โลกแห่ง Zero-click และทางลัดสู่ “คำตอบ” กำลังทำลาย Marketing Funnel แบบเดิม และอาจจะเปลี่ยนวิธีการวางกลยุทธ์การตลาดไปตลอดกาล
นับจากนี้เราจะยังมอง Marketing Funnel เหมือนเดิมอยู่อีกไหม ในเมื่อผู้บริโภคสามารถ “ทั้งรับรู้–พิจารณา–เลือก” ได้ภายในขั้นตอนเดียว! ทำให้แบรนด์อาจต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมด
เกมใหม่ในปี 2026 จึงอยู่ที่การเลือกของ AI ด้วย และโจทย์สำคัญคือ แบรนด์คุณจะเป็น “คำตอบ” หรือเปล่า ข้อมูลที่ AI สรุปมานั้นถูกต้องไหม ดีหรือด้อยกว่าคู่แข่ง ข้อมูลอัปเดตหรือไม่ และอื่นๆ
การวางกลยุทธ์ยุคใหม่จึงต้องคิดแบบ Feed the AI, Earn Trust, Become the Answer!
- Feed the AI ป้อนข้อมูลคุณภาพให้ AI ดึงไปตอบได้จากทุกช่องทาง โดยเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏในสื่อ (Earned Media) เว็บไซต์หลักและแพลตฟอร์มโซเชียลของแบรนด์ (Owned Media) เน้นคอนเทนต์ในรูปแบบคำถาม–คำตอบ ประเด็นย่อยที่มีคำอธิบายที่อ่านง่าย ชัดเจน อ้างอิงถึงผู้เชี่ยวชาญอื่นในกรณีที่จำเป็น นี่เป็นยุคที่การทำแบรนด์ดิ้งต้องผูกกับ “คุณภาพของข้อมูล” ที่น่าเชื่อถือ และมีสถิติอ้างอิง มากกว่าปริมาณคอนเทนต์
- Earn Trust สร้างคอนเทนต์ที่น่าเชื่อถือให้ AI เลือกเราเป็นคำตอบ ความน่าเชื่อถือในยุคนี้วัดได้จากหลายตัวชี้วัด เช่น
1) Brand Mentions ข้อมูลหรือคอนเทนต์ของแบรนด์ถูกอ้างอิงหรือไม่
2) AI Citations AI เลือกแบรนด์เป็นคำตอบหรือไม่
3) Frequency of Citations ได้รับการเลือกไปเป็นคำตอบบ่อยแค่ไหน
4) Sentiment of Citations โทนของการอ้างอิงเป็นเชิงบวกหรือลบ
5) Competitive Visibility AI มองเห็นแบรนด์เราเทียบกับคู่แข่งเป็นอย่างไร หรือว่าถูกกลืนหาย ไม่เป็นที่กล่าวถึง? - Become the Answer เมื่อการเสิร์ชกลายเป็นการถาม–ตอบแบบสนทนา แล้ว AI วันนี้สามารถพาไปถึง Conversion ได้ภายในบทสนทนาเดียว คุณพร้อมแล้วหรือยัง? เข้าใจ Intent และความสงสัยของผู้บริโภคหรือไม่ คำถามแบบ Long-tail มีอะไรได้บ้าง และเตรียมคำตอบที่ระบบ AI มองเห็นและดึงไปใช้อย่างง่ายดายได้หรือไม่
ยุคนี้ “มีคอนเทนต์” ไม่เพียงพอเสียแล้ว แต่ยังต้อง “มีความน่าเชื่อถือ” (Credibility) ให้ AI หยิบไปตอบด้วย
ทุกวันนี้ ผู้บริโภคของคุณ “ค้นพบ” แบรนด์อย่างไร หรือมาจากช่องทางไหน ?
