ในโลกของเด็กนักเรียน “วันแย่ๆ” อาจเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพียงเพราะรองเท้าคู่เก่งไม่เป็นใจ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์รองเท้าหาย , ซักแล้วแห้งไม่ทันในวันที่มีเรียนพละ, สภาพขาดเยินจนครูฝ่ายปกครองจ้องมอง หรือแม้แต่การใส่ไซส์ที่ไม่พอดี ปัญหาเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กในสายตาผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง มันคืออุปสรรคที่ขัดขวางความมั่นใจและการใช้ชีวิตให้ “เต็มที่” ในรั้วโรงเรียน
นันยาง (Nanyang) แบรนด์รองเท้าผ้าใบระดับตำนาน จึงหยิบเอา Insight “รองเท้ารังแกฉัน” มาสร้างสรรค์เป็นโครงการ “ตู้นันยืม” (ยืมนันยาง…ไปใส่ให้เต็มที่) โมเดลการแบ่งปันที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยการจัดตั้งตู้รองเท้าผ้าใบในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถขอยืมใส่ได้ฟรีในกรณีฉุกเฉิน
ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวถึง ที่มาของ “ตู้นันยืม” ว่า เราได้เห็นนักเรียนไทยมีวันแย่ๆ เพราะรองเท้ารังแกฉัน เช่น ซักแล้วแห้งไม่ทัน, อยู่ดีๆ ดันโดนเทิร์น, สภาพเยินไม่พร้อมใช้, ใส่ผิดสีไม่ได้ตั้งใจ, ซื้อผิดไซส์ไม่พอดี และอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้ใส่ไม่เต็มที่ จึงเกิดความตั้งใจของนันยางไม่อยากให้รองเท้าต้องเป็นสาเหตุของวันที่ไม่ดี เราอยากเห็นรองเท้าที่พร้อมใช้งานเดินพร้อมไปกับทุกคน แม้จะเป็นเรื่องที่เล็กน้อย แต่วันนั้นอาจจะเป็นวันสำคัญที่สุดของชีวิตของใครคนหนึ่งก็ได้
“เราไม่อยากให้รองเท้าเป็นสาเหตุของวันที่ไม่ดี” ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสร้าง Brand Experience และ Brand Love ให้เกิดขึ้นในใจผู้บริโภครุ่นเยาว์อย่างแนบเนียน”
ปัจจุบัน โครงการ “ตู้นันยืม” ยืมนันยาง...ไปใส่ให้เต็มที่ ได้รับความสนใจในวงกว้างโดยมีโรงเรียนลงทะเบียนเข้าร่วมหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาเล็กๆ เหล่านี้ยังคงต้องได้รับการดูแล และอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอนาคตของชาติได้อีกทางหนึ่ง โดยนันยางได้นำร่องโครงการใน 10 โรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อจัดส่ง “ตู้นันยืม” เพื่อช่วยขจัดปัญหามากมายที่ทำให้ใส่ไม่เต็มที่
อย่างไรก็ตาม ปัญหารองเท้าไม่ได้จบแค่ที่ตัวเด็ก แต่ลามไปถึง “กระเป๋าตังค์” ของผู้ปกครอง ในเชิงเศรษฐกิจ รองเท้านักเรียนถือเป็นดัชนีชี้วัดกำลังซื้อระดับฐานราก (Grassroots Economic Index) ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะเป็นค่าใช้จ่ายภาคบังคับที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงเปิดเทอม
คุณชัยพัชร์ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า นันยางเข้าใจดีว่าเงินทุกบาทมีความหมายมากในช่วงเปิดเทอม แม้ต้นทุนการผลิตจะปรับสูงขึ้น แต่นันยางยังคงตรึงราคาในช่วงเปิดเทอมนี้ เพื่อไม่ซ้ำเติมภาระให้ผู้ปกครอง พร้อมยืนยันการเลือกใช้ยางพาราแท้ 100% ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของมาตรฐานความทนทานที่ผู้บริโภคไว้วางใจมาอย่างยาวนาน
ในปีการศึกษา 2569 ที่พายุค่าครองชีพพัดถล่มจากวิกฤตพลังงาน นันยางเลือกที่จะดำเนินกลยุทธ์ “ฝืนกระแสต้นทุน“ ด้วยการประกาศเดินหน้า “ตรึงราคา” สินค้าทุกรุ่น แม้ต้นทุนวัตถุดิบและภาคการผลิตจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมภาระครัวเรือน พร้อมยืนหยัดมาตรฐานยางพาราแท้ 100% และมาตรฐาน มอก. รายเดียวในตลาด
เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน นันยางได้จัดพอร์ตสินค้า (Product Portfolio) เพื่อครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น
- Segment ประหยัด ด้วยการส่งรุ่น “Superstar” ราคาเริ่มต้นเพียง 270 บาท ทลายกำแพงราคาแต่ยังคงความทนทานตามแบบฉบับยางพาราธรรมชาติ
- Segment หลัก (สินค้าเรือธง) ชูนันยาง 205-S พื้นเขียวในตำนาน ราคาเริ่มต้น 340 บาท สำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าในระยะยาว
- Segment นวัตกรรม Nanyang Have Fun ราคา 320 บาท เจาะกลุ่มประถมด้วยฟังก์ชันไม่ต้องผูกเชือก ตอบโจทย์ความสะดวกและสุขอนามัย
สำหรับสถานการณ์ช่วงก่อนเปิดเทอมตั้งแต่หลังสงกรานต์ที่ผ่านมา ผู้ปกครองเตรียมความพร้อมสำหรับบุตรหลานในปีการศึกษาใหม่ โดยช่วงวันหยุดยาว 1-4 พฤษภาคม 2569 มีความคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงต้นเดือนและเป็นโค้งสุดท้ายก่อนเปิดเทอมใหญ่ คาดว่าจะมีแรงซื้อต่อเนื่องตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม ทั้งร้านค้าทั่วไปกว่า 4,000 แห่ง, ศูนย์สรรพสินค้าชั้นนำ, และทางออนไลน์
ซึ่งทุกช่องทางมีโปรโมชันส่งเสริมการขายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งภายใต้ภาวะกำลังซื้อที่จำกัดทำให้ผู้ปกครองได้พิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้นสำหรับรายจ่ายช่วงเปิดเทอมโดยคำนึงถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าเป็นปัจจัยสำคัญ







