HomePR News Synology เผย 86% ธุรกิจไทยเห็นความสำคัญ “AI Infrastructure” แต่แค่ 9.5% มั่นใจรับมือภัย AI

 Synology เผย 86% ธุรกิจไทยเห็นความสำคัญ “AI Infrastructure” แต่แค่ 9.5% มั่นใจรับมือภัย AI

แชร์ :

 


Synology เปิดผลสำรวจพบ 64.4% กังวลความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ขณะที่ 34% ยังไม่มีมาตรการควบคุมพนักงานใช้ AI และ 73% ของคนทำงานยังเสียเวลากับงานเอกสารมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ชี้ 3 รากฐาน “ข้อมูลพร้อม-ระบบกู้คืนได้-กำกับ AI อยู่” ตัวแปรสำคัญเปลี่ยน AI ให้สร้าง Business Value

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ข้อมูลดังกล่าวมาจากผลสำรวจ The Synology 2026 Southeast Asia Business AI Transformation Survey เมื่อ 86% ของผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยมองว่าโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ AI หรือ AI Infrastructure มีความสำคัญต่อกระบวนการทำงานและการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่มีเพียง 31.3% ที่มองว่าเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญในระดับสูง

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถามถึงความพร้อมรับมือความเสี่ยง มีเพียง 9.5% ที่มั่นใจมากว่าองค์กรของตนพร้อมรับมือภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ 38.5% ระบุว่ายังไม่พร้อม

ตัวเลขเหล่านี้กำลังสะท้อนภาพอีกด้านของกระแส AI เมื่อความเร็วในการนำเทคโนโลยีมาใช้อาจกำลังเดินเร็วกว่าความพร้อมของ “ระบบหลังบ้าน”

แอนโทนี่ หยาง หัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด มองว่า การใช้ AI ของภาคธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงของการเลือกและทดลองเครื่องมือ ไปสู่การพิสูจน์ว่า AI สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริงหรือไม่

“AI จะสร้างผลตอบแทนได้เมื่อข้อมูลพร้อม ระบบรองรับการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้เร็วเมื่อเกิดเหตุ ทั้งสามเรื่องต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการนำ AI มาใช้”

ผลสำรวจยังพบด้วยว่า 64.4% มองความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเป็นอุปสรรคอันดับหนึ่งต่อการใช้ AI ตามด้วย 47.3% ที่กังวลเรื่องคุณภาพและความพร้อมของข้อมูล และ 33.7% ที่มองว่าต้นทุนในการติดตั้งระบบเป็นความท้าทาย

นั่นหมายความว่า ต่อให้องค์กรมี AI หรือระบบประมวลผลที่ทรงพลัง แต่หากข้อมูลยังอยู่กระจัดกระจาย เข้าถึงได้ไม่เร็วพอ หรือระบบจัดเก็บข้อมูลรองรับการทำงานไม่ทัน ประสิทธิภาพของ AI ก็อาจไปไม่ถึงศักยภาพที่ควรจะเป็น

อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือ แม้ 92% ขององค์กรจะมีเครื่องมือปกป้องข้อมูลแล้ว แต่มีเพียง 21.4% ที่มั่นใจอย่างมากว่าจะสามารถกู้คืนจากการโจมตีเรียกค่าไถ่ หรือแรนซัมแวร์ ได้อย่างรวดเร็วโดยข้อมูลสำรองยังปลอดภัย และ 32.5% ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถกู้คืนข้อมูลได้เมื่อเกิดเหตุ

คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “สำรองข้อมูลไว้หรือยัง” แต่ต้องถามต่อว่า “ถ้าเกิดเหตุขึ้นจริง ธุรกิจจะกลับมาทำงานได้เร็วแค่ไหน”เพราะเวลาที่ระบบหยุดทำงานหมายถึงทั้ง Productivity รายได้ ประสบการณ์ของลูกค้า และความเชื่อมั่นที่ธุรกิจอาจต้องเสียไปพร้อมกัน

