HomeSponsoredคิง เพาเวอร์ ยกระดับ “ดนตรี” สู่ “แฟชั่นภูมิปัญญา” ผ่านกลยุทธ์ Co-Creation ต่อลมหายใจให้งานฝีมือไทย

คิง เพาเวอร์ ยกระดับ “ดนตรี” สู่ “แฟชั่นภูมิปัญญา” ผ่านกลยุทธ์ Co-Creation ต่อลมหายใจให้งานฝีมือไทย

แชร์ :

เมื่อความสนุกของ “ดนตรี” มาปะทะกับความประณีตของ “งานหัตถกรรมไทย” ใครจะเชื่อว่าทั้งสองสิ่งที่ดูเหมือนอยู่คนละขั้ว จะสามารถหลอมรวมกันจนกลายเป็นปรากฏการณ์ทางแฟชั่นได้อย่างน่าทึ่ง “THE POWER BAND” เวทีประกวดวงดนตรีสากลระดับประเทศ ซึ่งคิง เพาเวอร์  ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย และวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ร่วมกันจัดขึ้น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พลังดนตรีไม่ได้จบลงแค่การเฟ้นหาผู้ชนะบนเวที แต่สามารถนำมาถักทอเข้ากับรากเหง้าภูมิปัญญาไทย จนยกระดับ “เสื้อที่ระลึก” ธรรมดา ให้กลายเป็นผลงานมาสเตอร์พีชที่เต็มไปด้วยคุณค่าและเรื่องราวในทุกผืนผ้า

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่คือการเดินทางของความคิดที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ตามมาเจาะลึกเบื้องหลังวิธีคิดกับ Brand Buffet ว่าอะไรคือแรงขับเคลื่อนให้ THE POWER BAND ต่อยอดจากเวทีดนตรี สู่ผลงานคราฟต์ที่จับต้องได้จริง

เชื่อมดนตรีและงานหัตถกรรม ให้ไปไกลกว่าเดิม

จุดเริ่มต้นของไอเดียนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการขายสินค้า หรือทำของที่ระลึก แต่เกิดจากความตั้งใจของคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ที่ต้องการสร้างเวทีที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ปล่อยของ ควบคู่ไปกับการชุบชีวิตสินค้าภูมิปัญญาไทยให้กลับมามีชีวิตชีวา และ “เท่” ในสายตาคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เสน่ห์ของงานฝีมือไทยยังคงส่งต่อคุณค่าให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

โดยเริ่มทำเสื้อประจำซีซันให้กับผู้เข้าประกวด THE POWER BAND ตั้งแต่ปี 2024 ด้วยการทำ Co-Creation ร่วมกับชุมชน เพื่อให้เหล่าช่างฝีมือตัวจริงได้นำทักษะ และภูมิปัญญาดั้งเดิม มาตีโจทย์ดนตรีในแต่ละปี ผ่านงานศิลปะบนผืนผ้า จนกลายเป็น “เสื้อมัดย้อม” ที่ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่แฝงไปด้วย “จิตวิญญาณ” ของงานฝีมือที่ร้อยเรียงอยู่ในทุกเส้นใย เพื่อใช้เป็นเสื้อประจำการแข่งขันที่มีเรื่องราวไม่ซ้ำใคร

สำหรับความพิเศษคือ “การสลับหมุนเวียนเปลี่ยนชุมชน” ในทุกซีซัน เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละท้องถิ่นได้นำเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาแสดงศักยภาพผ่านเวทีประกวดดนตรีอย่างเท่าเทียม โดยประเดิมครั้งแรกใน THE POWER BAND SEASON 4 ปี 2024 ครั้งนั้นได้ร่วมมือกับชุมชนทุ่งโฮ้ง หรือ “หม้อห้อมป้าเหลือง” จ.แพร่ นำเทคนิคการพิมพ์เทียนด้วยบล็อกไม้แกะสลัก มาผสานเข้ากับการมัดย้อมห้อมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งต้องอาศัยการย้อมถึง 4 ครั้ง เพื่อไล่เฉดสีฟ้าตั้งแต่ฟ้าอ่อนไปถึงสีน้ำเงินเข้ม เพื่อถ่ายทอดแนวคิด “Let the Music Power Your World” เป็นได้สุด เป็นไปได้ ด้วยพลังแห่งดนตรี ซึ่งการก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ในครั้งนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้สู่ชุมชน แต่ยังปลุกชีวิตให้ภูมิปัญญาไทยได้ปรากฎตัวบนเวทีดนตรีที่เต็มไปด้วยพลังคนรุ่นใหม่

จากความสำเร็จในปีแรก ได้ต่อยอดมาสู่ THE POWER BAND SEASON 5 ปี 2025 โดยครั้งนี้ร่วมมือกับกลุ่ม “ฝ้ายเงิน ฝ้ายทอง” แห่งบ้านป่ากลาง จ.น่าน นำเทคนิคการเขียนเทียนแล้วย้อมครามบนผ้าฝ้าย ที่ผ่านกระบวนการมัดและย้อมซ้ำหลายครั้ง จนเกิดเป็น “ลายก้อนเมฆ” อันเป็นเอกลักษณ์สวยงาม เพื่อถ่ายทอดคอนเซปต์ “Music Creates More Possibilities” พลังดนตรี เป็นไปได้ ไม่สิ้นสุด

