HomeSponsoredเจาะ 4 กลยุทธ์ The Title เครือ ASW ตอกย้ำตัวจริงอสังหา “ภูเก็ต” สู่การเป็นผู้นำตลาด Leisure Residence

เจาะ 4 กลยุทธ์ The Title เครือ ASW ตอกย้ำตัวจริงอสังหา “ภูเก็ต” สู่การเป็นผู้นำตลาด Leisure Residence

แชร์ :

“ภูเก็ต” เสน่ห์ของไลฟ์สไตล์เมืองกับธรรมชาติที่ติดอันดับโลก ตลาดอสังหาฯ ของที่นี่จึงบูมและแข่งขันกันดุเดือด ทว่าแบรนด์ The Title by AssetWise กลับสามารถช่วงชิงโอกาส สร้างความต่าง จนขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาด Leisure Residence วันนี้จะพาไปเจาะลึกถึง key success ที่ทำให้แบรนด์นี้กลายเป็นคำตอบแรกๆ ของคนต่างชาติที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพมั่นคง และนักลงทุนจากทั่วโลกที่มีเป้าหมายลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

ยกระดับแบรนด์ ย้ำภาพ Leisure Residence

ย้อนดูกลยุทธ์ที่ The Title หรือ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ในเครือ AssetWise ทำจะเห็นได้ว่าเปิดเกมรุกตลาดครบมิติทั้ง 4 เสาหลักสำคัญ

เริ่มต้นจาก ในแง่ของ Brand Strategy ที่มีโฟกัสชัดในการสร้างแบรนด์ The Title ให้เป็นมากกว่าเมืองท่องเที่ยวและที่อยู่อาศัยทั่วๆไป โดยในช่วงหลายปี The Title เน้นสื่อสารยกระดับภาพลักษณ์ของภูเก็ต จากแค่หมุดหมายของการท่องเที่ยว (Tourist Destination) มาเป็นโชว์ให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดที่มีความพร้อมรอบด้านที่สามารถเป็นจุดหมายของการอยู่อาศัยระยะยาว ( Long-term Living Destination) โดยกลยุทธ์นี้ถูกถ่ายทอดผ่าน The Title เลือกทำหนังสั้นโฆษณา (TVC) สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในภูเก็ตที่ซ่อนอยู่ตามชายหาดของแต่ละหาด และตัวเมืองที่ทำให้การใช้ชีวิตของทุกคน ทุกครอบครัวมีสีสันและสนุกขึ้น ภายใต้แบรนด์ The Title ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Leisure Residence ที่พร้อมเข้ามาช่วยเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตไปอีกขั้น เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่ทำให้ภูเก็ตกลายเป็น Heaven Bestination เป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัย น่าลงทุนในระยะยาว

การผนึกกำลังกับ AssetWise ขยาย Growth Platform ได้เต็มสูบ

งานนี้ต้องบอกว่า The Title ไปได้ไกลกว่าแค่อสังหาฯ เพราะการเป็นบริษัทในเครือของ AssetWise ซึ่งถือเป็น Developer ชั้นนำของไทยเชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ทั้งแนวสูง และแนวราบ ที่เด่นเรื่องการออกแบบคอนเซ็ปต์โครงการที่สวยงามไม่ซ้ำใคร และจัดเต็มสิ่งอำนวยความสะดวก ในขณะที่ The Title ทำตลาดลูกค้าต่างชาติมานาน จึงเข้าใจกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ และมีฐานลูกค้าในมือที่เหนียวแน่น เมื่อทั้งคู่มาร่วมกัน การขับเคลื่อนแนวคิดการพัฒนาโครงการใหม่ๆ จึงมีออกมาให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง โดย The Title สามารถไดร์ฟ Growth Platform ใหม่ได้อีก ไม่ใช่แค่ในมุมของอสังหาฯ แต่ก้าวกระโดดไปถึงมิติของ Hospitality, Lifestyle และ Experience Economy ที่จะช่วยผลักดันภูเก็ตสู่ Heaven Bestination อย่างยั่งยืน

อย่างการทำธุรกิจ Beach restaurant ชื่อ The Salute ที่หาดในยาง รวมไปถึงโรงแรม โวโค ภูเก็ต บางเทา (voco Phuket Bangtao) เป็นแห่งแรกในภูเก็ต และล่าสุดที่เพิ่งมีการเซ็น MOU ไปหมาดๆ คือ โรงแรม โฮเทล อินดิโก้ ภูเก็ต ในยางบีช (Hotel Indigo Phuket Nai Yang Beach) นับเป็นโรงแรมที่สองในภูเก็ต