ขณะเดียวกัน หากมองในมุมคนทำงาน AI ยังมีพื้นที่สร้าง Productivity ได้อีกมาก เพราะ 73% ของบุคลากรในประเทศไทยใช้เวลากับงานเอกสารที่ต้องทำด้วยตนเองมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตั้งแต่การเรียบเรียงเอกสาร ทำงานนำเสนอ วิเคราะห์ตารางข้อมูล ไปจนถึงสรุปการประชุม ล้วนเป็นงานที่ AI สามารถเข้ามาช่วยลดเวลา เพื่อให้คนกลับไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การตัดสินใจ การดูแลลูกค้า หรือการสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ

ผลสำรวจพบด้วยว่า 34% ขององค์กรยังไม่มีมาตรการควบคุมการใช้ AI ของพนักงาน มีเพียง 26.1% ที่บังคับใช้มาตรการด้วยระบบทางเทคนิค ขณะที่ 47.1% ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเครื่องมือ AI จากภายนอกนำข้อมูลที่พนักงานป้อนเข้าไปไปจัดการอย่างไร

รหัท บุญตันจีน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด กล่าวว่า องค์กรจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างการเปิดโอกาสให้พนักงานใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ กับการรักษาการควบคุมข้อมูลสำคัญของธุรกิจ

“AI ในที่ทำงานควรเริ่มจากโจทย์ที่สร้างคุณค่าให้ธุรกิจ พร้อมคำตอบที่ชัดเจนว่าข้อมูลอยู่ที่ใด ใครเข้าถึงได้ และข้อมูลใดถูกส่งออกไป การควบคุมที่ตรวจสอบได้จะช่วยให้องค์กรขยายการใช้งานได้อย่างมั่นใจ”

จากภาพดังกล่าว Synology มองว่า หากองค์กรต้องการเปลี่ยน AI จาก “เครื่องมือใหม่” ให้กลายเป็น “ความสามารถของธุรกิจ” จำเป็นต้องเตรียม 3 รากฐานสำคัญ ไปพร้อมกัน คือ ข้อมูลต้องพร้อมใช้ ระบบต้องป้องกันและกู้คืนได้ และการใช้ AI ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ตรวจสอบได้

ภายในงาน Synology Press Event 2026 บริษัทจึงนำเสนอเทคโนโลยีตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลไปจนถึง AI สำหรับการทำงาน โดยมี PAS7700 ระบบจัดเก็บข้อมูลความเร็วสูงสำหรับงานที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก, ActiveProtect สำหรับการปกป้องและกู้คืนข้อมูล รวมถึง Synology Office Suite และ DSM Agent ที่นำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการบริหารระบบไอที

หนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า Infrastructure ส่งผลต่อ Productivity อย่างไร คือกรณีของ Ethos Media Production ซึ่งใช้ PAS7700 เป็นศูนย์กลางจัดเก็บไฟล์ความจุ 70 เทราไบต์ รองรับผู้ใช้งานพร้อมกัน 15 คน และสามารถลดเวลาอัปโหลดวิดีโอขนาด 100 กิกะไบต์ จากประมาณ 40 นาที เหลือเพียง 2 นาที

Synology ยังอยู่ระหว่างพัฒนา AI สำหรับตรวจจับความผิดปกติในข้อมูลสำรอง ตรวจหามัลแวร์ก่อนการกู้คืน และค้นหาสำเนาข้อมูลล่าสุดที่ปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยให้ธุรกิจกลับมาทำงานได้เร็วขึ้นเมื่อเกิดเหตุ

ทั้งหมดนี้กำลังทำให้การแข่งขันในยุค AI เปลี่ยนจากคำถามว่า “ใครมี AI ใช้ก่อน” ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ “ใครสามารถเปลี่ยน AI ให้เป็น Productivity และ Business Value ได้จริง”

แอนโทนี่ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ธุรกิจไทยจะขยาย AI ได้อย่างมั่นใจ เมื่อข้อมูลพร้อมใช้ ระบบกู้คืนได้ และการกำกับดูแลทำงานได้จริง รากฐานเหล่านี้ช่วยให้องค์กรเดินหน้าตามความพร้อม พร้อมเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดได้”

Add LINE Official Account
แชร์ :

You may also like