HomeBrand Move !!คืนชีพอนุเสารีย์ชัยฯ พีเพิล พลาซ่า เตรียมยกเครื่อง “เซ็นเตอร์วัน-ปั้น ONN ANU” ลุยผนึกคู่ค้าในย่านปั้นฮับกลางเมือง

คืนชีพอนุเสารีย์ชัยฯ พีเพิล พลาซ่า เตรียมยกเครื่อง “เซ็นเตอร์วัน-ปั้น ONN ANU” ลุยผนึกคู่ค้าในย่านปั้นฮับกลางเมือง

แชร์ :

หากพูดถึง “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” ภาพจำของคนกรุงเทพฯ และผู้สัญจรจำนวนมากเปรียบเสมือนศูนย์กลางคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ที่เป็น “ทางผ่าน” จุดเชื่อมต่อรถเมล์ รถตู้ และรถไฟฟ้า แต่ในวันนี้ภาพของพื้นที่โดยรอบกำลังเปลี่ยนผ่านไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรอบรัศมีของอนุสาวรีย์ชัยฯ รายล้อมไปด้วยสถาบันการแพทย์ชั้นนำ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ โรงเรียนแพทย์ โรงแรม สถานศึกษา และโครงการที่พักอาศัย ทำให้เกิดกลุ่มประชากรประจำที่มีกำลังซื้อ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษาแพทย์ บุคลากรด่านหน้า และคนทำงานออฟฟิศ ที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตและเติมเต็มไลฟ์สไตล์ในมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ล่าสุด บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า “เซ็นเตอร์วัน” (Center One) กลุ่มทุนค้าปลีกที่ปักหลักในย่านนี้มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ฟื้นความคึกคักและยกระดับย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ครั้งใหญ่ ด้วยการทุ่มงบลงทุนรวมกว่า 480 ล้านบาท เปิดตัวโครงการรีเทลไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ “ONN ANU” (ออน อนุ) พร้อมทั้งเตรียมแผนยกเครื่องรีโนเวตศูนย์การค้า “เซ็นเตอร์วัน” เพื่อสร้าง Ecosystem ค้าปลีกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้ครบทุกมิติตลอดทั้งวัน

 

เจาะลึก “ONN ANU” ทุ่ม 480 ล้าน ปักหมุดจุดรีชาร์จพลังคนเมือง 07.00 – 02.00 น.

คุณรัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงการว่า “จากประสบการณ์ในการดูแลเซ็นเตอร์วัน เราได้เห็นผู้คนหลายรุ่นเข้ามาใช้ชีวิตในย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ และเห็นความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา 

“เราจึงตั้งต้นพัฒนา ONN ANU จากความเข้าใจในย่าน เพื่อให้เป็นจุดแวะเติมพลังที่เข้าถึงง่ายและมีประโยชน์กับชีวิตประจำวันจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับประทานอาหารที่ชอบ ซื้อของที่ต้องใช้ นั่งพัก หรือพบปะกับคนที่อยากเจอ สะท้อนผ่านแนวคิด ‘UPLIFT THE EVERYDAY. RECHARGE THE CITY.’ หรือการช่วยยกระดับวันธรรมดาของผู้คนและเติมพลังให้กับชีวิตในเมือง”

 

สำหรับโครงการ ONN ANU พัฒนาขึ้นบนพื้นที่ขนาดประมาณ 3,000 ตารางเมตร (ขนาดที่ดินประมาณ 120 กว่าตารางวา) ภายใต้งบลงทุนรวมกว่า 480 ล้านบาท (แบ่งเป็นมูลค่าการซื้อที่ดิน/อาคารประมาณ 380 ล้านบาท และงบรีโนเวตพัฒนาโครงการประมาณ 100 ล้านบาท) โครงการขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “ONN TO RECHARGE. ON TO YOUR JOURNEY.” (จุดแวะเติมพลัง ก่อนออกเดินทางต่อ) สอดรับกับวิสัยทัศน์ “UPLIFT THE EVERYDAY. RECHARGE THE CITY.” เพื่อยกระดับวันธรรมดาของผู้คนให้มีชีวิตชีวา

คุณรัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด เปิดเผยว่า “จากประสบการณ์การบริหารเซ็นเตอร์วัน เราเห็นความต้องการของผู้คนในแต่ละช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ มีคนหมุนเวียนกว่า 200,000 คนต่อวัน โดยเฉพาะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ใช้บริการสถานพยาบาล นักเรียนนักศึกษา และคนทำงาน เราจึงตั้งต้นพัฒนา ONN ANU เพื่อให้เป็นจุดแวะเติมพลังที่เข้าถึงง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง”

ด้าน คุณนราชัย ไกรจิรโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดและผู้จัดการโครงการฯ กล่าวเสริมว่า “คำว่า Recharge ของเราเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ เช่น เครื่องดื่มแก้วโปรด อาหารมื้อเร่งด่วน หรือการมีที่นั่งพักให้ตัวเองสักนิด โครงการจึงออกแบบมาในแนวคิด Always-on เปิดให้บริการยาวนานถึง 19 ชั่วโมงต่อวัน ตั้งแต่ 07.00 – 02.00 น. เพื่อรองรับทุกจังหวะชีวิต ตั้งแต่ก่อนเข้างาน ระหว่างเดินทาง ไปจนถึงบุคลากรและคนทำงานกะดึก”

 

ผนึกร้านค้าแบรนด์ดัง ดักทางเช้าจรดมื้อดึก เปิดยาว 19 ชั่วโมง

ปัจจุบันโครงการ ONN ANU  เปิดให้บริการแล้วกว่า 70 – 80% และพื้นที่เช่าเกือบเต็ม 100% โดยได้รวบรวมแม็กเน็ตชั้นนำทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์ ได้แก่:

  1. เช้าตรู่ & Grab & Go (ตั้งแต่ 07.00 น.): ตอบโจทย์ชั่วโมงเร่งด่วนด้วยร้านยอดนิยม อาทิ ชาตรามือ, ท่านพ่อซาลาเปา, ปังสยาม, HAAB ขนมไข่สงขลา, ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน, ฉันจะกินชาเขียวทุกวัน, นายอ้วนเย็นตาโฟ, เช็งซิมอี๊ และ โดนัท อนุสาวรีย์ชัยฯ
  2. มื้อดึกยันตี 2 (Night Dining Hub): เอาใจสายนอนดึกและคนเลิกงานกะดึก ด้วยแบรนด์ดังที่ขยายเวลาให้บริการถึง 02.00 น. นำโดย Lucky Suki  ,Bar B Q Plaza พร้อมคอนเซ็ปต์บุฟเฟต์รอบดึกตั้งแต่ 21.00 – 02.00 น. และ เตี๋ยวต้มยำ ปาดปาก แบรนด์ใหม่ในเครือก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร ปรับโฉมสูตรต้นตำรับสู่ประสบการณ์ใหม่
  1. คาเฟ่ & ไลฟ์สไตล์ครบวงจร: เติมเต็มความสดชื่นและของใช้จำเป็นด้วย Café Amazon, SOL Coffee, โรงคั่วกาแฟ A Roaster (ปากช่อง), MOSHI MOSHI และ Watsons
  2. คอมมูนิตี้สเปซ เฟสถัดไป: เตรียมเปิดตัว Co-Working Space ให้เป็นจุดนัดพบ ทำงาน อ่านหนังสือ พร้อมนำอาหารและเครื่องดื่มภายในโครงการขึ้นมารับประทานได้ รวมถึง Rooftop Viewpoint จุดชมวิวชั้นดาดฟ้าใจกลางอนุสาวรีย์ชัยฯ และร้านอาหารบรรยากาศดี

 

จ่อยกเครื่อง “เซ็นเตอร์วัน” โฉมใหม่ Synergy  สองศูนย์ฯ เติมเต็มพอร์ตโฟลิโอค้าปลีกในย่าน 