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจ Living Service “The Esquire” ที่ให้บริการด้าน Property Management แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งทีมนิติบุคคลช่วยบริหารจัดการภายในโครงการ บริการจัดหาและประสานผู้เช่า บริการซักรีด บริการทำความสะอาดภายในห้องพัก รวมไปถึงช่วยดูแลทรัพย์สิน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ปลอดภัย 24 ชม. ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ถือเป็น Ecosystem Business Model ที่สามารถเชื่อมโยงถึงกัน เพื่อส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์การอยู่อาศัยให้ลูกค้า พร้อมช่วยยกระดับภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยวสู่จุดหมายของการอยู่อาศัยระยะยาวได้แท้จริง

ปั้นแบรนด์ผ่าน Content x Experience Marketing  เข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ๆ

เป้าหมายของการตลาด The Title มองไปมากกว่าแค่เรื่อง  Brand Awareness แต่ต้องการสร้าง Brand Affinity ให้กลุ่ม Global Citizen และนักลงทุนต่างชาติ รู้สึกผูกพัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไปในระยะยาว ดังนั้น สิ่งที่ The Title ทำจึงไม่ใช่แค่การโฆษณา แต่คือการคิดครีเอททำคอนเทนต์ จัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ที่เน้นสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้าในกลุ่มต่างๆ

อย่างล่าสุด The Title เข้าไปมีส่วนร่วม เป็น Official Sponsor ในกิจกรรมดนตรีระดับโลก อย่าง EDC Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยในปีนี้ได้ร่วมสร้างประสบการณ์แนวคิด “Leisure Lifestyle” ผ่านโซน Binary Beach ที่ผสานดนตรี ศิลปะ และอัตลักษณ์ของภูเก็ตเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่เป็นอีกหนึ่งไวรัลสูงสุดของงาน รวมไปถึงการร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในเวทีประกวดชั้นนำ Miss Universe Thailand 2025 และ Mister International Thailand 2025 เหล่านี้สะท้อนเห็นว่า The Title คิดและทำการตลาดอย่างแตกต่างไม่เฉพาะแค่กลุ่มอสังหาฯ แต่แบรนด์สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์ และความสนใจของกลุ่มลูกค้าได้อย่างหลากหลาย และขยายวงกว้างไปได้เรื่อยๆ

หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง เติบโตชัดเจน

แผนธุรกิจ The Title ในปีนี้ได้เตรียมลงทุนพัฒนา 6 โครงการใหม่ มูลค่า 10,100 ล้านบาท พร้อมขยายพอร์ตสู่ทำเลใหม่ อย่างหาดสุรินทร์ และเกาะแก้ว ส่วนโครงการไฮไลท์ที่เพิ่งเปิดขายไปเร็วๆ นี้ ได้แก่ เบียงกาน่า หาดสุรินทร์ (Biancana Surin) และ คาซ่า เดอ มอนเต้ (Casa de Monte) โครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรีในโซนเกาะแก้ว ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในช่วงเปิดตัว

ผลจากการดำเนินโครงการที่มุ่งพัฒนาอสังหาฯ ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัย และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับนักลงทุนทำให้ ภายหลังจาก AssetWise เข้าลงทุนใน The Title ในระยะเวลาเพียง 3 ปี สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยร่วมกันได้แล้วกว่า 21 โครงการ มูลค่ากว่า 54,950 ล้านบาท โดยในปี 2568 The Title มีรายได้รวม 2,983 ล้านบาท เติบโต 132% จากปีก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 591 ล้านบาท เติบโตกว่า 548% จากปีก่อน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนต่อผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง

ล่าสุด The Title ย้ายจากตลาดหลักทรัพย์ mai เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้เป็นที่เรียบร้อย ยิ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ และการเข้าสู่ตลาดทุนครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ The Title เติบโตสู่ธุรกิจอสังหาฯ ระดับประเทศที่น่าจับตามอง อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความสำเร็จด้านความเป็นผู้นำตลาด Leisure Residence ในภูเก็ต จนได้รับการยอมรับไปในระดับสากล


แชร์ :

You may also like