HomeBrand Move !!เปิดเบื้องหลัง Data อาวุธ ‘ตู้เต่าบิน’ ต่อยอดแคมเปญ-เมนูเครื่องดื่มใหม่ ใช้เจาะลูกค้ารายพื้นที่ 

เปิดเบื้องหลัง Data อาวุธ ‘ตู้เต่าบิน’ ต่อยอดแคมเปญ-เมนูเครื่องดื่มใหม่ ใช้เจาะลูกค้ารายพื้นที่ 

แชร์ :

“ตู้เต่าบิน” (TAO BIN) ที่นิยามตัวเองเป็น Robotic Barista เปิดตัวครั้งแรกในปี 2564 เป็นธุรกิจที่พัฒนาโดยบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด เป็นหนึ่งในธุรกิจของกลุ่มฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH)

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

ไอเดียธุรกิจ “ตู้เต่าบิน” มาจาก คุณตอง-วทันยา อมตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด และเป็นทายาทของ คุณพงษ์ชัย อมตานนท์ ผู้ก่อตั้งฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น

เดิมคุณตอง ทำงานที่ไมโครซอฟต์ในต่างประเทศ ช่วงโควิดกลับมาไทย  จึงพัฒนา “ตู้เต่าบิน” ต่อยอดจากตู้ขายสินค้าอัตโนมัติของกลุ่มฟอร์ท จากเดิมที่คุณตอง จะทำเป็นงานพาร์ทไทม์ เมื่อตู้เต่าบินไปได้ดี จึงพัฒนาเทคโนโลยีและโนว์ฮาวมาต่อเนื่อง และเป็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจของกลุ่มฟอร์ท

คุณตอง-วทันยา อมตานนท์

ปัจจุบันตู้เต่าบิน ได้รับการจดสิทธิบัตรมากกว่า 40 ฉบับ ตู้มีขนาด 1 ตารางเมตร สามารถทำเครื่องดื่มชงสดได้มากกว่า 500 เมนู ทั้งเมนูร้อน เมนูเย็น และเมนูปั่น

จบครึ่งปีแรก 2568 มีตู้เต่าบิน จำนวน 7,286 ตู้ เพิ่มขึ้น 10.46% จากปีก่อน มูลค่ายอดขายรวม 975 ล้านบาท และจำนวนยอดขายรวม 30 ล้านแก้ว

“ตู้เต่าบิน” ตั้งเป้าหมายขยายสู่ 20,000 ตู้ ภายในปี 2570 เน้นการติดตั้งตู้ในทำเลที่มีศักยภาพ พัฒนาเทคโนโลยีตู้ใหม่ในมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขยายตู้เต่าบินเข้าไปในพื้นที่ที่มีความต้องการและมีคุณภาพมากขึ้น การพัฒนาเมนูเครื่องดื่มใหม่ต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนเมนูตามไลฟ์สไตล์และความต้องการใหม่ๆ ในแต่ละช่วงเวลา

รวมทั้งการนำ Big Data มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำและขยายฐานลูกค้าใหม่ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายและทำโปรโมชั่นตรงตามความต้องการลูกค้า เพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์ระยะยาว

คุณอนุภัทร พิสิฐโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด

ถอดรหัส “ดาต้า” ตู้เต่าบิน

ในงานสัมมนา SME Thailand Future Day 2026 คุณอนุภัทร พิสิฐโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด กล่าวในหัวข้อ Data Driven Growth ถอดสูตรความสำเร็จแบรนด์พันล้าน สไตล์ “เต่าบิน”  สรุปได้ดังนี้

Data สำคัญตู้เต่าบิน

– ยอดขาย 230 ล้านบิล (transactions) ตั้งแต่ให้บริการในปี 2564 ถึงปัจจุบัน

– ยอดขายเฉลี่ย 200,000 บิลต่อวัน

– ข้อมูลเบอร์มือถือลูกค้าอยู่ในระบบ 12 ล้านเบอร์

– สมาชิก LINE 2.8 ล้านคน (ต่อยอดทำ CRM แคมเปญ)

– ลูกค้าสมาชิกเต่าบิน 2 ล้านคน  (เป็นกลุ่มที่ซื้อบ่อย มีความถี่ในการซื้อสูง เป็นกลุ่มที่ต้องรักษาไว้ให้ได้มากที่สุด)

เจาะอินไซต์ 4 Data ตู้เต่าบิน

1. Operation Data

– ข้อมูลสำหรับการเติมวัตถุดิบในตู้เต่าบิน โดยทีม Routeman ที่ทำหน้าที่เติมวัตถุดิบในตู้ ต้องดู Zoning และคำนวณต้นทุนการออกไปเติมแต่ละครั้งให้คุ้มค่า

– รู้ข้อมูลสถานะวัตถุดิบในตู้ เพื่อวางแผนในการเติมของ

– รู้อัตราการใช้วัตถุดิบ เพื่อคำนวณเวลาการเข้าเติมที่เหมาะสม โดยเติมของช่วงเวลาใกล้หมด (ไม่ใช่เติมเมื่อหมดแล้ว เพราะเสียโอกาสการขาย)

