0

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความสำคัญกับการยกระดั บประสบการณ์ลูกค้าตลอดช่ วงเวลาของการอยู่อาศัย ผ่านการพัฒนาระบบบริการหลั งการขายและช่องทางรับแจ้งปัญหา Call Center 1778 เพื่ ออำนวยความสะดวกในการประสานงานแ ละติดตามการให้บริการ ทั้งด้านความรวดเร็ วในการตอบสนองและคุณภาพงานซ่อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ ไขปัญหาและลดข้อร้องเรียนจากลู กบ้านด้วย”


“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” วางกลยุทธ์พัฒนามาตรฐานงานก่
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “LALIN” ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ คุณภาพภายใต้แนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” กล่าวว่า ภาพรวมการแข่งขันในตลาดที่อยู่ อาศัยกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติ กรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวั งการใช้จ่ายและพิจารณาความคุ้ มค่าในการซื้อบ้านอย่างรอบด้ านมากขึ้น โดยเฉพาะคุณภาพงานก่อสร้าง มาตรฐานการส่งมอบ และความพร้อมในการดูแลลูกค้าหลั งเข้าอยู่อาศัย ปัจจัยเหล่านี้จึงมีบทบาทสำคั ญต่อการตัดสินใจซื้อและความเชื่ อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัจจุ บันกำลังก้าวข้ามสู่การแข่งขั นด้านคุณภาพและบริการอย่างจริ งจัง เพราะบ้านเป็นสินทรัพย์ที่มีมู ลค่าสูง ทำให้สิ่งที่ลูกค้าคาดหวังจึ งครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพของตัวบ้ านไปจนถึงการดูแลหลังการขาย การสร้างความเชื่อมั่นจึงต้ องเริ่ มจากมาตรฐานการทำงานภายในองค์กร โดยเฉพาะบุคลากรที่มีส่วนเกี่ ยวข้องกับการพั ฒนาโครงการและการดูแลลูกค้าจึ งจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และยึดมาตรฐานเดียวกันในทุกขั้ นตอน
ภายใต้แนวทางดังกล่าว บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุ ณภาพงานก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การคัดเลือกวัสดุและผู้รับเหมา ไปจนถึงการควบคุมงานและตรวจรั บบ้านก่อนส่งมอบ โดยนำมาตรฐาน Site Role Model และ Standard Checklist มาใช้เป็นแนวทางตรวจสอบคุ ณภาพในแต่ละโครงการ เพื่อให้ทีมงานสามารถประเมิ นความเรียบร้อยของงานก่อสร้ างตามหลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมลดโอกาสที่ก่อให้เกิดข้ อบกพร่องและเพิ่มประสิทธิ ภาพการส่งมอบบ้านให้แก่ลูกค้า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่ อนมาตรฐานคือ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านรู ปแบบ Hybrid Learning ซึ่งผสานการอบรมออนไลน์ (Online Training) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้ านมาตรฐานวิศวกรรม เทคโนโลยีงานก่อสร้าง และแนวทางบริหารจัดการสมัยใหม่ เข้ากับการอบรมภายในองค์กร (In-house Training) ที่เน้นการฝึกปฏิบัติในพื้นที่ ก่อสร้างจริง โดยเปิดโอกาสให้วิศวกรและช่างผู้ รับเหมาได้เรียนรู้ร่วมกัน ซักซ้อมกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ (Quality Control: QC) และแลกเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปั ญหาที่พบระหว่างการปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับทักษะและสร้ างความเข้าใจที่สอดคล้องกั นตลอดกระบวนการก่อสร้าง ขณะเดียวกัน บริษัท ฯ ยังได้นำแนวคิด Lean Management มาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานก่ อสร้าง โดยมุ่งลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ลดความสูญเปล่ าจากกระบวนการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรั พยากร ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทั ลมาใช้ติดตามความคืบหน้ าของงานและควบคุมคุณภาพ ช่วยให้ทีมงานสามารถตรวจสอบปั ญหา และวางแผนแก้ไขได้อย่างเหมาะสม โดยยังคงให้ความสำคัญกั บมาตรฐานคุณภาพของบ้านเป็นหลัก
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความสำคัญกับการยกระดั
ในส่วนของการพัฒนาทีมบริการ บริษัทฯ มุ่งเสริมทักษะการสื่อสารระหว่ างฝ่ายก่อสร้าง ฝ่ายขาย และฝ่ายบริการหลังการขาย โดยเฉพาะการอธิบายรายละเอี ยดทางเทคนิคให้ลูกค้าเข้าใจง่าย การรับฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening) และการติดตามแก้ไขปัญหาอย่างเป็ นระบบ ควบคู่กับหลักสูตร Service Mind และการประเมินความพึงพอใจของลู กค้า (Customer Satisfaction Score) เพื่อนำข้อมูลสะท้อนกลับมาปรั บปรุงคุณภาพการให้บริการให้ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่ อาศัยได้ดียิ่งขึ้น บริษัท ฯ ระบุว่า การพัฒนามาตรฐานงานก่อสร้ างและบริการอย่างต่อเนื่องมีส่ วนช่วยลดข้อบกพร่องของบ้านก่ อนส่งมอบ (Defect) ลดข้อร้องเรียน และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งเป็นผลลัพธ์สำคัญที่สะท้ อนถึงประสิทธิภาพการดำเนิ นงานและการพัฒนาบุคลากรในทุกส่ วนที่เกี่ยวข้องสำหรับทิศทางในช่วง 2-3ปีข้างหน้า “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” วางเป้าหมายต่อยอดการพัฒนาบุ คลากรผ่านหลักสูตรออนไลน์ และการฝึกอบรมภาคปฏิบัติอย่ างสม่ำเสมอ เพื่อปลูกฝังแนวคิด LALIN DNA ที่ให้ความสำคัญกับความใส่ ใจในรายละเอียด การทำงานเชิงรุก และความรับผิดชอบต่อคุ ณภาพงานในทุกขั้นตอน พร้อมพัฒนาระบบบริหารจั ดการและบริการลูกค้าให้สอดรับกั บความคาดหวังของผู้บริโภคที่ เปลี่ยนแปลงไป “ความเชื่อมั่นของลูกค้าเกิ ดจากประสบการณ์จริงที่ได้รับ ทั้งคุณภาพบ้านในวันที่ส่ งมอบและการดูแลตลอดระยะเวลาที่ อยู่อาศัย การลงทุนพัฒนาบุ คลากรและมาตรฐานการทำงานจึงเป็ นการลงทุนเพื่อสร้างความแข็ งแกร่งให้ธุรกิจในระยะยาว เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ลูกบ้ านมั่นใจว่า ทุกโครงการได้รับการพัฒนาด้ วยความใส่ใจและมีทีมงานพร้อมดู แลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการเติ บโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ” นายชูรัชฏ์กล่าวสรุป


