
ส่วนแผนการลงทุนปี 2569 วางจำนวน 18,700 ล้านบาท ดังนี้
1. Mobility 10,300 ล้านบาท สัดส่วน 55.1%
– ขยายสถานีบริการน้ำมัน PTT จำนวน 89 สถานี โดยยังมีโอกาสเปิดอีกเยอะในทำเลใหม่ ทางหลวงตัดใหม่ เปิดเพื่อต้องการพื้นที่ค้าปลีกเพิ่ม รวมทั้งขยายพื้นที่รีเทลในปั๊มเดิม
– ขยาย EV Station PluZ ตามการเติบโตของผู้ใช้รถไฟฟ้า
– พื้นที่คอมเมอร์เชียล OR Space จุดพักรถ
– Infrastructure คลังน้ำมัน ท่อน้ำมัน
2. Lifestyle 4,300 ล้านบาท สัดส่วน 23%
– ขยายเครือข่าย Café Amazon จำนวน 280 แห่ง รวมทั้งการลงทุนใน Value Chain ธุรกิจกาแฟ เพื่อลดต้นทุนและแข่งขันได้
– ลงทุนธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ร่วมกับ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ CENTEL เบื้องต้นเปิด 6 แห่งทั้งในสถานีบริการน้ำมัน PTT และนอกปั๊ม
– ลงทุน M&A และ Joint Venture โฟกัสธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) เพื่อดึงดูดคนเข้ามาในสถานีบริการน้ำมัน PTT
3. Global 14,000 ล้านบาท สัดส่วน 7.5%
– ขยายสถานีบริการน้ำมัน PTT และ Café Amazon ในต่างประเทศ
4. อื่นๆ 2,700 ล้านบาท สัดส่วน 14.4%
– ลงทุน Virtual Bank (ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา) ร่วมกับธนาคารกรุงไทย และ AIS
– พัฒนาระบบดิจิทัลและไอทีเพื่อธุรกิจ
ดันลูกค้าใช้บริการ 5 ล้านคนต่อวัน
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่าหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของปี 2569 คือ การสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจ (OR Ecosystem) ที่มีผู้ใช้เข้ามาใช้บริการธุรกิจในเครือ กลุ่ม Mobility ไม่ว่าจะเป็นสถานีบริการน้ำมัน PTT และ EV Station PluZ กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม แบรนด์หลักอย่าง Café Amazon ซึ่งมีเครือข่ายรวมกว่า 4,600 สาขา ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการต่อยอดสู่กลุ่ม Health & Wellness โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการในสถานีบริการจากเฉลี่ย 3.9 ล้านคนต่อวันเป็น 5 ล้านคนต่อวันในปี 2573
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล OR ใช้แอปพลิเคชัน blueplus+ (บลูพลัส) เป็นตัวเชื่อมระหว่าง Physical Platform และ Digital Ecosystem ของ OR เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้า ตั้งแต่การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การนำเสนอสิทธิประโยชน์และบริการที่ตรงความต้องการ ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ปัจจุบัน blueplus+ มีสมาชิกกว่า 9.3 ล้านบัญชี และตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกสู่ 14 ล้านราย ในปี 2573
ขยายธุรกิจ Budget Hotel
สิ่งที่ OR โฟกัสการลงทุนคือ ธุรกิจ Lifestyle เพื่อดึงคนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ธุรกิจใหม่ที่ลงทุนเพิ่มในปีนี้ คือ โรงแรมราคาประหยัด หรือ Budget Hotel ลงทุนร่วมกับ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ CENTEL
โมเดลธุรกิจโรงแรมของ OR และ CENTEL เทียบเคียงกับ Budget Hotel ที่มีอยู่ในตลาดอย่าง Hop Inn
โดยโรงแรมแต่ละแห่งมีขนาด 70-80 ห้อง ใช้งบลงทุน 1 ล้านบาทต่อห้อง ราคาห้องพักอยู่ที่ 800 บาท ถึง 1,000 บาทต้นๆ ต่อคืน
การลงทุนธุรกิจโรงแรม เพราะมีสถานีบริการน้ำมัน PTT อยู่กว่า 2,400 แห่งทั่วประเทศไทย ตั้งอยู่ใน Prime Area พื้นที่ที่มีศักยภาพ หลายสถานีอยู่ใกล้สนามบิน พื้นที่ท่องเที่ยว จึงต้องใช้จุดเด่นนี้ให้เป็นประโยชน์ อีกทั้งปั๊มของดีลเลอร์หลายแห่งในต่างจังหวัดมีพื้นที่ขนาดใหญ่ 5-10 ไร่ จึงมีพื้นที่เหลือที่จะทำธุรกิจใหม่ๆ ได้ และมองว่าโรงแรมเป็นธุรกิจที่ OR ยังขาดอยู่ และสามารถดึงคนเข้ามาในปั๊มได้