McKinsey สำรวจ AI Discovery Survey ในสหรัฐฯ เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 พบว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบตรงเข้าไปถามจากแพลตฟอร์ม AI เลย ส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่ใช้ตัดสินใจซื้อ ซึ่งไม่ใช่แต่คนรุ่นใหม่เท่านั้นที่ใช้ AI แบบสำรวจนี้พบว่า คนกว่า 70 เปอร์เซนต์ถามคำถามตั้งแต่ Funnel “การรับรู้” อาจจะถามคำถามทั่วไปเกี่ยวกับสินค้ากลุ่มนี้ ถามเรื่องฟีเจอร์ เปรียบเทียบ ไปจนถึงตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะสินค้าใกล้ตัว เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ของกินของใช้ในบ้าน บริการท่องเที่ยว สินค้าเพื่อดูแลสุขภาพ (Wellness) ความสวยความงาม รวมถึงบริการทางการเงิน ที่ 40-55 เปอร์เซนต์ของผู้บริโภค ใช้ AI ในการหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อ
ผลสำรวจของ McKinsey พบว่า การหาข้อมูลและตัดสินใจจาก AI แซงหน้าการค้นหาแบบเดิมไปแล้ว
- 44 เปอร์เซนต์ ชอบหาข้อมูลและอินไซต์จาก AI เทียบกับการเสิร์ชแบบเดิมที่ใช้ในสัดส่วน 31 เปอร์เซนต์ (แต่คนรุ่น Baby boomer ยังชอบการเสิร์ชแบบเดิมมากกว่าระบบเสิร์ชที่มี AI)
- 9 เปอร์เซนต์หาข้อมูลจากเว็บไซต์ขายของหรือของแบรนด์
- 6 เปอร์เซนต์ หาข้อมูลจากเว็บไซต์รีวิว
- 5 เปอร์เซนต์ ใช้แพลตฟอร์มโซเชียล ขณะที่ Gen Z ใช้ช่องทางนี้ (Instagram, TikTok) ถึง 14%
จะทำอย่างไรให้วางกลยุทธ์ครอบคลุมทุกทัชพอยต์ ? AI ดึงข้อมูลมาจากไหนได้บ้าง? เมื่อถึงขั้นตัดสินใจ แบรนด์มี “ภาพจำ” อย่างไร
เมื่อภารกิจใหม่ เปลี่ยนจากไล่ล่า “คลิก” เป็น “คำตอบแรก” คุณภาพของข้อมูลจึงสำคัญกว่าปริมาณ ตัวอย่างเช่น ข่าวชิ้นเดียวที่ให้คำตอบครบ จะกลายเป็นคอนเทนต์ชั้นดีที่ AI หยิบมาตอบซ้ำ ๆ ดังนั้น การลงทุนสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” ที่จับต้องได้ จึงต้องผ่านระบบคัดกรองของ AI และจะกลายเป็นตัวเร่ง Conversion อัตโนมัติ
แน่นอนว่า เมื่อได้เป็นคำตอบแล้ว สิ่งที่จะชี้ชะตาในระยะยาวคือ ความชอบ ความเขื่อมัน และแบรนด์ดิ้ง แบรนด์จะเห็นผลจากการลงทุนสร้างรากฐานสัญญาณความน่าเชื่อถือหรือ Credibility ให้ AI ดึงไปใช้อย่างเป็นระบบ
Conversion ยุคนี้ จึงขึ้นอยู่กับคำตอบที่อยู่ตรงหน้า จากสิ่งที่สื่อสารผ่าน Credibility Engine … วันนี้
เพราะเมื่อผู้คนใช้ทางลัด ก้าวข้าม Funnel แบบเดิม ๆ
ต้นทุนที่แพงที่สุดอาจไม่ใช่การโฆษณาอีกต่อไป แต่คือ…
การไม่มีตัวตนในสายตาของ AI แบรนด์ไม่ใช่ตัวเลือก และหายไปจากบทสนทนาในที่สุด
——————————————————-
ที่มา:
Digiday+ Research: Nearly half of publishers report an increase in referral traffic from social
Social media search: Everything to know in 2025