– โปรแกรมคำนวณการเติม และแนะนำเส้นทางการเข้าเติมวัตถุดิบแต่ละตู้

2. Maintenance Data

–  ข้อมูลสถานะอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทุกชิ้นในตู้เต่าบิน  เช่น หัวชงเครื่องดื่ม  เครื่องทำน้ำแข็ง หัวจ่ายวัตถุดิบ เครื่องรับเงิน ระบบจ่ายแก้ว ฝา หลอด  ตาชั่งวัตถุดิบ เพื่อให้การทำเครื่องดื่มแต่ละแก้ว แม่นยำตามสูตร  (ปัจจุบันผิดพลาดราว 0.3%)

3. Consumer Data

– ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า โดยมีสมาชิกเต่าบิน 2 ล้านคน  ต้องรู้ว่าลูกค้าเป็นใคร ซื้อเมนูอะไร ซื้อที่ไหน ซื้อเมื่อไหร่ ซื้ออย่างไร เพื่อทำให้กลับมาซื้อบ่อยขึ้น

– ลูกค้าซื้ออะไร : สามารถนำมาทำ Product Analysis ได้  โดยออกสินค้าใหม่เจาะรายพื้นที่ ที่ชื่นชอบโปรดักส์จากการวิเคราะห์ Data ในแต่ละโซน เช่น กรุงเทพฯ  ออกเครื่องดื่มเป๊ปซี่ ไม่มีน้ำตาล เพราะคนกรุงเทพฯ กินหวานน้อยกว่าต่างจังหวัด  รวมทั้งการทดลองเปิดตัวเครื่องดื่มใหม่รายพื้นที่ เพื่อไม่ต้องสต็อกวัตถุดิบจำนวนมาก

– ลูกค้าซื้อที่ไหน : การรู้ว่าลูกค้าซื้อที่ไหน (area profile) ทำให้สามารถส่งโปรโมชั่นเฉพาะพื้นที่เพื่อกระตุ้นยอดขายได้ และเพิ่มจำนวนการซื้อต่อวัน

– ลูกค้าซื้อเมื่อไหร่ :  สามารถจัดโปรฯ กระตุ้นช่วงที่ลูกค้าไม่ซื้อได้  เช่น หากลูกค้าซื้อวันธรรมดา  ก็จัดโปรฯ ให้ซื้อเพิ่มเสาร์- อาทิตย์

– ลูกค้าซื้ออย่างไร (ช่องทางการจ่ายเงิน) :  ตู้เต่าบิน มีบริการรับจ่ายเงินทุกช่องทาง

4. KPIs Data

– จำนวนตู้  : พื้นที่ติดตั้งครอบคลุมเท่าแค่ไหน  ความหลากหลายของการติดตั้งในสถานที่ต่างๆ ปัจจุบันมี “ตู้เต่าบิน” ทั่วประเทศราว 8,000 ตู้ และขยายธุรกิจไปแล้ว 7 ประเทศ

– จำนวนลูกค้าต่อตู้ :  สามารถวิเคราะห์ Data ได้ว่าทำเลที่ตั้งดีหรือไม่ หากยอดขายไม่ได้ตามเป้าหมาย สามารถย้ายทำเลติดตั้งได้

– อัตราการซื้อซ้ำ : เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะหากอัตราซื้อซ้ำสูง นั่นคือลูกค้าชอบและเป็นความมั่นคงของแบรนด์  แต่เครื่องดื่มมีตัวเลือกหลากหลาย ลูกค้าจึงเปลี่ยนแบรนด์ได้ง่ายเช่นกัน

– ราคาต่อแก้ว (pricing strategy) : ต้องเหมาะสม เพราะการขึ้นราคาจะกระทบลูกค้า

– ลูกค้าใหม่ : ต้องทำให้ลูกค้าลองชิม ซึ่งจะเกิด 2 อย่าง คือ ซื้อซ้ำและหายไป (ไม่โดนใจ)

Data คืออาวุธไม่ใช่ค่าใช้จ่าย

กรณีศึกษาแคมเปญ “ตู้เต่าบิน” ใช้อาวุธ Data เพิ่มยอดขาย ดึงลูกค้าซื้อซ้ำ

1. แคมเปญ 9.9  ยิงข้อความแคมเปญไปหาคน 2 กลุ่ม

–  กลุ่มคนที่หายไปเกิน 30 วัน เมื่อยิงแคมเปญหาคนกลุ่มนี้ได้ลูกค้ากลับมา 4.56%

–  กลุ่มคนที่มาซื้อล่าสุดเมื่อ 7 วันก่อน เมื่อยิงแคมเปญคนกลุ่มกลับมาซื้อ 12.44%

เห็นได้ว่าการมี Data ทำให้การยิงโฆษณาโปรโมชั่น เข้าหากลุ่มคนที่มีโอกาสกลับมาซื้อได้ตรงกลุ่ม และทำให้ได้ ROI สูงสุด

