวจ ไปจนถึงการบริหารจัดการ สะท้อนสมดุลระหว่างธุรกิจ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

คุณกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์
ฟอเรสเทียส์ปลูกป่าใจกลางมิกซ์ยูสสำเร็จ
จากวิสัยทัศน์ข้างต้น MQDC ได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ ได้แก่ Foster + Partners (ผังและสถาปัตยกรรม), Atelier Ten (สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ), ITEC Entertainment (ประสบการณ์สันทนาการ) และ Harvard T.H. Chan School of Public Health (วิจัยผลของการออกแบบต่อสุขภาพมนุษย์) รวมถึงศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) และสถาบันการศึกษาชั้นนำในการพัฒนาแนวคิดสู่การสร้างสรรค์โครงการให้สำเร็จตามเป้าหมาย
โครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ เริ่มก่อสร้างในปี 2561 และสร้างที่อยู่อาศัยแล้วเสร็จส่งมอบพร้อมผู้อยู่จริงแล้วบางส่วน นับเป็นการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าขนาดใหญ่ใจกลางโครงการมิกซ์ยูสสำเร็จเป็นครั้งแรกในเอเชีย (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ต.ค. 2569) ประกอบด้วยแกนหลัก 4 ข้อ ได้แก่
1. 500 shades of nature ผืนป่าใจกลางเมืองที่สมบูรณ์และเกื้อกูลระบบนิเวศ
2. Connecting 4 Generations สถาปัตยกรรมที่เอื้อให้ครอบครัวหลายวัยอยู่ใกล้ชิดกัน
3. Community of Dreams ศูนย์รวมกิจกรรมและสาธารณูปโภคที่ให้ทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
4. Sustainnovation for Well-Being เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนที่ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเสริมสุขภาวะระยะยาว

รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต
เดินตามเป้าหมาย SDGs
รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน RISC by MQDC กล่าวเสริมว่าแนวคิดในการพัฒนาโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในหลายมิติ อาทิ
ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (SDG 15): ผืนป่า 30 ไร่ (48,000 ตร.ม. หรือ 45% ของพื้นที่โครงการ) ใช้เทคนิคมิยาวากิ ผ่านมาประมาณ 7 ปี ล่าสุดสำรวจพบสิ่งมีชีวิต 714 ชนิด (พืช 533 ชนิด สัตว์ 181 ชนิด)
ด้านพลังงานและคาร์บอน (SDG 7 & 13): อาคารสาธารณูปโภคส่วนกลาง (CUP) ร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (CO₂e) นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมอีก 83,000 ตัน CO₂e ซึ่งส่วนนี้เกี่ยวข้องระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง
ด้านการจัดการน้ำและขยะ (SDG 6 & 12): โครงการดำเนินงานภายใต้แนวคิด Net Zero Discharge โดยมุ่งเน้นการบำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในโครงการ เพื่อลดการปล่อยน้ำทิ้งเข้าสู่ระบบระบายน้ำของเมืองและโครงการตั้งเป้าหมายในการเบี่ยงเบนขยะก่อสร้างจากการกำจัดไม่น้อยกว่า 90% ผ่านการคัดแยก การรีไซเคิล และการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
ด้านสุขภาวะและชุมชน (SDG 3 & 11): โครงการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับ 4 เจเนอเรชั่น พร้อมส่งเสริมการเดินทางอย่างยั่งยืนผ่านบริการ Shuttle Bus สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) และการออกแบบพื้นที่ลดการใช้รถยนต์ รวมถึงทางเดินลอยฟ้า Canopy Walk สูงจากพื้นดินประมาณ 8-12 เมตร ซึ่งเปิดให้สาธารณชนเข้าถึง นอกจากนี้ ยังมีโครงการ The Aspen Tree ร่วมกับ Health and Brain Center เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม และ “แฮปปี้แทท” ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และกิจกรรมสำหรับชุมชน สะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ความหลากหลายทางชีวภาพที่เราสร้างไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศให้ธรรมชาติกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของการปลูกป่าช่วยสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและส่งเสริมการกลับมาของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด จนกลายเป็น ‘ป่าแห่งชีวิต’ ซึ่งมีคุณูปการต่อทุกชีวิต การพบสิ่งมีชีวิตกว่า 700 ชนิด เป็นเครื่องยืนยันว่ามนุษย์และธรรมชาติเติบโตร่วมกันได้อย่างยั่งยืน หากมีการออกแบบ และบริหารจัดการให้สมดุลระหว่างกันได้อย่างถูกต้อง
