เมื่อผู้บริโภคคุ้นเคยกับการใช้ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยในชีวิตประจำวัน จนส่งผลถึงพฤติกรรมการหาข้อมูลที่เปลี่ยนจากการค้นด้วย Keyword มาเป็น Question-based ที่ตั้งคำถามกับ AI โดยตรง แบรนด์จึงต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารครั้งใหญ่ เพื่อให้กลายเป็น “คำตอบแรก” ที่ AI เลือกหยิบมาแสดงให้ผู้คนเห็นผ่าน AI แต่ละแพลตฟอร์ม
อ้างอิงข้อมูลจาก Semrush ในปี 2025 การค้นหาโดยใช้ Keyword แบบเดิมลดลงกว่า 25% ขณะที่การถาม AI เพิ่มขึ้นระหว่าง 24–36% และการอ้างอิงจาก AI (AI Referrals) ก็ขยายตัวอย่างมหาศาล นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “The Answer Economy” ยุคที่ผู้คนไม่ได้อยากได้ “ลิงก์” หรือ “ผลการค้นหา” จำนวนมาก แต่ต้องการ คำตอบที่ถูกต้องที่สุด รวดเร็วที่สุด และสำหรับ “แบรนด์”แล้ว หมายความว่า แค่ SEO ไม่เพียงพอสำหรับแบรนด์อีกต่อไป แต่แบรนด์ต้องมุ่งสู่การเป็น “คำตอบ” ที่ AI เลือกแสดง
ทำไม AI Visibility จึงสำคัญ?
การทำให้ AI มองเห็นและเลือกเอาข้อมูลตรงของแบรนด์มาเป็นคำตอบ เป็นทิศทางใหม่ของคอนเทนต์ในวันนี้ ที่นักการตลาดควรตระหนัก AIO หรือ AI Optimization กลายเป็นแนวทางการตลาดใหม่ ที่ควบคู่ไปกับการทำตลาดในรูปแบบอื่นๆ อาทิ การตลาดดิจิทัล การใช้อินฟลูเอนเซอร์ และพีอาร์
ผลสำรวจล่าสุดโดย Group M ชี้ให้เห็นว่า คนไทยใช้มากกว่า 5 แพลตฟอร์มในการค้นหาข้อมูล ทั้งในรูปแบบด้วยเสียง รูปภาพ โซเชียลมีเดีย และมาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ ดังนั้น แบรนด์จึงต้องปรากฏตัวในทุกช่องทาง และต้องมั่นใจว่า AI จะเลือกข้อมูลของแบรนด์เป็นคำตอบที่น่าเชื่อถือ
กลยุทธ์สร้าง AI Visibility ให้แบรนด์ : บทบาทใหม่ของ Content Architect
การสร้าง AI Visibility แบบยั่งยืนตามมุมมองของ ABM Connect ควรเริ่มจากการประเมินคอนเทนต์ที่แบรนด์ปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์ก่อน คำถามใดบ้างที่ผู้บริโภคมักจะถาม และแบรนด์ได้ไปอยู่ในคำตอบของ AI หรือยังหรืออยู่ในแพลตฟอร์มใดบ้างมีคู่แข่งไปปรากฏเป็นคำตอบแทนเราหรือไม่
ก่อนลงลึกไปยังหลักการ E-E-A-T ที่บ่งบอกถึงคุณภาพของคอนเทนต์จาก Google ที่ใช้ประเมิน ประสบการณ์ (Experience) ความเชี่ยวชาญ (Expertise) ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล (Authoritativeness) และ ความเชื่อถือได้ของเนื้อหา (Trustworthiness)
แต่เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในแพลตฟอร์มของ Google กลยุทธ์การสร้าง AI Visibility จึงต้องครอบคลุมทั้งการจัดระเบียบข้อมูลให้ AI เข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย และการออกแบบคอนเทนต์ให้สอดรับกับข้อสงสัยของมนุษย์ ดังนี้ :
1.การสร้าง Trustworthiness และ Authority ที่อ้างอิงได้
- ความเชื่อถือได้ของเนื้อหา (Trustworthiness) คือหัวใจสำคัญของการสื่อสารในยุคนี้ เนื้อหาต้องถูกต้อง อ้างอิงได้ และมีความน่าเชื่อถือจากแหล่งข้อมูลที่ได้รับการยอมรับ เช่น งานวิจัย สถิติ หรือผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
- ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล (Authority) สร้างด้วยคอนเทนต์เชิงลึกและครอบคลุมในเรื่องที่แบรนด์มีความรู้จริง และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นบทความเชิงกลยุทธ์ วิดีโออธิบาย หรือรายงานพิเศษ (Whitepaper) ที่ให้ข้อมูลเชิงลึก
2.การสื่อสารกับ AI (AI Relations) ด้วยการออกแบบเนื้อหาให้ AI เข้าใจได้ง่าย ผ่าน
- โครงสร้างที่ชัดเจนเช่นการแบ่งหัวข้อย่อยและการใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา
- การจัดระเบียบหรือโครงสร้างข้อมูล (Structured Data) เพื่อช่วยให้ AI จับใจความและสรุปข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
- การใช้ Schema เฉพาะทาง เช่น พิจารณาการจัดทำหน้าคำถามถามบ่อย (FAQ) และ HowTo สำหรับขั้นตอน ซึ่งช่วยให้ AI ดึงข้อมูลไปสรุปได้ง่ายและแม่นยำ
3. การปรับบทบาทสู่ Content Architect
การสื่อสารการตลาดกำลังเปลี่ยนไป จากแค่สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพเพื่อตอบเป้าหมายของบริษัทฯ แบรนด์ หรือแคมเปญ สู่การผู้วางโครงสร้างเนื้อหาที่จะโพสต์ในช่องทาง Earned / Owned และ Paid Media อย่างมีระบบ
การผสานทักษะเดิมในงานพีอาร์เข้ากับทักษะใหม่ ความรู้ด้าน AI Optimization ที่เน้นไปยังการออกแบบเนื้อหาให้ AI เข้าใจได้ง่าย ใช้ภาษาที่ชัดเจน จะเป็นขั้นแรกในการป้องกันไม่ให้ AI สรุปข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับแบรนด์ หรือผู้บริโภคค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องของแบรนด์ไม่เจอ เพราะข่าวพีอาร์ของแบรนด์ที่เผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือ Earned Media เป็นข้อมูลที่ AI นำมาอ้างอิง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ Muck Rack 2025 ที่พบว่า 89% ของข้อมูลที่ AI อ้างอิงมาจากคอนเทนต์ประเภท Earned
แบรนด์ที่เป็นคำตอบแรก คือแบรนด์ที่เข้าใจ AI และผู้บริโภคไปพร้อมกันอย่างแท้จริง อย่าปล่อยให้ AI กำหนดทิศทาง แต่ควรเตรียมคอนเทนต์ให้พร้อม และเป็นคำตอบนั้น
เพราะแบรนด์ที่ได้พื้นที่ในคำตอบแรกของ AI ก็เท่ากับเป็นผู้ชนะในศึกยกแรก!!!





