HomeBrand Move !!“ตาแห้ง” ภัยเงียบคนติดจอ “บำรุงราษฎร์” เปิดตัว “คลินิกตาแห้ง” เจาะลึกต้นเหตุ รักษาตรงจุด 

“ตาแห้ง” ภัยเงียบคนติดจอ “บำรุงราษฎร์” เปิดตัว “คลินิกตาแห้ง” เจาะลึกต้นเหตุ รักษาตรงจุด 

แชร์ :

“บำรุงราษฎร์” ชี้คนยุคดิจิทัลเสี่ยง “ตาแห้ง” จากการใช้หน้าจอต่อเนื่อง โดยพบเฉลี่ยทั่วโลกประมาณ 34.6% หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรโลก และสูงถึง 52.4% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ขณะที่คนไทยพบเฉลี่ย 40%  จึงยกระดับการดูแลผ่าน “คลินิกตาแห้ง” ค้นหาต้นเหตุเชิงลึก ด้วยเทคโนโลยี IDRA และ Precision Treatment ออกแบบการรักษาอย่างตรงจุด

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า โรคตาแห้งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้หน้าจอที่เพิ่มขึ้น

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงยกระดับการดูแลสุขภาพดวงตาผ่านคลินิกตาแห้งภายใต้ศูนย์จักษุ โดยเน้นการวินิจฉัยเชิงลึกและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยทีมแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขาและทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมตามมาตรฐานระดับสากล

“ตาแห้ง” เกิดได้ทุกวัย คนจ้องจอเสี่ยงมากขึ้น

ปัจจุบันประชากรจำนวนมากเผชิญปัญหาการมองเห็น และมากกว่า 50% ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ส่วนหนึ่งเพราะผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองมีปัญหาหรือมองข้ามสัญญาณเตือนของร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตและบั่นทอนคุณภาพชีวิต

ศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ หัวหน้าคลินิกตาแห้ง และจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตา การปลูกถ่ายกระจกตา และการผ่าตัดแก้ไขสายตา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า โรคตาแห้งพบได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ใช้หน้าจอต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะความถี่ในการกะพริบตาสามารถลดลงถึง 50–60% และอาจเกิดการกะพริบตาไม่สมบูรณ์หรือปิดเปลือกตาไม่สนิท ทำให้ชั้นน้ำมันที่เคลือบผิวดวงตากระจายตัวได้ไม่ดีและน้ำตาระเหยเร็วขึ้น

อาการเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่ ระคายเคือง แสบ คันตา รู้สึกเหมือนมีฝุ่นหรือทรายในตา แพ้แสง แพ้ลม ตาขาวหรือขอบเปลือกตาแดง มองเห็นไม่ชัดเป็นบางช่วง ไม่สบายตาหลังตื่นนอน หรือมีน้ำตาไหลมากผิดปกติ

หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง หยอดน้ำตาเทียมแล้วไม่ดีขึ้น หรือกระทบชีวิตประจำวัน ควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการลุกลามจนส่งผลต่อดวงตาในระยะยาว

ทำความเข้าใจ “ตาแห้ง” ไม่ใช่เพราะ “น้ำตาน้อย”

ด้าน นพ.ณัฐวุฒิ วะน้ำค้าง จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างด้านเปลือกตา ท่อน้ำตา และเบ้าตา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า น้ำตาประกอบด้วย 3 ชั้นสำคัญ ได้แก่ ชั้นน้ำมัน (Lipid Layer) ช่วยลดการระเหยของน้ำตา ชั้นน้ำ (Aqueous Layer) ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น หล่อเลี้ยง และชะล้างสิ่งระคายเคือง และ ชั้นเมือก (Mucin Layer) ช่วยให้น้ำตากระจายและยึดเกาะกับผิวดวงตาอย่างสม่ำเสมอ

ดังนั้น โรคตาแห้งจึงไม่ได้เกิดจากน้ำตาน้อยเท่านั้น แต่อาจเกิดจากการสร้างน้ำตาไม่เพียงพอ น้ำตาระเหยเร็ว หรือคุณภาพของน้ำตาผิดปกติ การวินิจฉัยจึงต้องประเมินทั้งระบบน้ำตา ผิวดวงตา เปลือกตา และการทำงานของต่อมน้ำมันร่วมกัน

หนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคตาแห้งคือ Meibomian Gland Dysfunction (MGD) ซึ่งเป็นความผิดปกติของต่อมน้ำมันบริเวณเปลือกตา ทำให้น้ำตาระเหยเร็วแม้ปริมาณน้ำตายังปกติ

นอกจากการใช้หน้าจอนานแล้ว ปัจจัยที่เกี่ยวข้องยังรวมถึงการใส่คอนแทคเลนส์นาน การใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา สภาพอากาศแห้ง แดดและลม ปัญหาฝุ่น PM 2.5 การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อายุที่เพิ่มขึ้น รวมถึงโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ภูมิคุ้มกัน 

IDRA เจาะลึกระบบน้ำตา หา “ต้นเหตุ” ก่อนรักษา

ในอดีตการตรวจตาแห้งมักพิจารณาปริมาณน้ำตาและรอยถลอกบนกระจกตา ซึ่งอาจยังไม่เพียงพอในการระบุสาเหตุ

ปัจจุบัน เทคโนโลยี IDRA ช่วยวิเคราะห์ระบบน้ำตาได้หลายมิติ ทั้งคุณภาพชั้นน้ำมัน ภาพต่อมน้ำมันบริเวณเปลือกตา ความเสถียรของน้ำตา และรูปแบบการกะพริบตา โดยเป็นการตรวจแบบไม่สัมผัสกระจกตา ไม่ต้องหยอดยาชา และทราบผลได้ทันทีพร้อมภาพจำลอง 3 มิติ ช่วยให้แพทย์สามารถค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาได้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย

ผู้ที่มีอาการตาแห้งไม่มาก สามารถเริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น พักสายตาและฝึกกะพริบตาให้สมบูรณ์

หากพบว่าปัญหาเกิดจาก MGD การรักษาจะมุ่งฟื้นฟูต่อมน้ำมัน ตั้งแต่การประคบอุ่น การนวดและทำความสะอาดเปลือกตา (Eyelid Spa Treatment) ไปจนถึงการรักษาด้วยแสง (Light-Based Therapy) โดย Low-Level Light Therapy (LLLT) ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำมันบริเวณเปลือกตาในระดับเซลล์

ส่วน Intense Pulsed Light (IPL) ช่วยลดการอักเสบและการอุดตันของต่อมน้ำมันบริเวณเปลือกตา สำหรับผู้ป่วยตาแห้งรุนแรงบางราย แพทย์อาจพิจารณาการรักษาขั้นสูงตามข้อบ่งชี้ เช่น Autologous Serum Eye Drops หรือ Platelet-Rich Plasma (PRP) เพื่อช่วยส่งเสริมการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

โรคตาแห้งมีความซับซ้อนและเกิดได้จากหลายปัจจัย การดูแลแบบ Personalized Care ที่มุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง จึงมุ่งค้นหาสาเหตุและประเมินความรุนแรง ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย


แชร์ :

You may also like