หากลูกค้ามาพักโรงแรมที่ตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน PTT ที่มีบริการต่างๆ พร้อม ก็ไม่ต้องทำโรงแรมที่มีร้านอาหาร เพราะมี Café Amazon อยู่แล้ว ต่อไปจะพัฒนาเมนูเพิ่มเติม อย่าง อาหารเช้า เพื่อให้บริการลูกค้าโรงแรมเพิ่มเติมได้
ลูกค้าโรงแรมยังสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ต่างๆ จากร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ได้อีกด้วย หรืออยากซักเสื้อผ้าก็มีร้าน Otteri ลูกค้าเช็กอินพักโรงแรมแล้ว สามารถเติมน้ำมัน หรือชาร์จรถไฟฟ้าได้สะดวก เรียกว่าระบบนิเวศน์ของ OR ที่อยู่ในปั๊มพร้อมรองรับการให้บริการลูกค้าที่มาพักในโรงแรม
จากการวิเคราะห์ธุรกิจ Budget Hotel คาดว่าลูกค้าที่เข้าพักมีโอกาสใช้บริการCafé Amazon 30% ซื้อสินค้าที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในปั๊ม 30% รวมทั้งมีโอกาสใช้บริการอื่นๆ ในปั๊ม นอกจากธุรกิจโรงแรมเพิ่มลูกค้าเข้าปั๊มแล้ว ยังเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจอื่นๆในกลุ่ม Non-oil อีกด้วย
“ถามว่า OR พัฒนาโรงแรมเองได้ไหม ก็ตอบว่าได้ แต่เราเชี่ยวชาญการทำธุรกิจน้ำมันมา 40-50 ปี ไม่ได้เก่งด้านโรงแรม หากทำเองก็คงใช้เวลาระยะหนึ่ง พันธมิตร CENTEL มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจโรงแรม และยังไม่มีโรงแรมเซ็กเมนต์ Budget Hotel อีกทั้งมีวัฒนธรรมองค์กรและฝ่ายบริหารเข้ากันได้กับ OR การทำงานร่วมกับ CENTEL น่าจะทำให้ธุรกิจโรงแรมประสบความสำเร็จได้ดี”
ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมัน PTT เป็นการลงทุนของดีลเลอร์ 80% ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการลงทุน เป็นเศรษฐีในท้องถิ่น มีที่ดินในมือจำนวนมาก การทำธุรกิจโรงแรมจึงมีโอกาสเลือกทำเลหลากหลายทั่วประเทศ โดยเฉพาะปั๊มในเมืองที่มีจำนวนมาก นี่ถือเป็นจุดแข็งของ OR
ตามแผนการลงทุนปี 2569 ได้ให้ CENTEL เลือกทำเลที่จะเปิดโรงแรมทั้งหมด โดยเริ่มต้นที่ 6 แห่ง อยู่ในสถานีบริการน้ำมัน PTT 5 แห่ง และนอกปั๊ม 1 แห่ง ทำเลอยู่ใน กรุงเทพ ภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) อยุธยา ชลบุรี และกาญจนบุรี จะเปิดให้บริการช่วงกลางปี 2570
“ทำเลในปั๊มและนอกปั๊ม เป็นทำเลทองที่วันนี้หายาก แต่ดีลเลอร์ปั๊มปตท. มี”
หากดูศักยภาพธุรกิจโรงแรม มองว่าอย่างน้อย 1 จังหวัด น่าจะมีโรงแรมได้ 1 แห่ง และจังหวัดขนาดใหญ่เมืองท่องเที่ยวมีได้มากกว่า 1 แห่ง
ธุรกิจกัมพูชาชะลอลงทุน
สำหรับธุรกิจ Global ปีที่ผ่านช่วงครึ่งปีแรกธุรกิจในกัมพูชา ถือว่าเป็นฮีโร่ แต่ครึ่งปีหลังเมื่อมีข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ทำให้ยอดขายลดลงเหลือ 40% เมื่อเทียบช่วงปกติ
ภายในครึ่งปีแรกนี้ ต้องสรุปแผนว่าจะทำอย่างไรกับตลาดกัมพูชา ขั้นตอนแรกต้องรอดูสถานการณ์ว่าที่ผ่านมามีพัฒนาของสถานการณ์อย่างไร ที่ผ่านมาได้ชะลอการลงทุนไปแล้ว
“หากยังไม่แน่นอน ธุรกิจต้องลดต้นทุนเพื่อให้อยู่ได้ หากอยู่ไม่ได้ ก็ต้องหาวิธีให้เจ็บตัวน้อยสุด ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเหมือนกันว่าจะไปในทิศทางไหน วันนี้ต้องรอดูก่อน”
กัมพูชา ก็มีศักยภาพสูง OR เข้าไปลงทุนและประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ก็เกิดเหตุการณ์ข้อพิพาท หลังจากนี้ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรกับการลงทุนในต่างประเทศ ถือเป็นบทเรียนในการทำธุรกิจ
“การตัดสินใจออกจากประเทศนั้นๆ ที่เข้าไปลงทุน ถือว่ามีต้นทุน เพราะกว่าจะเข้าไปลงทุนได้ใหม่ต้องใช้เวลา แต่หากไม่คุ้มก็ต้องออกมาก่อน การลงทุนในประเทศต่างๆ ไม่ได้จบแค่วันนี้ หากออกวันนี้ก็สามารถกลับเข้าไปใหม่ได้ แต่ละประเทศมีกลยุทธ์แตกต่างกันในการทำธุรกิจ”
อ่านเพิ่มเติม





