แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดความสำเร็จในการขยายตลาดบริการทางการเงินผ่านงานสัมมนาใหญ่ MoMents 2026 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยระบุว่าปัจจุบันบริษัทได้เชื่อมโยงร้านค้ากว่า 150 ล้านรายทั่วโลกเข้ากับบัญชีผู้ใช้งานมากกว่า 2 พันล้านบัญชีทั่วโลกแล้ว และมีการบุกตลาดในหลายภูมิภาคร่วมด้วย ถือเป็นการประกาศความพร้อมเพื่อเข้าสู่ยุค AI Commerce อย่างเป็นทางการ
สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีด้านการเงินดิจิทัลครั้งนี้ แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ระบุว่า ปัจจุบัน บริษัทได้รองรับวิธีการชำระเงินกว่า 300 รูปแบบในกว่า 220 ตลาดทั่วโลก ครอบคลุมระบบบัตรทุกประเภท พันธมิตรผู้ให้บริการชำระเงินผ่านมือถือ 50 ราย และระบบ QR ระดับประเทศกว่า 10 ระบบ อาทิ SGQR ของสิงคโปร์, DuitNow ของมาเลเซีย, ZeroPay ของเกาหลีใต้, PromptPay ของไทย, QRIS ของอินโดนีเซีย, LankaPay ของศรีลังกา และอื่น ๆ อีกมากมาย
นอกจากนั้น บริษัทได้ผนวกรวมแอปพลิเคชัน e-wallet และแอปธนาคารชั้นนำระดับโลก อาทิ iFAST Global Bank จากสหราชอาณาจักร, KBank และ SCB จากประเทศไทย, barq จากซาอุดีอาระเบีย และ ShopeePay จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยกว่า 20 ล้านรายการต่อวัน
ในงานดังกล่าว แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ยังได้เผยความสำเร็จของการขยายตลาดในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น
- ประเทศเวียดนาม บริษัทได้ร่วมมือกับ NAPAS และ Vietcombank เพื่อเปิดตัวบริการชำระเงินด้วย QR ข้ามประเทศ และยังประสานงานกับรัฐบาลนครโฮจิมินห์เพื่อพัฒนาศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศอีกด้วย
- ภูมิภาคลาตินอเมริกา มีการจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัทฟินเทคสัญชาติเม็กซิกัน R2 เมื่อปลายปี 2568 เพื่อสนับสนุนการขยายสินเชื่อแก่ SME ทั่วทั้งภูมิภาค
- ตะวันออกกลาง มีการร่วมมือกับธนาคารกลางซาอุดีอาระเบีย (SAMA) และเครือข่ายการชำระเงินแห่งชาติ mada โดยมีแผนจะเปิดตัวบริการชำระเงินด้วย QR ข้ามประเทศ Alipay+ ในปี 2569
เผิง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ยังได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ในการผนึกกำลังธุรกิจหลักทั้งสี่ของบริษัท ได้แก่ Alipay+, Antom, Bettr และ WorldFirst เพื่อนำเสนอโซลูชันการเติบโตที่เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้นสำหรับธุรกิจทุกขนาด
นอกจากนี้ แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ยังได้ทำงานร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร และบริษัทฟินเทคอื่น ๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจริง ตัวอย่างที่สำคัญได้แก่ โปรโตคอลการชำระเงินแบบเอเจนต์สำหรับมือถือ (AMP), แพลตฟอร์ม AI-as-a-Service โดยมีการสร้างโซลูชันใช้งานจริงในมาเลเซียผ่าน TNG eWallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์) และ easypaisa ธนาคารดิจิทัลแห่งแรกของปากีสถาน
นอกจากนั้นยังมี AI SHIELD โซลูชันบริหารความเสี่ยงที่สามารถระบุธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างแม่นยำกว่า 95% พร้อมทั้งช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการชำระเงินได้สูงสุดถึง 13.5% เป็นต้น




