ท่ามกลางตลาดความงามที่ร้อนแรงและแข่งขันสูง เมิร์ซ เอสเธติกส์ จัดเวที Thailand Aesthetics Business Forum เป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “Safety First, Sustainable Growth” ชวนผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงามรีเซ็ตแนวคิดใหม่ จาก Fast Beauty สวยไว เห็นผลทันที สู่ Safe Beauty ที่สร้างการเติบโตระยะยาว พร้อมวางหมุดหมายใหม่ “Live a Better Look” แคมเปญ 3 ปีที่มุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ Safety First, Confidence Always โจทย์ไม่ใช่แค่ “ทำอย่างไรให้สวย” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ธุรกิจสวยระยะยาว”
จาก Fast Beauty สู่ Safe & Longevity Beauty
ภญ.กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้บริหารสูงสุด เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทยชี้ชัดว่า อุตสาหกรรมความงามปี 2026 ไม่ได้แข่งกันที่ความเร็ว แต่แข่งกันที่ความยั่งยืน
ผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามกับความสวยแบบเร่งด่วน และมองหาความงามที่ไม่บิดเบือนโครงสร้างเดิมของตัวเอง แต่ช่วย “ฟื้นฟูจากภายใน” ในมิติระดับเซลล์ เทรนด์จึงเคลื่อนเข้าสู่ Longevity Wellness ที่ผสานความงาม สุขภาพ และการชะลอความเสื่อมเข้าไว้ด้วยกัน
เมิร์ซ เอสเธติกส์ จึงขยับจาก Fast Beauty ไปสู่ Safe Beauty พร้อมเปิดแคมเปญ 3 ปี “Live a Better Look” เพื่อผลักดันแนวคิด Safety First, Confidence Always เพื่อวางหมุดหมายใหม่ของตลาด “ความสวยต้องไม่แลกกับความเสี่ยง และสร้างความมั่นใจในระยะยาว”
สำหรับนักธุรกิจคลินิก นี่คือสัญญาณว่า โมเดลรายได้ต้องขยับจากขายหัตถการ สู่การเป็นพาร์ทเนอร์ดูแลสุขภาพระยะยาว (Transactional สู่ Relationship-based) และเมิร์ซ เอสเธติกส์ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่จะเดินควบคู่กับไปคลินิกเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจความงามไปด้วยกัน
“เมื่อคลินิกประสบความสำเร็จ เมิร์ซก็ประสบความสำเร็จไปด้วย” ภญ.กิตติวรรณกล่าว
Safe Lifestyle ผู้บริโภคยุคใหม่เลือก “ป้องกัน” มากกว่า “แก้ไข”
ภัทรศยา เชาว์รัศมีกุล บรรณาธิการไลฟ์สไตล์จาก The Standard LIFE สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภค 1–2 ปีที่ผ่านมา ว่าเทรนด์ Preventive & Longevity ชัดเจนมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และคนเมือง คนหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพระยะยาว การเกิดขึ้นของ Run Club ที่กลายเป็นพื้นที่สร้างสุขภาพ และโซเชียลคอนเนคชัน การกินดี นอนดี ไม่ใช่เทรนด์ แต่คือ Lifestyle และ Longevity ไม่ได้หมายถึงแค่ “อายุยืน” แต่หมายถึง “ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพไปนาน ๆ”
ความงามจึงเปลี่ยนจากการปกปิด เป็นการฟื้นฟูจากภายใน จากการแต่งเติม กลายเป็นการชะลอความเสื่อมระดับเซลล์ Key Insight สำคัญคือ “ความปลอดภัย” กลายเป็นคีย์เวิร์ดหลักของอุตสาหกรรม ผู้บริโภคมองหาแหล่งที่มา งานวิจัย และผลข้างเคียงก่อนตัดสินใจ ดังนั้นคลินิกที่ต้องการเติบโตจึงต้องสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส มีงานวิจัยรองรับ พูดถึงทั้งผลลัพธ์และความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา
“ธุรกิจความงามยุคนี้ ต้องมองระยะยาว และลึกระดับเซลล์ แบรนด์อาจจะต้องเล่าเรื่องใหม่ ในนิยามความงามที่ต้องอยู่ในระยะยาว ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ เป็นสิ่งที่ทุกคนมองหา และอยู่กับเราไปนาน ๆ ธุรกิจความงามต้องปรับตัวเป็นเพื่อนคู่คิด เดินร่วมทางไปกับเขา ต้องสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง วางโพสิชันจากหมอเป็นเพื่อน” ภัทรศยาระบุ