ผสานความประณีต และใส่ใจในทุกเส้นใย

ล่าสุดในปีนี้ THE POWER BAND SEASON 6 ปี 2026 ภายใต้แนวคิด “INFINITE MUSIC POSSIBILITIES” พลังดนตรี เป็นไปได้ ไม่สิ้นสุด ได้จับมือกับ “วงศ์เดือนมัดย้อม” กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื้อผ้าสำเร็จรูปและมัดย้อม จ.นนทบุรี แบรนด์ผ้ามัดย้อมระดับตำนานกว่า 30 ปี นำเทคนิค “การมัดย้อมเย็น” มาถ่ายทอดผ่านเสื้อ THE POWER BAND ซึ่งวิธีนี้ไม่เพียงให้สีสันที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังช่วยถนอมเนื้อผ้าเนื่องจากเส้นใยไม่ถูกทำลายด้วยความร้อน และมั่นใจได้ว่าสีจะไม่ตก

เบื้องหลังลวดลายที่งดงามบนเสื้อ THE POWER BAND 2026 คุณบรรเทิง ลยังคานนท์ แกนนำกลุ่มวงศ์เดือนมัดย้อม เล่าว่า ไม่ใช่ผลผลิตจากการผลิตซ้ำคราวละหลายพันตัวด้วยเครื่องจักร แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ คือ มัด-ล้าง-ย้อม เริ่มจากการนำเสื้อไปแช่น้ำยา ล้าง และปั่นหมาด ก่อนจะมัดผ้าและแช่น้ำยาอีกครั้งทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน เพื่อให้สีติดผ้าทนทานและคงความสดใส จากนั้นในตอนเช้าจึงนำมาล้าง ปั่นหมาด และนำเข้าสู่กระบวนการย้อมด้วยสีบาติกคุณภาพสูง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่จะใช้ช่างฝีมือเพียงคนเดียวในการลงมือทำ เพื่อควบคุมน้ำหนักมือให้ระดับสีออกมาสม่ำเสมอในทุกๆ ตัว

“เสน่ห์ของผ้ามัดย้อมคือ ลวดลายที่แตกต่างไปตามสีที่วิ่งบนเส้นผ้า ทำให้เสื้อแต่ละตัวกลายเป็นงานศิลปะที่ไม่มีใครเหมือน”

การร่วมมือกับ THE POWER BAND ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การผลิตเสื้อประจำการแข่งขัน แต่คุณบรรเทิงมองว่า  เป็นโอกาสสำคัญในการกระจายความรู้และปลุกให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสถึงความสวยงามของงานภูมิปัญญาไทย ที่ในปัจจุบันเริ่มหาผู้สืบทอดได้ยาก จึงอยากให้น้องๆ ช่วยกันอนุรักษ์ไว้

คนดนตรี ต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้เติบโต

คชภัค ผลธนโชติ (พล – วงแคลช) ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายค่ายเพลง ผู้บริหารค่ายบ็อกซ์ มิวสิค และป๊อบ แอนนิมอล

ปรากฎการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจให้กับเหล่าช่างฝีมือ แต่ยังส่งต่อแรงบันดาลใจไปถึงคนในแวดวงดนตรีอย่างกว้างขวาง โดย คุณคชภัค ผลธนโชติ ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายค่ายเพลง ผู้บริหารบ็อกซ์ มิวสิค และป๊อบ แอนนิมอล บอกว่า ดนตรีกับแฟชั่นเป็นศิลปะที่มาคู่กันเสมอ การที่คิง เพาเวอร์ ไม่ได้สนับสนุนเพียงแค่เวทีประกวดดนตรี แต่ยังเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยอย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่ควรส่งเสริมต่อเนื่อง เพราะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าศักยภาพของคนไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ

อัคราวิชญ์ พิริโยดม (เช่ – เดอะริชแมนทอย) หัวหน้าสาขาวิชาดนตรีสมัยนิยม วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล

สอดคล้องกับมุมมองของ คุณอัคราวิชญ์ พิริโยดม หัวหน้าสาขาวิชาดนตรีสมัยนิยม วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่บอกว่า เสื้อมัดย้อมลาย THE POWER BAND กลายเป็นไอเทมสุดพิเศษที่หลายคนตั้งตารอในทุกซีซัน เพราะนอกจากความสวยงามที่เป็นเอกลักาณ์แล้ว ทุกครั้งที่สวมใส่ ยังเปรียบเสมือนการได้สนับสนุนรายได้และส่งต่อพลังใจไปให้วิสาหกิจชุมชนโดยตรง

เช่นเดียวกับมุมมองของศิลปินรุ่นใหม่จาก วง KRYPTONYTE ที่มองว่า เวทีประกวดดนตรีแห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเปิดพื้นที่ให้คนรักดนตรีได้แสดงศักยภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าของงานฝีมือท้องถิ่น ผ่านเสื้อผ้าที่ทันสมัยสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน แถมยังช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนด้วย

ปรากฏการณ์ในครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า พลังดนตรีไม่จำเป็นต้องเป็นแค่พื้นที่สำหรับคนดนตรี แต่คืพื้นที่สำหรับทุกคนที่มีหัวใจรักในความเป็นไทย เพื่อให้ภูมิปัญญาไทยของเรายังโลดแล่นและเป็นไปได้อย่างไม่สิ้นสุด เช่นเดียวกับพลังดนตรีที่ไม่มีขีดจำกัด


แชร์ :

You may also like