นับตั้งแต่ปี 2546 หลังจาก “บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” หรือ “SC Asset” พัฒนาบ้านเดี่ยวโครงการแรก ภายใต้แบรนด์ Bangkok Boulevard บุกตลาดอสังหาฯ กระทั่งมีความแข็งแกร่งในเซ็กเม้นต์บ้านระดับไฮเอนด์ วันนี้ SC Asset มีอายุครบ 23 ปีแล้ว และกำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ ด้วยการรีแบรนด์ครั้งแรกในรอบ 20 ปี สู่การเป็น “มากกว่าที่อยู่อาศัย” พร้อมกับสร้างกำไร New High แตะ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2573
เบื้องหลังของการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 2 ทศวรรษนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร? Brand Buffet สรุป 10 เรื่องราว และเส้นทางการเติบโตต่อไปจากนี้
1.แค่อสังหาฯ ไม่พอ ใช้ความหลากหลายสู้ความผันผวน
การรีแบรนด์ครั้งนี้เป็นการ “รีฟอร์ม” องค์กร เพื่อรับมือกับโลกยุคใหม่ที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงจากโลกที่ยึดหลักเกณฑ์ไปสู่การสะสมพรรคพวก ตลอดจนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตต่อไปได้ เพราะบนโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้ คุณณัฐพงศ์ มองว่า สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดได้ต้องมีวิวัฒนาการและปรับตัว ถ้าไม่ปรับ ก็รอวันสูญพันธุ์ แบรนด์เองก็เหมือนสิ่งมีชีวิตเช่นกัน ต้อง “ปรับตัว” ไม่เช่นนั้นจะสูญพันธุ์ในที่สุด
ทำให้ SC Asset มีการปรับตัวมาตลอด โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผ่านการใช้ “นวัตกรรม” และความ “หลากหลาย” ด้วยการลุยธุรกิจใหม่ๆ เพื่อกระจายพอร์ตโฟลิโอให้หลากหลาย จนปัจจุบันครอบคลุมธุรกิจ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ธุรกิจอสังหาฯ 2.ธุรกิจอสังหาฯ ที่สร้างรายได้ประจำ และธุรกิจใหม่เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้น เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ผันผวนจะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือได้ดีขึ้นกว่าการมีแค่ธุรกิจเดียว
2.ต้องสร้างกำไรสูงสุดอีกครั้ง
แม้โลกจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ปีนี้ไม่ใช่ปีที่ SC Asset จะประคองตัว โดยตั้งเป้าเติบโตในทุกตัวเลข ทั้งยอดขาย กำไร และการลงทุน เพื่อสร้างเม็ดเงินกำไรสูงสุดอีกครั้งภายในปี 2573 ที่ 3,000 ล้านบาท หลังจากปี 2565-2566 เคยทำกำไรสูงสุดที่ 2,500 ล้านบาท มาแล้ว
3.จากอสังหาฯ ไฮเอนด์ สู่การเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย
เมื่อไม่ได้จำกัดตัวเองแค่ธุรกิจอสังหาฯ คุณณัฐพงศ์ จึงต้องสร้างความชัดเจนให้กับแบรนด์ผ่านการ Rebranding ให้ SC Asset เป็นที่จดจำและสร้างการรับรู้ว่าเป็น “มากกว่าที่อยู่อาศัย”
4.ตัดคำว่า “Asset” ออกจากโลโก้ สะท้อนการเติบโตไร้ขีดจำกัด
เพื่อให้ทุกคนเห็นตัวตนใหม่ชัดเจนขึ้น การ Rebrand ในครั้งนี้จึงเริ่มจากการเปลี่ยนโลโก้ เพราะเป็นวิธีที่ คุณณัฐพงศ์ มองว่า ตะโกนได้ดังที่สุดไปถึงผู้บริโภค โดยโลโก้ใหม่ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกทานตะวัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทัศนคติในการทำงานของ SC Asset ที่หันหน้าไปหาลูกค้าตลอดเวลา เพราะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตต่อไปได้ พร้อมกับตัดคำว่า “Asset” ออกจากโลโก้ เหลือแค่คำว่า SC เพื่อสะท้อนถึง “อะไรก็เป็นไปได้ในเอสซีฯ” ที่จะเติบโตแบบไร้ขีดจำกัดบนธุรกิจที่หลากหลาย และมีโทนสีหลากหลาย ไม่ได้มีแค่สีส้มเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสีขาว สีเทา และชมพูเพิ่มขึ้นด้วย
5.เปิด 2 คอนโดใหม่ ซึ่งเป็น “ที่สุด” ตั้งแต่ SC เคยทำมา