2. แคมเปญลดราคาเครื่องดื่ม “ชาเขียว” โดยให้กรอกโค้ด

–  กลุ่มคนที่เคยกินชาเขียวและไม่ได้มาซื้อเกิน 30 วัน  เมื่อยิงโปรโมชั่นกลุ่มนี้กลับมาซื้อ 8.99%

–  กลุ่มคนที่เคยกินชาเขียวและไม่ได้ซื้อเกิน 15-29 วัน  เมื่อยิงโปรโมชั่นกลุ่มนี้กลับมาซื้อ 20.89%

เป็นการเลือกยิงโฆษณาโปรโมชั่นในกลุ่มคนที่ดื่มชาเขียว (คนที่ไม่เคยซื้ออาจไม่ดื่มชาเขียวจึงไม่ยิงโฆษณา) พบว่าคนที่ไม่ได้ซื้อระยะสั้นมีโอกาสกลับมาซื้อใหม่สูงกว่าคนที่หายไปเกิน 30 วัน

3.  แคมเปญลดราคาเครื่องดื่ม “เป๊ปซี่”  โดยให้กรอกโค้ด

–  บุคคลทั่วไป เมื่อยิงโปรโมชั่นลดราคาให้ พบว่ากลับมาซื้อ 4.6%

–  ลูกค้าเก่า เมื่อยิ่งโปรโมชั่นลดราคาให้ อัตรากลับมาซื้อ 30.94% นับเป็นตัวเลขสูงสุดที่เคยทำได้

ชูกลยุทธ์ Hyper Localization

ปัจจุบัน “เต่าบิน” ได้ทำ Link  ให้ทุกคนสามารถเช็คสถานะเครื่องดื่ม (วัตถุดิบ) ที่ให้บริการได้ทั้ง 8,000 ตู้ที่ติดตั้งอยู่ทั่วประเทศได้ด้วยตัวเอง เพื่อดูว่าแต่ละตู้มีเครื่องดื่มอะไรขาย และตู้ไหนเครื่องดื่มประเภทไหนหมด เพื่อไม่ให้ลูกค้าเดินทางไปซื้อแล้วไม่ได้เครื่องดื่มที่ต้องการ

“ตู้เต่าบิน” มี Big Data ที่ทำให้เข้าใจและรู้จักผู้บริโภคในตลาดอย่างลึกซึ้ง  กลยุทธ์การตลาดหลังจากนี้ คือ Hyper Localization การทำแคมเปญ พัฒนาโปรดักท์ ที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มและพื้นที่

1. Product Localization : ตู้เต่าบินมีเมล็ดกาแฟหลากหลาย  ชาเขียวหลายเกรด ทั้งในประเทศและนำเข้า มีตัวเลือกส่วนผสมเครื่องดื่มหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หญ้าหวาน  Syrup 0 kcal เวย์โปรตีน น้ำผึ้ง จึงสามารถนำ Data มาใช้เพื่อทำการตลาดเครื่องดื่มแบบ  Localization ในทำเลที่มีฐานลูกค้าชื่นชอบเครื่องดื่มแตกต่างกัน  แต่ละตู้เต่าบิน ไม่ต้องจำหน่ายเครื่องดื่มเหมือนกัน

โดยสามารถทดลองออกเครื่องดื่มใหม่จำหน่ายเฉพาะบางทำเล เช่น เครื่องดื่มเวย์โปรตีน เจาะกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ  การออกสินค้าใหม่เป็นกลยุทธ์สำคัญ เพราะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 20%

2. Media Localization  : ทำให้มีเดียบนตู้เต่าบิน ตรงกับกลุ่มเป้าหมายตามทำเลที่ตั้ง ในอนาคตจะทำให้ทุกตู้เต่าบิน มีตัวตนของตัวเองในแต่ละพื้นที่

“ตู้เต่าบิน” ต้องการเป็น “เครื่องดื่มในชีวิตประจำวันของลูกค้า” เป็นเครื่องดื่มที่ซื้อง่าย ซื้อสะดวก ราคาคุ้มค่า  จึงมีทำเลติดตั้งตู้ 19  สถานที่ (area profile) ไม่ว่าจะเป็น ที่พักอาศัย  สำนักงานออฟฟิศ โรงงาน โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย  เป็นต้น  แต่ละพื้นที่มีความต้องการเครื่องดื่มแตกต่างกัน การทำแคมเปญจึงต้องดูตามพื้นที่

ปัจจุบันตู้เต่าบินขยายไปแล้ว 7 ประเทศ คือ ไทย  สิงคโปร์ ดูไบ ฮ่องกง มาเลเซีย ออสเตรเลีย อังกฤษ  (เปิดเดือน ต.ค. 2568)  แต่ละประเทศชอบเครื่องดื่มแตกต่างกัน จึงไม่สามารถทำการตลาดเหมือนกันได้ในทุกประเทศ โดยใช้ Data ที่เกิดขึ้นจากการซื้อในแต่ละวันมาวิเคราะห์เพื่อเข้าถึงลูกค้าให้โดนใจ

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like