Safe Business บทเรียนจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ แชร์บทเรียนการวางกลยุทธ์ในธุรกิจสุขภาพระดับพรีเมียม ที่ทำให้โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์เติบโต โดยปีที่ผ่านมา มีรายได้กว่า 26,000 ล้านบาท มีลูกค้ากว่า 200 ประเทศเข้ามาใช้บริการ หัวใจสำคัญไม่ใช่ “ราคาถูก” แต่คือ “Value for Money” ผ่านคุณภาพ ระบบ และความปลอดภัย ขณะที่ “ไวทัลไลฟ์” ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม เติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท คิดเป็น 4.7% จากรายได้รวม
“เทรนด์ธุรกิจเวลเนสระดับโลก เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และกลุ่มเพอร์ซันนอล บิวตี้ มีสัดส่วนถึง 20% ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน รัฐบาลกำลังบูมธุรกิจเวลเนส ทัวริซึ่ม เราอยู่ในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงมาก” ดร.อาทิรัตน์กล่าว
สำหรับคลินิกขนาดเล็ก ต้องปรับมายด์เซ็ตใหม่ Longevity จะไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่จะเป็นโครงสร้างใหม่ของธุรกิจสุขภาพ และต้องหา Core Differentiation ให้เจอ คุณเก่งด้านไหน Longevity Body หรือ Skin Science ต้องชัด ต้องหาพันธมิตรทางธุรกิจมาทำงานร่วมกัน (collaboration) ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการตรวจวิเคราะห์ผิว
เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะคน (Personalization) เป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดพรีเมียม ที่สำคัญ อย่าเล่นสงครามราคา เพราะธุรกิจความงามพรีเมียมขาย “ความมั่นใจ” ไม่ใช่แค่บริการ
ดร.อาทิรัตน์ มีคำแนะนำเพิ่มเติมว่า ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนไม่แน่นอน สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องยึดถือ คือ Growth Mindset ต้องรู้ว่าคุณค่าธุรกิจของเราคืออะไร และทำให้ดีที่สุด สำหรับมนุษย์ ความงามเป็นยาเสพติด ยิ่งเครียด ยิ่งดูแลตัวเองมากขึ้น และมองหาโอกาสขยายไปเซกเมนต์อื่น ๆ เช่น กลุ่มผู้ชาย ลูกค้าอยู่ตรงไหน ต้องไปตรงนั้น ต้องคิดนอกกรอบ และอย่าท้อถอย
“ธุรกิจต้องทำให้ลูกค้าขาดไม่ได้ เหมือนมือถือ” ดร.อาทิรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย
Branding บทเรียนความยั่งยืนจาก POEM
ชวนล ไคสิริ ผู้ก่อตั้ง POEM แบรนด์แฟชั่นไทยที่ใช้เวลาเกือบ 10 ปีในการสร้างการยอมรับระดับสากล ให้บทเรียนสำคัญกับธุรกิจความงาม จากสิ่งที่เขาเรียนรู้ คือ “อย่าวิ่งตามเทรนด์ POEM ไม่ได้ดีไซน์เพื่อไล่กระแส
แต่สร้าง Core Identity อย่างชัดเจน ทำการสื่อสารซ้ำ และยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ จนเกิด Brand Community และกลายเป็น Brand Culture
“ที่ผ่านมา POEM ได้รีแบรนด์ด้วยแนวคิด Diversity และ Intentional Living จนเกิด Brand Community ที่แข็งแรง ทุกคนมีความงามในแบบของตัวเองได้ ความหลากหลายเป็นบรรทัดฐานความงามของคนยุคใหม่ จนสามารถก้าวข้ามความงามในอุดมคติแบบเดิมได้” ชวนลกล่าว
มนุษย์ไม่สามารถหนีเรื่องความงามได้ ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานทางจิตวิทยา สะท้อนถึงตัวตนในสังคม ความเชื่อมั่น สร้างพลังให้ผู้หญิงทุกคน POEM ไม่ได้ดีไซน์ตามเทรนด์ แต่มีจุดยืนที่ชัดเจนในการ Empower ให้กับลูกค้าของเราสิ่งสำคัญ ต้องมี Core Identity ต้องมีความเฉพาะทาง มุมมอง หรือทักษะอื่น ที่คนอื่นไม่เห็น และทำออกมาให้ลูกค้ามองเห็น เล่าเรื่องสิ่งที่คุณเชื่อ ความสม่ำเสมอ และใช้ระยะเวลา ทำซ้ำ ๆ จะทำให้เกิดแบรนด์ ทรัสต์ มีจุดยืนที่ชัดเจน และสามารถสื่อสารได้ง่ายขึ้น
“สินค้าและบริการต้อง “ขายตัวเองได้” สุดท้ายประสบการณ์จริงของลูกค้าคือหมัดน็อกที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ สำหรับธุรกิจความงาม ความเป็นเพื่อนและความไว้ใจ รวมถึงความน่าเชื่อถือจากมาตรฐานความปลอดภัย เป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจความงามที่ยั่งยืน ” ชวนลกล่าวทิ้งท้าย
Financial Strategy โตอย่างมีวินัยในปี “เผาจริง”
ข้อมูลจาก ttb ชี้ว่า ธุรกิจความงามไทยมูลค่าราว 75,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5% แม้เศรษฐกิจชะลอ และ 85% ของตลาดมาจากคลินิกความงาม แต่ความท้าทายคือความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ หนี้ครัวเรือน 90% ของจีดีพี กำลังซื้อเปราะบาง ลูกค้าหันมาใช้บัตรเครดิตและผ่อน 0% มากขึ้น ดังนั้นเจ้าของคลินิกจึงต้องคิดมากกว่าเรื่องการตลาด
คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจ ต้องบริหาร Cash Flow ให้แข็งแรง ควบคุมต้นทุน ให้ดอกเบี้ยขาลงให้เป็นโอกาส เช่น ออกโปรโมชันเชื่อมกับระบบผ่อนชำระ ขณะเดียวกันต้องกระจายความเสี่ยงทางการเงิน และอย่ามองแค่กำไรระยะสั้น “ธุรกิจที่อยู่รอดในรอบนี้ คือธุรกิจที่มีวินัยการเงิน กำไรบนกระดาษไม่สำคัญเท่าเงินสดในมือ และต้องมีแบรนด์ที่แข็งแรง”
ttb ได้พัฒนาโซลูชันครบวงจรสำหรับการบริหารจัดการการเงินของธุรกิจ โดยเริ่มจาก ttb business one ธนาคารดิจิทัล เพื่อโลกธุรกิจ ครบ จบ ทุกธุรกรรมการเงิน โอน-รับ-จ่าย ครอบคลุมทั้งธุรกรรมในประเทศและต่างประเทศในแพลตฟอร์มเดียว
สำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคล ธนาคารมี ttb total HR solution โซลูชัน ที่เป็นมากกว่าระบบการจ่ายเงินเดือน แต่คือการสร้างชีวิตทางการเงินของพนักงานให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยครอบคลุมสวัสดิการ 4 มิติทางการเงิน คือ สวัสดิการการใช้และการเก็บออม สวัสดิการการกู้ยืม สวัสดิการความคุ้มครองที่อุ่นใจและสวัสดิการการบริหารภาษีและลงทุนเพื่อเกษียณ เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการเพิ่มแรงจูงใจให้พนักงานอยู่กับบริษัทได้นานขึ้น
สำหรับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ บัญชี ttb multi-currency account เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีการค้าขายกับคู่ค้าต่างประเทศ เพราะสามารถบริหารจัดการได้ถึง 11 สกุลเงินในบัญชีเดียว อีกทั้งแนะนำให้ผู้ประกอบการใช้สกุลเงินท้องถิ่นของคู่ค้า เช่น หยวนสำหรับการสั่งสินค้าจากจีน แทนการใช้ USD ที่มีความผันผวนสูงกว่า
นอกเหนือจากการจัดการการเงินธุรกิจ ธนาคารยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้าง Financial Wellness ในระยะยาว ด้วยแนวคิด “Wellness Solution Portfolio” ที่มุ่งเน้นการบริหารพอร์ตที่สมดุล ปลอดภัย และคุ้มครองเงินต้น
ในวันที่เศรษฐกิจผันผวน ความเครียดสูง ผู้คนยิ่งมองหาความมั่นใจ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น Longevity Wellness จึงไม่ใช่แค่เทรนด์ความงาม แต่คือ “โครงสร้างธุรกิจใหม่” ที่ผสานศิลปะ วิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน และสำหรับเมิร์ซ เอสเธติกส์ บทบาทไม่ได้หยุดที่ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ แต่คือ Business Partner ที่เติบโตไปพร้อมคลินิก เมื่อคลินิกเติบโตอย่างปลอดภัย แบรนด์ก็เติบโตอย่างยั่งยืนเช่นกัน