หลังจาก Rebrand การรุกตลาดตลาดอสังหาฯ ปีนี้ บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่ 6 โครงการ แบ่งเป็นแนวราบ 4 โครงการ และคอนโด 2 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่จะสร้างความเป็น “ที่สุด” นับตั้งแต่ SC เคยทำมา โครงการแรกเป็น Branded Residence ระดับ Ultra Luxury แบรนด์ใหม่บนทำเลพระราม 4 ที่มี “ราคาสูงที่สุด” เท่าที่บริษัททำมา ส่วนอีกโครงการเป็นคอนโดริมแม่น้ำที่มี “ขนาดใหญ่สุด” เท่าที่บริษัทเคยทำมา ในราคา 150,000 บาทต่อตารางเมตร
6.รุกอสังหาฯ ต่างจังหวัด
ปีที่ผ่านมา SC ประสบความสำเร็จกับการบุกตลาดอสังหาฯ ในภูเก็ตมาก ปีนี้จึงมีแผนขยายตลาดเพิ่มที่ภูเก็ต และรุกพัทยาเพิ่มขึ้น
7.ลุยอสังหาฯ เพื่อเช่า รับเทรนด์เช่าโตแรง
เปิดตัวโมเดล GenScription ตอบรับเทรนด์การเช่าที่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันตลาดเช่ามีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 4 แล้ว และ Rental Rate สูงขึ้น จากเมื่อก่อนค่าเช่าสูงสุดอยู่ที่ 1,000 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน วันนี้บางทำเลเกินราคานั้นไปแล้วเป็นครั้งแรก เบื้องต้นจะมี 3 โซลูชั่น ได้แก่ เช่าเผื่อซื้อ, เช่าเผื่อย้ายในอนาคต และเช่าในระยะยาว คาดเปิดตัวในครึ่งปีหลัง
8.ขยายรายได้ธุรกิจอสังหาฯ สร้างรายได้ประจำ
ธุรกิจอสังหาฯ สร้างรายได้ประจำจะครอบคลุมทั้งธุรกิจโรงแรม แวร์เฮ้าส์ ออฟฟิศ และอพาร์ตเมนต์ให้เช่าในสหรัฐ ภายใต้บริษัท SCX 360 โดยปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,200 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้ารายได้รวมโตราว 70% หรือ 2,000 ล้านบาท ผ่านการขยายธุรกิจโรงแรมเพิ่มอีก 450 ห้องในแหล่งท่องเที่ยว เช่น พัทยา และภูเก็ต รวมถึงขยายคลังสินค้าโซนบางนา-อีอีซี เพิ่มอีก 170,000 ตารางเมตร และลงทุนธุรกิจโซลาร์เซลล์ รองรับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์
9.ลงทุนธุรกิจใหม่ 1,000 ล้านใน 3 ปี
ธุรกิจใหม่โฟกัสใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ บริการหลังการขาย ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และสุขภาพ ภายใต้บริษัท SCANVA โดยเตรียงบลงทุนไว้ที่ 1,000 ล้านบาท ในระยะ 3 ปี และปีนี้ตั้งเป้ารายได้ที่ 400 ล้านบาท ผ่านการขยายการให้บริการหลังการขายทั้งโครงการของ SC และภายนอกผ่านแบรนด์ SC ABLE จาก 150 โครงการ เป็น 260 โครงการ พร้อมกับเปิดตัวแบรนด์ LINTON บริการคอนเซียร์จดูแลลูกบ้านระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ควบคู่กับการขยายฐานผู้ใช้ดิจิทัลแพลฟอร์มรู้ใจ จาก 30,000 รายเป็น 40,000 รายโดยจะจับมือกับแบรนด์นำเสนอโซลูชันการใช้ชีวิตที่หลากหลาย และรุกธุรกิจสุขภาพ ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลก คาดเปิดบริการในไตรมาส 4
10.บาลานซ์พอร์ต เติบโตบนโลกที่ผันผวน
ปี 2569 รายได้และกำไรของ SC ยังคงมาจากธุรกิจอสังหาฯ โดยมีสัดส่วน 80% แต่ภายใน 5 ปีจากนี้ ต้องการสร้างกำไรสถิติใหม่ และต้องมาจากส่วนผสมใหม่ โดย 30% ต้องมาจากธุรกิจที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยและธุรกิจใหม่ เพื่อบาลานซ์พอร์ต ให้องค์กรสามารถเติบโตกับโลกที่ผันผวนตลอดเวลา
การรีแบรนด์ครั้งนี้จึงถือเป็นบิ๊กมูฟครั้งสำคัญของ SC ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของก้าวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ที่ไม่เพียงจะทำให้องค์กรอยู่รอดจากโลกที่ท้าทายนี้ได้ แต่ยังจะสร้างการเติบโตให้กับ SC แบบก้าวกระโดดและยั่งยืนด้วย
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE







