HomeFinancialเศรษฐกิจ “โตช้า” บลจ.กสิกรไทย เปิด “3 ธีมเด่น” ลงทุนปี 2026 รับเมกะเทรนด์โลก

เศรษฐกิจ “โตช้า” บลจ.กสิกรไทย เปิด “3 ธีมเด่น” ลงทุนปี 2026 รับเมกะเทรนด์โลก

แชร์ :

ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2026 ยังเป็นอีกปีที่ไม่ง่ายและยังมีความผันผวน บลจ.กสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจโลก “เติบโตช้า” แม้ไม่ติดลบแต่ก็ไม่ได้เติบโตเยอะ โดยมีความท้าทาย จากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างครั้งใหญ่ ตลาดการเงินมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นจากเงินเฟ้อที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า การแบ่งขั้วจากภูมิรัฐศาสตร์ และการค้าโลกที่แยกตัวเป็นภูมิภาค อีกทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้กลายเป็นปัจจัยการผลิตหลักในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก

คุณวิน พรหมแพทย์ CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) กล่าวว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ปี 2026 เติบโตช้าลง จากตัวเลขคาดการณ์จีดีพีประเทศพัฒนาแล้วเติบโต 1-2% ประเทศกำลังพัฒนา อินเดียสูงสุด 6% แต่ก็ช้าลง  จีน 4%  ส่วนไทย 1.6%

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

ตั้งแต่ปี 2025 เริ่มเห็นการสับเปลี่ยน (Rotation) การเติบโตของหุ้นเทคโนโลยี จากสหรัฐมาฝั่งเอเชียมากขึ้น ปี 2026 จะเห็นแนวโน้มนี้มากขึ้น

การลงทุนปี 2026 ธีมเด่นยังเป็นหุ้นเทคโนโลยี AI เพราะรายได้และกำไรบริษัทเทคยังเติบโตสูงและต่อเนื่อง แต่ต้องขยายการลงทุนไปหุ้นเทคอื่นๆ นอกจาก AI มากขึ้น เช่น หุ้นเทค EV  หุ้น Biotech รวมทั้งโฟกัสขยายการลงทุนจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ไปตลาดเอเชีย เพราะเชื่อว่า AI ยังเป็นธีมที่ไปต่อได้

เปิด 3 ธีมเด่นรับเมกะเทรนด์โลก

คุณมทินา วัชรวราทร CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่าหากสรุปปี 2025 คือ เศรษฐกิจโลกปรับตัว (resilient)  เพราะต้องเจอปัญหาหลากหลาย ทั้งสงครามการค้า ภาษีทรัมป์ ภูมิรัฐศาสตร์ยังผันผวน สถานการณ์ที่ไม่คาดการณ์มาก่อน  ในปี 2026 เศรษฐกิจโลกยังต้องปรับตัวต่อไป

ปี 2025 ตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดี คือหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ AI  โดยเทคโนโลยี AI ทั้งซัพพลายเชนยังพึ่งพาตลาดเอเชีย เห็นได้จาก “ดาต้าเซ็นเตอร์” จากสหรัฐ ต้องพึ่งพาการใช้อุปกรณ์จากเอเชีย ทำให้เห็นการเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นเกาหลีใต้

ในปี 2026 ก็ยังเห็นการเติบโตจากหุ้นเทคโนโลยี AI ได้อีก ตลาดเอเชียและจีนจะกลับมาโดดเด่น เพราะมีบริษัทเทคโนโลยีที่ทำตั้งแต่ต้นน้ำถึงซอฟต์เทค  ไม่ว่าจะเป็น Alibaba, Tencent  ที่อยู่ในเอเชีย แต่การลงทุนต้องมีวินัย โดยไม่ลงทุนในบริษัทที่ราคาแพงเกินไป

ธีมการลงทุนปี 2026  จึงเน้นผลตอบแทนสม่ำเสมอ ต้องมีวินัย กระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุน ในเทคโนโลยีเซ็คเตอร์ใหม่ และตลาดใหม่ในเอเชีย

บลจ.กสิกรไทย แนะนำ 3 ธีมการลงทุนเด่นตามเมกะเทรนด์โลก ดังนี้

1. The New Industrial Revolution การปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่และภูมิทัศน์การลงทุนในยุคเปลี่ยนผ่าน  

– ธีมเทคโนโลยี AI ยังไปต่อ  โดยเน้นไปที่ AI Infrastructure การนำ AI ไปใช้ประโยชน์ การสร้างรายได้จากการลงทุน AI ต้องดูตัวเลข AI adoption rate การสร้างโปรดักท์ใหม่ๆ และลดต้นทุนได้

– กระจายความเสี่ยงไปในเทคโนโลยีใหม่และหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) ที่เป็นปัจจัยการผลิตหลักของเศรษฐกิจยุคใหม่ การลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี จึงเป็นโอกาสการลงทุนในระยะยาว

– กองทุนแนะนำ เช่น  K-ATECH ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กองทุน K-GTECH เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก

2. The Great Rewiring การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์และโลกาภิวัฒน์ 

– จากกระแสโลกที่แบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังผลักดันให้หลายประเทศเร่งสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของชาตินิยมทางเศรษฐกิจ (Economic Nationalism) และนำไปสู่การย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่เพื่อลดความเสี่ยง (Risk-Off)

– ประเทศเกิดใหม่ในเอเชียกำลังกลายเป็น Regional Champions ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายการค้าโลก เห็นได้ว่า เวียดนาม ตลาดหุ้นและส่งออกเติบโตสูง, อินเดีย เติบโตจากการบริโภคในประเทศ

– กองทุนแนะนำ K-INDIA ที่เน้นลงทุนในหุ้นอินเดียซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูง กองทุน  K-VIETNAM ที่ลงทุนตรงในหุ้นเวียดนามและบางส่วนในหน่วยลงทุนที่เกี่ยวข้องกับประเทศเวียดนาม เพื่อรับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

3. The Income Diversifiers การสร้างกระแสรายได้หลากหลาย 

– ธนาคารทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงการลดดอกเบี้ยและตลาดหุ้นสหรัฐ มีมูลค่าที่ค่อนข้างสูง การลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้เงินปันผลและรายได้สม่ำเสมอ เป็นอีกกลยุทธ์ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้พอร์ตได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และไม่เสี่ยงเกินไป

– สร้างรายได้ให้พอร์ต เช่น หุ้นปันผล ตราสารหนี้   โดยตลาดหุ้น มีหุ้นปันผลสูงอยู่ที่ 6.8%  REIT สร้างอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 7.9%

– กองทุนแนะนำ K-GPIN ที่ลงทุนในหุ้นคุณภาพทั่วโลกพร้อมกลยุทธ์ขาย Call Options เพื่อเพิ่มรายได้, กองทุน K-PROPI ที่เน้นลงทุนในหุ้นและ REITs ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานทั้งในและต่างประเทศ และกองทุน K-VALUE ที่เน้นหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและจ่ายเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการบริหารสภาพคล่องในระยะสั้นหรือมากกว่า 1 ปี บลจ.กสิกรไทย ยังมีทางเลือกแทนการถือเงินสด โดยแนะนำกองทุน K-SF, K-SFPLUS, K-FIXEDPLUS และ K-FIXEDPRO ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชน และเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ

แนะจัดพอร์ต Core & Satellite 

สำหรับกลยุทธ์การจัดพอร์ตหลัก (Core Portfolio) บลจ.กสิกรไทย แนะนะ 2 ทางเลือก

1. Ready to Move เป็นการลงทุนในกลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series ที่ยึดหลักการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์ทางเลือกทั่วโลก โดยร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บลจ.ชั้นนำระดับโลกอย่าง J.P. Morgan Asset Management เพื่อเสริมความมั่นใจและเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว  ตัวอย่างกองทุน K-WPBALANCED ที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นเหนือ SET Index ถึง 5% ในช่วงเดือนมกราคม–พฤศจิกายน 2568

2. Easy DIY เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนปรับสัดส่วนหุ้นและตราสารหนี้ด้วยตัวเอง ผ่านกองทุน K-GSELECT ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก และกองทุน K-GDBOND ที่เน้นลงทุนตราสารหนี้หลากหลายประเภททั่วโลก โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้ในระดับที่น่าสนใจ

การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio นอกจากจะช่วยให้การลงทุนระหว่างทางมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ โดยสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบลจ.กสิกรไทยสามารถปรับพอร์ตให้เติบโตพร้อมรับการเกษียณได้ 2 ทางเลือก

1. เลือกกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series มาเป็น Core Portfolio ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยสมาชิกสามารถปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ตามอายุหรือสถานะทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป

2. เลือกแผนการลงทุน Life Path Model ที่ผู้จัดการกองทุนจะปรับลดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงให้อัตโนมัติตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยการลงทุนแบบ Life Path จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในช่วงใกล้เกษียณ เพื่อให้สมาชิกมีเงินใช้จ่ายยาวนานขึ้นหลังเกษียณ

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like