0


บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรซ์ และโยเกิร์ตชั้นนำของประเทศไทย ร่วมเฉลิมฉลอง “วันดื่มนมโลก” (World Milk Day) 1 มิถุนายนนี้ ตอกย้ำศักยภาพ “น้ำนมโค” จากเกษตรกรโคนมไทยสู่เวทีสากล หลังผลิตภัณฑ์ “เมจิ ไฮโปรตีน” สร้างความสำเร็จในตลาดต่ างประเทศ ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในกลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์ (Functional Drink) ในประเทศสิงคโปร์
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึ งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ มีต่อผลิตภัณฑ์นมจากประเทศไทย และแนวโน้มการเติบโตของตลาดเครื่ องดื่มเพื่อสุขภาพในภูมิ ภาคเอเชียที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่ อง
นายอภิสิทธิ์ ธีรภาพรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 37 ปี บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์ นมพาสเจอไรซ์และโยเกิร์ต โดยยึดมั่นในมาตรฐานการผลิต ความสดสะอาด และการพัฒนานวัตกรรมสินค้า ควบคู่กับการสร้างระบบนิ เวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้ งแต่เกษตรกร ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงผู้บริโภค ตามเจตนารมณ์ของบริษัทในการ “เพิ่มคุณค่าชีวิต”
“น้ำนมดิบคุณภาพจากเกษตรกรไทยคื อรากฐานสำคัญของทุกผลิตภัณฑ์ ซีพี-เมจิจึงมุ่งมั่นทำงานร่ วมกับเกษตรกรเพื่อยกระดั บมาตรฐานฟาร์มโคนมอย่างต่อเนื่ อง โดยส่งเสริมแนวทางปฏิบัติ ทางการเกษตรที่ดี (GAP) ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทั้งด้ านฟาร์ม ด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำนมและเพิ่ มประสิทธิภาพการผลิตตลอดทั้งห่ วงโซ่”
ปัจจุบัน ซีพี-เมจิ รับซื้อน้ำนมดิ บจากเกษตรกรไทยเฉลี่ยประมาณ 680 ตันต่อวัน จากเครือข่ายฟาร์มกว่า 4,500 แห่ง ทั่วประเทศ และเป็นหนึ่งในผู้รับซื้อน้ำ นมรายใหญ่ของภาคเอกชนที่มี บทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุ ตสาหกรรมนมไทย
ในด้านการขยายตลาดต่างประเทศ บริษัทได้รุกตลาดในเอเชีย อาทิ ลาว เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ โดยมุ่ง “เพิ่มคุณค่า” ให้ผลิตภัณฑ์ผ่านนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ ละตลาดและทุกช่วงวัย
สำหรับตลาดสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ ซีพี-เมจิครองส่วนแบ่ งตลาดนมพาสเจอไรซ์ 48% ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ “เมจิ ไฮโปรตีน” ที่เริ่มวางจำหน่ายในปีนี้ สามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มนมโปรตีน (Functional Dairy Drink) ด้วยส่วนแบ่งตลาด 66% สอดคล้องกับข้อมูลจากบริษัทวิจั ยตลาดที่ระบุว่า ตลาด Protein Drinks และ Dairy Protein ในสิงคโปร์มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ ยประมาณ 4–6% ต่อปี จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ ความสำคัญกับสุขภาพ การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และการควบคุมน้ำหนัก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ตลาดนมในต่างประเทศจะเติ บโตต่อเนื่อง แต่การบริโภคนมของคนไทยยังอยู่ ในระดับต่ำเมื่อเทียบกั บหลายประเทศในเอเชียอย่างมีนั ยสำคัญ โดยมีอัตราการบริโภคเฉลี่ยเพี ยงประมาณ 18–23 ลิตรต่อคนต่อปี หรือคิดเป็นการดื่มเพียง 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์ สะท้อนถึงโอกาสในการส่งเสริ มการบริโภคนมเพื่อสุ ขภาพของคนไทย
ในระยะยาว
ในระยะยาว
“ในวันดื่มนมโลกปีนี้ เราอยากให้คนไทยภาคภูมิใจว่า ‘น้ำนมโคของเกษตรกรไทย’ มีคุณภาพและศักยภาพแข่งขั นในระดับสากล ขณะเดียวกัน การดื่มนมมากขึ้น ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างสุ ขภาพและโภชนาการที่ดี แต่ยังเป็นการสนับสนุ นเกษตรกรโคนมไทยให้มีอาชีพที่มั่ นคง ภายใต้เจตนารมณ์ในการ ‘เพิ่มคุณค่าชีวิต’ ซีพี-เมจิจะเดินหน้าพัฒนาอุ ตสาหกรรมนมไทยควบคู่ไปกับการสร้ างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

