
สรุปตัวเลขธุรกิจ “ตู้เต่าบิน” ปี 2568 ดังนี้
– มีจำนวนตู้เต่าบิน 7,721 ตู้ทั่วประเทศ เพิ่มขึ้น 7.9% (จากปีก่อนมีจำนวนตู้รวม 7,150 ตู้)
– มียอดขายรวม 2,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% (จากปีก่อนยอดขายรวม 1,975 ล้านบาท)
– มียอดจำหน่ายเครื่องดื่มรวมกว่า 62 ล้านแก้ว ลดลง 4.6% (จากปีก่อนขายรวม 65 ล้านแก้ว)
ปี 2568 ธุรกิจเต่าบินมีการบริหารจัดการพอร์ตตู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยทยอยนำตู้ที่ผ่านการปรับปรุงกลับมาให้บริการ และการคัดเลือกจุดติดตั้งในพื้นที่ที่มีอัตราการใช้งานสูง รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การบริหารระดับ “ราคาขายต่อแก้ว” ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค
ขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมนูเครื่องดื่มให้มีความหลากหลายและคุณภาพสูงขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ “ราคาขาย” เฉลี่ยต่อแก้วยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมไปถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเมนูพรีเมียม ส่งผลให้ “ราคาขาย” เฉลี่ยต่อแก้วสูงขึ้น ช่วยสนับสนุนรายได้ของธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้น แม้ปริมาณยอดจำหน่ายรวมทั้งปีลดลง
ปี2559 ขยายโมเดล Tao Bin Cafe x GINKA
ปี 2569 ตู้เต่าบินขยายเพิ่มรวมเป็น 10,000 จุด เพิ่มเมนูใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความถี่ในการซื้อซ้ำให้เพิ่มขึ้น
โดยพัฒนารูปแบบการให้บริการสู่การสร้างประสบการณ์การใช้งานแบบครบวงจร (Integrated Lifestyle Experience) ผ่านการผสานนวัตกรรมหลักของกลุ่ม ได้แก่ สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติภายใต้แบรนด์ GINKA Charge Point และธุรกิจเครื่องดื่มชงสด “เต่าบิน” เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มมูลค่าการใช้พื้นที่และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกรวดเร็ว และคุณภาพของสินค้าและบริการ
รูปแบบการดำเนินงานดังกล่าวช่วยรองรับกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการใช้เวลาระหว่างการชาร์จ ควบคู่กับการขยายฐานไปยังกลุ่มนักเดินทาง พนักงานออฟฟิศ และผู้บริโภคทั่วไปที่มองหาเครื่องดื่มในราคาที่เข้าถึงได้
ภายในพื้นที่ให้บริการมีการติดตั้งตู้ชงเครื่องดื่มอัตโนมัติ “เต่าบิน” รูปแบบเคาน์เตอร์ ซึ่งสามารถให้บริการพร้อมกันหลายแก้วในเวลาเดียวกัน ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการและรองรับปริมาณลูกค้าในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง
นอกจากนี้ได้ต่อยอดบริการด้วยการนำเสนอสินค้าในกลุ่มอาหารว่างและของหวาน ผ่านตู้บริการอัตโนมัติและระบบสั่งซื้อด้วยตนเอง (Self-Order Kiosk) พร้อมระบบจัดการคิว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและลดการใช้แรงงาน
โมเดล “Tao Bin Cafe x GINKA Charge Point” ได้เริ่มเปิดให้บริการในบางทำเลนำร่องแล้ว และอยู่ระหว่างการประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบสำหรับการขยายสาขาในทำเลศักยภาพเพิ่มเติม เน้นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านปริมาณผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า การสัญจร และการใช้ชีวิตประจำวัน
โดยมีแผนขยายรูปแบบการให้บริการดังกล่าวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาแนวคิด “Smart Café for EV Lifestyle” ให้เป็นโมเดลธุรกิจผสมผสานที่สามารถเชื่อมโยงบริการด้านพลังงาน การบริโภค และไลฟ์สไตล์เข้าสู่ระบบเดียวกันอย่างครบวงจร ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรและพื้นที่ สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ต่อจุดให้บริการ



