
โดยปี 2568 ONEE มีรายได้รวมอยู่ที่ 7,316.82 ล้านบาท เติบโต 9.71% เทียบกับปีที่แล้ว มีกำไรสุทธิรวม 448.95 ล้านบาท เติบโต 5.33% จากปีที่แล้ว ผลจากกลยุทธ์การขยายฐานผู้บริโภคและการบริหารจัดการต้นทุน (Cost Efficiency)
สรุป 3 ธุรกิจหลักดังนี้
1. กลุ่มธุรกิจ Content Marketing ทำรายได้รวม 3,594.34 ล้านบาท ลดลง 15.34% กลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 49.5% (ปี 2567 สัดส่วนรายได้ 63.9%) แม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อจะมีความผันผวน แต่กลุ่มธุรกิจนี้ยังคงเป็นฐานรายได้หลักที่สำคัญ โดยมีแหล่งที่มาของรายได้ดังนี้
– Advertising : สร้างรายได้ 2,435.05 ล้านบาท ลดลง 14.06% เทียบปีก่อน จากอุตสาหกรรมโฆษณาทีวีหดตัวและแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันดูทีวีลดลง แต่ยังสามารถรักษาและชิงส่วนแบ่งการตลาดได้จากความนิยมของ พอร์ตโฟลิโอ คอนเทนต์หลากหลาย ทั้ง ซีรีส์ วาไรตี้ เกมส์โชว์ และข่าว
– Copyrights & Licensing : สร้างรายได้ 890.04 ล้านบาท ลดลง 18.29% จากปีก่อน เนื่องจากกลุ่มบริษัทมีการบริหารจัดการ Exclusive Content ให้ออกอากาศเฉพาะบนช่องทางของบริษัท และขายไปยัง OTT Platform อื่นๆ ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อผลักดันและรักษาแบรนด์ โดยเฉพาะ “oneD Application” ให้แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น
โดยเห็นแนวโน้มการเติบโตจากการขยายฐานลิขสิทธิ์ละคร, ซีรีส์ ไปยัง Global OTT Platform และการรุกตลาด Content Library ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
– Radio: สร้างรายได้ 269.25 ล้านบาท ลดลง 16.61% จากปีก่อน สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมสื่อดั้งเดิม (Traditional Media) โดยรวมลดลง อย่างไรก็ดี ธุรกิจสื่อวิทยุคลื่น Green Wave 106.5 และ EFM 94.0 ยังได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มเป้าหมายและสปอนเซอร์
2. กลุ่มธุรกิจ Idol Marketing เป็นการหารายได้จากการบริหารจัดการศิลปิน ทั้งศิลปินบุคคล และ Mascot รวมทั้งกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ ของศิลปินในสังกัด และการสนับสนุนสินค้า Merchandise จากแฟนคลับ โดยทำรายได้รวม 3,551.02 ล้านบาท เติบโต 59.70% จากปีที่แล้ว กลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 48.9% (ปี 2567 สัดส่วนรายได้อยู่ที่ 33.4%)
กลุ่มธุรกิจนี้เติบโตโดดเด่นและเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างกำไรใหม่ (New Growth Engine) ของ ONEE สะท้อนจากแนวโน้มอุตสาหกรรม Media & Entertainment ที่เติบโตจากเทรนด์ Influencer Marketing โดยมีแหล่งรายได้ดังนี้
– Artist Management: สร้างรายได้ 1,564.71 ล้านบาท เติบโต 49.45% จากปีที่แล้ว จากการบริหารจัดการศิลปิน ในเครือกว่า 300 คน เพื่อตอบรับกระแส Influencer Marketing โดยมีศิลปิน Idol ในสังกัดทั้งดารา นักร้อง นักแสดง ที่จับกลุ่มเป้าหมายผู้ชมหลากหลาย และสามารถสร้างกลุ่มแฟนคลับได้เป็นจำนวนมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อาทิ “ปอนด์-ภูวินทร์”, “เจมีไนน์-โฟร์ท”, “สกาย-นานิ”, “เพิร์ธ-แซนต้า”, “น้ำตาล-ฟิล์ม”, “มิ้ลค์-เลิฟ”, “เอมี่-บอนนี่” และ “วง LYKN” จาก GMMTV, “ต้าห์อู๋ พิทยา-ออฟโรด กันตภณ” และ “เพิร์ล ศัจกร-พีค ภีมพล” จาก one31, “พูห์ กฤติน-พาเวล นเรศ” และ “ลูกหมี ปัญญาพัชร-ซอนญ่า ศรัณย์ภัทร์” จาก Change2561 โดยศิลปินรับงานโชว์ตัว, งานพรีเซนเตอร์, Brand Ambassador ให้กับแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ในทุกประเภทของกลุ่มสินค้า
นอกจากนี้ยังได้มีการนำเสนอศิลปินในรูปแบบ Mascot จาก GMMTV โดย Mascot ที่มีชื่อเสียงโดดเด่น เช่น “Polcasan” เป็นมาสคอตหมีขาว มีหางวาฬ และมีน้ำพุบนหัว, Permpoon, Any, Domiia และ Look Khunnoo และอื่นๆ ซึ่งรับงานพรีเซนเตอร์ต่างๆ เสมือนเป็นศิลปินคนหนึ่ง และสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งต่อยอดหารายได้จากการขาย Merchandising ได้อีกด้วย โดยศิลปินในรูปแบบ Mascot ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าติดตาม
– Concert & Event: สร้างรายได้ 1,106.81 ล้านบาท เติบโต 46.80% จากปีที่แล้ว จากฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะการขยายการจัดกิจกรรม Concert และ Event ในต่างประเทศผ่านกระแสความนิยมในตัวศิลปิน ที่ต่อยอดมาจากซีรีส์แนว Boy Love , Girl Love รวมถึง Boy Girl
สำหรับธุรกิจ Concert & Event ในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ มีการจัดงานทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมจำนวน 309 งาน เป็นงานในประเทศ 90 งาน และงานในต่างประเทศ 219 งาน
– Merchandising: สร้างรายได้ 879.50 ล้านบาท เติบโต 108.14% จากปีที่แล้ว ผ่านการจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์และสินค้ากลุ่ม Mascot ที่กำลังเป็นกระแสทั้งช่องทางออนไลน์และหน้างานกิจกรรม อาทิ Polcasan (โพก้าซัง) ที่โด่งดังและขึ้นแท่นเป็นมาสคอตขวัญใจแห่งปี
3. กลุ่มธุรกิจ Production Business ทำรายได้รวม 120.97 ล้านบาท ลดลง 32.59% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 1.7% (ปี 2567 สัดส่วนอยู่ที่ 2.7%) โดยปรับกลยุทธ์เน้นการใช้ทรัพยากรเพื่อผลิตคอนเทนต์ของตนเองเป็นหลัก เพื่อสร้าง IP (Intellectual Property) ให้กับ Ecosystem ของกลุ่มบริษัทฯ และได้รับอานิสงส์จากนโยบายสนับสนุนการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย
จากการเติบโตของตัวเลขกำไรสุทธิในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่มีศักยภาพของ ONEE ที่ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “Content Creator & Lifestyle Entertainment” สร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับพรีเมียม เพื่อขยายฐานรายได้จากช่องทางใหม่ๆ พร้อมทั้งปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อรักษาศักยภาพการทำกำไรและการเติบโตในระยะยาว
แนวโน้มการเติบโตในอนาคต
– การขยายตัวของ Niche Content และการบริหาร Character/Mascot โดยเฉพาะกลุ่มซีรีส์ความหลากหลาย (BL/GL) ซึ่งต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ในรูปแบบ Mascot และ Character ประจำตัวศิลปิน โดย Mascot จะได้รับการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบเสมือนเป็นศิลปินรายหนึ่ง (Artist Management) และสามารถสร้างรายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าลิขสิทธิ์ และทำกิจกรรมร่วมกับแฟนคลับทั่วโลก ความเป็น “Virtual IP” ช่วยขยายขีดความสามารถด้านตารางงานของศิลปินจริง และสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) จากการขายลิขสิทธิ์และสินค้าไปทั่วโลก
– การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวส่งผลบวกโดยตรงต่อธุรกิจบริหารจัดการศิลปิน (Artist Management) และการจัดกิจกรรมออนกราวด์ เนื่องจากประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักของแฟนคลับต่างชาติ การจัดกิจกรรม Fan Meeting และ Concert ที่เชื่อมโยงกับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศที่ได้รับความนิยมสูง ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าลิขสิทธิ์ (Merchandising) และการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ (Sponsorship) ทที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวและแฟนคลับที่มีกำลังซื้อสูง