นอกจากการการเปิดตัว ONN ANU แล้ว ทางบริษัทยังวางแผนรีโนเวตศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน (Center One) ซึ่งจะเป็นการทยอยรีโนเวตทีละเฟส เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้เช่าและลูกคต้า ซึ่งแผนการปรับปรุงดังกล่าวนับเป็นการรับโฉมใหม่ในรอบ 10 ปีของทางศูนย์ เพื่อปรับพื้นที่ให้เป็นสัดสส่วนมากขึ้น โดยหัวใจสำคัญของการขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่การสร้างห้างขึ้นมาเพื่อแข่งกันเอง แต่เป็นการวางบทบาท (Positioning) ให้ Synergy ในการเติมเต็มซึ่งกันชัดเจน 

  • เซ็นเตอร์วัน (Center One) – เปรียบเสมือน “บ้านหลังหลัก”: ศูนย์การค้าขนาดใหญ่แบบฟูลฟังก์ชัน (Full-function Mall) ที่เน้นการใช้เวลานาน เป็นศูนย์รวมสินค้า แฟชั่น อาหาร และบริการที่ครบวงจร เพื่อการพักผ่อน เดินเล่น และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน โดยเตรียมมีแผนยกเครื่องปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อปรับรูปลักษณ์และบริการให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
  • ออน อนุ (ONN ANU) – เปรียบเสมือน “ห้องหรือบ้านของเพื่อน”: โครงการรีเทลขนาดกะทัดรัดที่ชูจุดเด่นเรื่องความสะดวกคล่องตัวในการเข้า-ออก (Accessibility) ลูกค้าสามารถแวะซื้อ แวะพัก แล้วออกเดินทางต่อได้ทันที (Quick Purchase) ตอบรับชีวิตที่เร่งรีบ โดยเน้นสัดส่วนร้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) สูงถึง 60% ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบ Grab & Go

กลยุทธ์ “ย่านแข่งย่าน” วัดผลที่คุณค่า ไม่ใช่แค่คนเดินผ่าน

ท่ามกลางการแข่งขันของโลกรีเทลที่เปลี่ยนแปลงไป “คุณรัชพล” บอกว่า วันนี้การแข่งขันของค้าปลีกเปลี่ยนจาก “ห้างแข่งห้าง” ไปสู่ “ย่านแข่งย่าน” โครงการ ONN ANU ไม่ได้ตั้งเป้าดึงดูดคนจากทั่วทั้งกรุงเทพฯ แต่ต้องการเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับคนในพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยฯ รวมถึงย่านเชื่อมต่ออย่างพญาไท ราชเทวี อารีย์ และสะพานควาย เพื่อให้คนในละแวกนี้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้าสู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) หรือสยามเพียงเพื่อจะหาของกินหรือแฮงเอาต์

นอกจากนี้ การวัดผลความสำเร็จของ ONN ANU จึงไม่ได้ผูกติดกับจำนวนคนที่เดินผ่านหน้าตึกเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของทราฟฟิก” (Quality of Traffic) ได้แก่ การใช้เวลาที่ตรงกับความต้องการ อัตราการซื้อซ้ำ และความสามารถในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับพันธมิตรร้านค้า

การเปิดตัวของ “ONN ANU” ควบคู่ไปกับแผนรีโนเวต “เซ็นเตอร์วัน” จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญของกลุ่มพีเพิล พลาซ่า ในการพลิกฟื้นชีพอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จากเพียงจุดต่อรถโดยสาร สู่การเป็นฮับไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองที่เปี่ยมด้วยพลังและเปิดรับทุกจังหวะชีวิตของผู้คนตลอดทั้งวัน สำหรับในแง่ของรายได้คาดการณ์ว่า ONN ANU คิดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 ล้านบาทต่อปี ส่วน Center One คาดว่าประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี

Add LINE Official Account
แชร์ :

You may also like