ปัจจุบัน ความหลากหลายทางชีวภาพภายในโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ (สำรวจในวันที่ 4 ตุลาคม 2569) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องนับจากเริ่มปลูกป่าในปี 2563
ปัจจุบันต้นไม้ยืนต้นที่เป็นไม้เด่นมีความสูงเฉลี่ย 12.23 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางระดับอกเฉลี่ย 16.01 เซนติเมตร และมีต้นที่สูงที่สุดราว 18 เมตร
โดยบันทึกพรรณไม้ได้แล้ว 533 ชนิด ขณะเดียวกันป่าแห่งนี้ได้กลายเป็นบ้านของสัตว์ป่าหลากหลาย จำนวนชนิดสิ่งมีชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 127 ชนิดในปี 2563 เป็น 181 ชนิดในปี 2568 แม้โครงการยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการแล้วเสร็จ
สำหรับกลุ่มนกพบว่าปัจจุบันมี 47 ชนิด แมลงและสัตว์ขาปล้องปัจจุบัน 80, ชนิดสัตว์น้ำ 14 ชนิด, สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 25 ชนิด, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 7 ชนิด และสัตว์หน้าดิน 8 ชนิด
MQDC เปิดโครงการให้ผู้สนใจได้สัมผัสการอยู่อาศัยจริง ผ่านกิจกรรมสำรวจผืนป่า 30 ไร่ เดินชมทัศนียภาพบน Canopy Walk เยี่ยมชมที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ และกิจกรรมด้านสุขภาวะ โดยจำลองการใช้ชีวิตในเดอะ ฟอเรสเทียส์ภายในหนึ่งวัน “A Day at The Forestias” ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม และ 1 พฤศจิกายน 2569
สรุปโครงการพร้อมเข้าอยู่อาศัย
Whizdom The Forestias คอนโดมิเนียมภายใต้แนวคิด “Feel the Wild” แบ่งเป็น 2 โครงการ รวม 3 อาคาร
Whizdom The Forestias: Destinia & Mytopia Towers ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และครอบครัว พร้อมพื้นที่ธรรมชาติที่เติมเต็มการใช้ชีวิต
Whizdom The Forestias: Petopia Tower คอนโดมิเนียมสำหรับคนรักสัตว์ ภายใต้แนวคิด “Pets Live Here” นิยามความสุขที่ออกแบบเพื่อสัตว์เลี้ยง ให้ทุกชีวิตมีความสุขร่วมกัน
Mulberry Grove The Forestias ที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวหลายเจเนอเรชั่น ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี Low-Rise ในบรรยากาศรีสอร์ต และวิลล่าระดับอัลตราลักชัวรี ภายใต้แนวคิด Cluster Home โดยมี Foster + Partners เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม
The Aspen Tree เป็นที่อยู่อาศัย สำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องการดูแลร่างกาย จิตใจ โดยโครงการร่วมดำเนินงานกับ Baycrest ประเทศแคนาดาองค์กรชั้นนำระดับโลกด้านสุขภาพสมองและการดูแลสุขภาพ เพื่อนำองค์ความรู้และมาตรฐานการดูแลมาประยุกต์กับรูปแบบการใช้ชีวิตผ่านแนวทางแบบองค์รวมที่ครอบคลุมการดูแลอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของชีวิต
รวมทั้งยังมีโครงการนอกพื้นที่ ที่อยู่อาศัย (Non Residence) ช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตให้สมบูรณ์มากขึ้น เช่น แฮปปี้แทท (Happitat) แหล่งรวมไลฟ์สไตล์รีเทลหน้าโครงการ ที่รวมร้านอาหาร ช้อปปิ้ง ความบันเทิง และกิจกรรมพิเศษตลอดปี
เดอะ ฟอเรสเทียส์ จึงเป็นมากกว่าโครงการที่อยู่อาศัย แต่เป็นต้นแบบรูปแบบการใช้ชีวิตที่ธรรมชาติ สุขภาพ ความสัมพันธ์ และความสุข เติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน









