HomeBrand Move !!ออมสิน 2569 กับวิสัยทัศน์ ‘Smart Social Bank for All Lives’ พลิกโฉมธนาคารเพื่อสังคม สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยทุกช่วงวัย

ออมสิน 2569 กับวิสัยทัศน์ ‘Smart Social Bank for All Lives’ พลิกโฉมธนาคารเพื่อสังคม สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยทุกช่วงวัย

แชร์ :

ปี 2569 เป็นปีที่ “ธนาคารออมสิน” หรือ “GSB” มีอายุครบ 113 ปี (วันที่ 1 เมษายน) และที่ผ่านมามีจุดยืนในการเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” (Social Bank) มาตลอด แต่วันนี้ธนาคารออมสินกำลังยกระดับบทบาทขึ้นไปอีกสเตป สู่การเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” ที่ดูแลทุกคน ทุกช่วงชีวิต โดยในภาษาอังกฤษ ได้เพิ่มคำว่า “Smart” และ “for All Lives” ด้านหน้าและหลังคำว่า Social Bank เดิม จนกลายเป็น “Smart Social Bank for All Lives”

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมธนาคารออมสินถึงต้องลุกขึ้นมาปรับบทบาทใหม่ ทั้งๆ ที่จุดยืนเดิมมีความแข็งแกร่งดีอยู่แล้ว และทำไมต้องเป็น Smart Social Bank for All Lives? ตาม Brand Buffet มาฟังวิธีคิดของ ผอ.ใหม่ของธนาคารออมสิน “คุณทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” พร้อมกระบวนการสร้างแบรนด์สู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิตนับจากนี้

ธนาคารเพื่อสังคม ก็ต้องมี “กำไร” แต่ถ้าอยู่แบบเดิม ก็โตต่อยาก

ธนาคารออมสินเป็นธนาคารเก่าแก่ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานตั้งแต่ปี 2456 ก่อตั้งโดยรัชกาลที่ 6 เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมการออมให้กับประชาชน และต่อมาได้วางจุดยืนเป็นธนาคารเพื่อสังคม ส่งผลให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาธนาคารออมสินจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการออมผ่านการให้ความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมในรูปแบบต่างๆ ควบคู่กับการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ด้วยการคิดดอกเบี้ยที่ไม่แพงมาอย่างต่อเนื่อง

“ธนาคารเพื่อสังคม ไม่ได้หมายถึงธนาคารเพื่อการกุศล แต่คือ ธนาคารที่ไม่ได้หวังผลกำไรมากเกินไป เพื่อนำเอากำไรไปช่วยสังคม ดังนั้น ธนาคารยังคงต้องมีกำไร เพื่อให้มีความแข็งแรง เพราะถ้าธนาคารไม่เติบโต ก็จะช่วยสังคมได้แค่ระยะสั้นๆ เท่านั้น”

คุณทรงพล ย้ำนิยามการเป็นธนาคารเพื่อสังคม และเมื่อมองมาที่ผลการดำเนินงาน จะเห็นเลยว่า ธนาคารมีการเติบโตมาตลอดทั้งในด้านรายได้ กำไร และการช่วยเหลือประชาชนฐานรากและผู้ประกอบการรายย่อยที่เดือดร้อนได้เพิ่มขึ้นทุกปี

คุณทรงพล ยอมรับว่า แม้ธนาคารออมสินจะเป็นแบรนด์ Social Bank ที่ผู้บริโภครู้จักเป็นอย่างดี และที่ผ่านมามีการเติบโตต่อเนื่อง แต่ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา โลกมีความผันผวนสูง เกิดเหตุการณ์ต่างๆ แบบที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน ตั้งแต่โควิด ปัญหาสงคราม น้ำท่วมใหญ่ จนมาถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตพลังงาน และปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ยังคงมีความท้าทายหลายอย่างรออยู่ ดังนั้น ถ้าวันนี้องค์กรไม่ทำอะไรเลย และแข่งด้วยกลยุทธ์แบบเดิมๆ การจะทำให้ธนาคารอยู่รอดและแข่งขันได้บนสมรภูมิทางการค้าและเศรษฐกิจที่ไม่เหมือนเดิม คงเป็นเรื่องยาก นั่นเลยทำให้ธนาคารต้องกลับมาทบทวน และตัดสินใจปรับแบรนด์สู่บทบาทใหม่

ต่อยอด “จุดแข็ง” สู่ “บทบาท” ใหม่

การปรับบทบาทใหม่ในครั้งนี้ คุณทรงพล ย้ำว่า ธนาคารออมสินไม่ได้ทิ้งตัวตนเดิม โดยยังคงเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพราะเป็น DNA ที่ทำให้ธนาคารเติบโตมาถึงทุกวันนี้ ดังนั้น บทบาทใหม่นี้จึงเป็นการเชื่อมโยงจุดแข็งเดิมสู่การสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงความมั่นคงทางการเงินครอบคลุมทุกมิติมากขึ้น จนนำมาสู่ Smart Social Bank for All Lives ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถรับมือกับความไม่แน่นอน และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้มากขึ้น

