Synology เปิดผลสำรวจพบ 64.4% กังวลความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ขณะที่ 34% ยังไม่มีมาตรการควบคุมพนักงานใช้ AI และ 73% ของคนทำงานยังเสียเวลากับงานเอกสารมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ชี้ 3 รากฐาน “ข้อมูลพร้อม-ระบบกู้คืนได้-กำกับ AI อยู่” ตัวแปรสำคัญเปลี่ยน AI ให้สร้าง Business Value
ข้อมูลดังกล่าวมาจากผลสำรวจ The Synology 2026 Southeast Asia Business AI Transformation Survey เมื่อ 86% ของผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยมองว่าโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ AI หรือ AI Infrastructure มีความสำคัญต่อกระบวนการทำงานและการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่มีเพียง 31.3% ที่มองว่าเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญในระดับสูง
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถามถึงความพร้อมรับมือความเสี่ยง มีเพียง 9.5% ที่มั่นใจมากว่าองค์กรของตนพร้อมรับมือภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ 38.5% ระบุว่ายังไม่พร้อม
ตัวเลขเหล่านี้กำลังสะท้อนภาพอีกด้านของกระแส AI เมื่อความเร็วในการนำเทคโนโลยีมาใช้อาจกำลังเดินเร็วกว่าความพร้อมของ “ระบบหลังบ้าน”
แอนโทนี่ หยาง หัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด มองว่า การใช้ AI ของภาคธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงของการเลือกและทดลองเครื่องมือ ไปสู่การพิสูจน์ว่า AI สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริงหรือไม่
“AI จะสร้างผลตอบแทนได้เมื่อข้อมูลพร้อม ระบบรองรับการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้เร็วเมื่อเกิดเหตุ ทั้งสามเรื่องต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการนำ AI มาใช้”
ผลสำรวจยังพบด้วยว่า 64.4% มองความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเป็นอุปสรรคอันดับหนึ่งต่อการใช้ AI ตามด้วย 47.3% ที่กังวลเรื่องคุณภาพและความพร้อมของข้อมูล และ 33.7% ที่มองว่าต้นทุนในการติดตั้งระบบเป็นความท้าทาย
นั่นหมายความว่า ต่อให้องค์กรมี AI หรือระบบประมวลผลที่ทรงพลัง แต่หากข้อมูลยังอยู่กระจัดกระจาย เข้าถึงได้ไม่เร็วพอ หรือระบบจัดเก็บข้อมูลรองรับการทำงานไม่ทัน ประสิทธิภาพของ AI ก็อาจไปไม่ถึงศักยภาพที่ควรจะเป็น
อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือ แม้ 92% ขององค์กรจะมีเครื่องมือปกป้องข้อมูลแล้ว แต่มีเพียง 21.4% ที่มั่นใจอย่างมากว่าจะสามารถกู้คืนจากการโจมตีเรียกค่าไถ่ หรือแรนซัมแวร์ ได้อย่างรวดเร็วโดยข้อมูลสำรองยังปลอดภัย และ 32.5% ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถกู้คืนข้อมูลได้เมื่อเกิดเหตุ
คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “สำรองข้อมูลไว้หรือยัง” แต่ต้องถามต่อว่า “ถ้าเกิดเหตุขึ้นจริง ธุรกิจจะกลับมาทำงานได้เร็วแค่ไหน”เพราะเวลาที่ระบบหยุดทำงานหมายถึงทั้ง Productivity รายได้ ประสบการณ์ของลูกค้า และความเชื่อมั่นที่ธุรกิจอาจต้องเสียไปพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน หากมองในมุมคนทำงาน AI ยังมีพื้นที่สร้าง Productivity ได้อีกมาก เพราะ 73% ของบุคลากรในประเทศไทยใช้เวลากับงานเอกสารที่ต้องทำด้วยตนเองมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตั้งแต่การเรียบเรียงเอกสาร ทำงานนำเสนอ วิเคราะห์ตารางข้อมูล ไปจนถึงสรุปการประชุม ล้วนเป็นงานที่ AI สามารถเข้ามาช่วยลดเวลา เพื่อให้คนกลับไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การตัดสินใจ การดูแลลูกค้า หรือการสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ
ผลสำรวจพบด้วยว่า 34% ขององค์กรยังไม่มีมาตรการควบคุมการใช้ AI ของพนักงาน มีเพียง 26.1% ที่บังคับใช้มาตรการด้วยระบบทางเทคนิค ขณะที่ 47.1% ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเครื่องมือ AI จากภายนอกนำข้อมูลที่พนักงานป้อนเข้าไปไปจัดการอย่างไร
รหัท บุญตันจีน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด กล่าวว่า องค์กรจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างการเปิดโอกาสให้พนักงานใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ กับการรักษาการควบคุมข้อมูลสำคัญของธุรกิจ
“AI ในที่ทำงานควรเริ่มจากโจทย์ที่สร้างคุณค่าให้ธุรกิจ พร้อมคำตอบที่ชัดเจนว่าข้อมูลอยู่ที่ใด ใครเข้าถึงได้ และข้อมูลใดถูกส่งออกไป การควบคุมที่ตรวจสอบได้จะช่วยให้องค์กรขยายการใช้งานได้อย่างมั่นใจ”
จากภาพดังกล่าว Synology มองว่า หากองค์กรต้องการเปลี่ยน AI จาก “เครื่องมือใหม่” ให้กลายเป็น “ความสามารถของธุรกิจ” จำเป็นต้องเตรียม 3 รากฐานสำคัญ ไปพร้อมกัน คือ ข้อมูลต้องพร้อมใช้ ระบบต้องป้องกันและกู้คืนได้ และการใช้ AI ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ตรวจสอบได้
ภายในงาน Synology Press Event 2026 บริษัทจึงนำเสนอเทคโนโลยีตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลไปจนถึง AI สำหรับการทำงาน โดยมี PAS7700 ระบบจัดเก็บข้อมูลความเร็วสูงสำหรับงานที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก, ActiveProtect สำหรับการปกป้องและกู้คืนข้อมูล รวมถึง Synology Office Suite และ DSM Agent ที่นำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการบริหารระบบไอที
หนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า Infrastructure ส่งผลต่อ Productivity อย่างไร คือกรณีของ Ethos Media Production ซึ่งใช้ PAS7700 เป็นศูนย์กลางจัดเก็บไฟล์ความจุ 70 เทราไบต์ รองรับผู้ใช้งานพร้อมกัน 15 คน และสามารถลดเวลาอัปโหลดวิดีโอขนาด 100 กิกะไบต์ จากประมาณ 40 นาที เหลือเพียง 2 นาที
Synology ยังอยู่ระหว่างพัฒนา AI สำหรับตรวจจับความผิดปกติในข้อมูลสำรอง ตรวจหามัลแวร์ก่อนการกู้คืน และค้นหาสำเนาข้อมูลล่าสุดที่ปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยให้ธุรกิจกลับมาทำงานได้เร็วขึ้นเมื่อเกิดเหตุ
ทั้งหมดนี้กำลังทำให้การแข่งขันในยุค AI เปลี่ยนจากคำถามว่า “ใครมี AI ใช้ก่อน” ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ “ใครสามารถเปลี่ยน AI ให้เป็น Productivity และ Business Value ได้จริง”
แอนโทนี่ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ธุรกิจไทยจะขยาย AI ได้อย่างมั่นใจ เมื่อข้อมูลพร้อมใช้ ระบบกู้คืนได้ และการกำกับดูแลทำงานได้จริง รากฐานเหล่านี้ช่วยให้องค์กรเดินหน้าตามความพร้อม พร้อมเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดได้”