โดยนิยามของ Smart Social Bank for All Lives หากตีความแบบตรงตัว ก็คือ ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต ซึ่งการเพิ่มคำว่า “Smart” เข้ามา ไม่ได้หมายถึงความทันสมัยเท่านั้น แต่คุณทรงพล หมายถึงประสิทธิภาพการทำงาน โดยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไปให้สอดรับกับเทคโนโลยีและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานเร็วขึ้น และสร้างความมั่นใจในการใช้บริการกับผู้บริโภคมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนคนต้องพกเงินสดติดตัวก่อนออกจากบ้าน แต่ปัจจุบันไม่จำเป็นแล้ว แค่มีมือถือเครื่องเดียวก็ทำธุรกรรมได้ทุกอย่างแล้ว หรือการขอสินเชื่อ เดิมทีลูกค้าต้องมาทำเรื่องที่สาขาเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีช่องทางต่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือกตามความสะดวกมากขึ้น เป็นต้น

ส่วนคำว่า for All Lives ในที่นี้ หมายความถึง “ทุกชีวิต” ซึ่งหมายรวมถึงประชาชนทุกกลุ่ม และครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย เริ่มตั้งแต่วัยเด็กเล็ก กลุ่มวัยเรียน กลุ่มวัยสร้างตัว กลุ่มวัยเติบโต จนถึงกลุ่มวัยเก็บเกี่ยว และวัยส่งมอบ

ดังนั้น เพื่อสื่อสารให้คนทุกกลุ่มวัยได้เข้าใจและเห็นภาพใหม่ของแบรนด์ชัดเจนมากขึ้น ธนาคารออมสินจึงเริ่มต้นด้วยการยกระดับโครงสร้างไอทีของธนาคารใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้น และทุกคนสามารถใช้บริการต่างๆ ของธนาคารได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องมาที่สาขา ซึ่งจะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และเห็นความแตกต่างของธนาคารออมสินจากเดิม

พัฒนาผลิตภัณฑ์-บริการ เข้าถึงคนทุกกลุ่ม

นอกจากการปรับโครงสร้างไอทีใหม่แล้ว อีกสิ่งที่ธนาคารออมสินต้องทำควบคู่กันคือ การส่งเสริมการออม และสร้างโอกาสให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะทำผ่านการให้ความรู้ทางการเงิน รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการที่ตอบความต้องการของทุกคน เช่น การออกสลากออมสินพิเศษ วงเงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท จากเดิมรางวัลที่ 1 มีมูลค่า 70 ล้านบาท แต่ปีนี้จะปรับให้รางวัลที่ 1 มี 7 รางวัลๆ ละ 10 ล้านบาท เพื่อเพิ่มจำนวนให้ผู้รับรางวัลมากขึ้น และผู้ที่ถือสลากทุกรุ่นที่ยังไม่หมดอายุมีสิทธิได้รับรางวัลในครั้งนี้ด้วย

รวมทั้งมีแผนจะปรับการบริการกับลูกค้าเดิมที่มีวินัยในการผ่อนชำระดี ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ โดยตอนนี้เริ่มนำร่องกับลูกค้าสินเชื่อบ้าน เมื่อครบสัญญาอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี แล้ว ธนาคารจะลดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ที่ 3-4% ส่วนเฟสต่อไปจะขยายไปยังสินเชื่อผู้ประกอบการ และสินเชื่อรายย่อย ขณะเดียวกัน ยังปรับวิธีการสื่อสารใหม่ โดยใช้ภาษาที่ง่าย และหลากหลายช่องทาง เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคแต่ละกลุ่มมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ คือสเตปแรกของการปรับบทบาทใหม่ ซึ่ง 4 เดือนจากนี้ คุณทรงพล บอกว่า จะได้เห็น Movement ใหม่ๆ ของธนาคารออมสินออกมาสร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาดอย่างแน่นอน และเชื่อว่า ภายใน 1 ปี ไม่เพียงบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิตจะชัดเจนและเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ยังจะทำให้ธนาคารเติบโตและสามารถสนับสนุนประชาชนทุกกลุ่มให้ฟันฝ่าความท้าทายต่างๆ ไปด้วยกันได้มากขึ้นด้วย โดยปี 2569 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.7-3.2 แสนล้านบาท โดยเน้นกลุ่มประชาชนฐานราก 1 ล้านราย และสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อยอีก 1.2 แสนล้าน หรือเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปี 2568

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like