
(ซ้ายไปขวา) คุณคมสันต์ ลี, คุณชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์, คุณซีเค เจิง, คุณท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ,คุณยอด ชินสุภัคกุล, คุณวิภาวี วงศ์สิริศักดิ์, คุณพีรดนย์ เหมยากร และคุณชล วจนานนท์
เป็นเวทีสัมมนาที่ได้รีบการตอบรับจากคนรุ่นใหม่จำนวนมากสำหรับ Bitkub Meetup ครั้งที่ 7 กับการรวมตัวของคนดังในวงการสตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการดาวรุ่งของไทย ที่ไม่เพียงฉายภาพของการทำธุรกิจในประเทศไทยให้ชัดเจนขึ้น หากแต่วิทยากรยังแบ่งปันประสบการณ์ และมุมมองดี ๆ ให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่กันอย่างเต็มที่อีกด้วย
แน่นอนว่า ประสบการณ์ของผู้ประกอบการระดับท็อปที่ร่วมแบ่งปันในเวทีดังกล่าวเต็มไปด้วยข้อคิดที่น่าสนใจ โดยเราขอเริ่มต้นจากคุณซีเค เจิง (CK Cheong) ซีอีโอ FASTWORK ที่แนะนำว่า
“การสร้างทีมที่แข็งแกร่งจะต้องเริ่มจากการสรรหาคนเก่งมาร่วมงาน และคนเก่งคนนั้นต้องบริหารสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองได้ในวันที่ผมไม่ได้อยู่กับเขา และ CEO ก็ควรลงมือทำในสนามเดียวกันกับลูกน้องเพื่อความเข้าใจในการขับเคลื่อนธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน”
กำลังใจสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่คนต่อมาคือ คุณอูน ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท บรันช์ไทม์ จำกัด ที่มองว่า การประสบความสำเร็จของบริษัทนั้นมาจากการให้ความสำคัญกับลูกค้า และพนักงานเป็นอันดับต้น ๆ
“สำหรับ Diamond Grains แล้ว ลูกค้ามีความสำคัญต่อการยืนหยัดในโลกธุรกิจ สิ่งที่ทำให้อูนยังคงยืนหยัดในโลกธุรกิจได้
คือการได้ตอบแทนความไว้ใจที่ลูกค้ามีให้กับอูน ซึ่งถ้าขาดลูกค้าไป อูนก็คงจะรู้สึกไร้ค่าในโลกธุรกิจนี้ เราอยากให้ธุรกิจควรจะช่วยสร้างความสุขให้กับลูกค้าแม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ก็ตาม”
“จากการทำธุรกิจ เราตระหนักว่า เงินเยอะแค่ไหนก็ดึงคนที่ดีไม่ได้ เราเป็นเหมือนป่า ระบบนิเวศน์ของป่าต้อง Healthy คุณอาจจะเชื่อในการแข่งขันระหว่างทีมก็ได้แต่อูนไม่เชื่อเลย อูนรู้สึกว่า คนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับสุขภาพจิตที่ดีในการทำงาน ความภูมิใจจะเกิดกับคนทำงานเมื่อเขาอยู่ในดินที่ดี มีจริยธรรมถูกต้อง ไม่ดูถูกลูกค้า ไม่โกหกลูกค้า เค้าต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า เฮ้ย ลูกค้าได้ขนาดนี้จากบริษัทเราได้ยังไงวะ ถ้าคำถามนี้ออกมาจากทีมงาน อูนก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว”
“เค้าไม่ต้องอยู่กับอูนตลอดไปก็ได้ ถ้าก้านเขาแข็งแรงแล้ว เขาจะไปสร้างป่าใหม่ของเขาเองก็ได้”
ในมุมของวงการเทคโนโลยี คุณพีรดนย์ เหมยากร ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอ แฮฟ ซีพียู จำกัด ก็ได้มาเผยหลาย ๆ เทคนิคที่น่าสนใจ
“สูตรลับความสำเร็จของ iHAVECPU คือการเริ่มต้นลงมือทำด้วยตนเอง เมื่อสะสมประสบการณ์ได้ถึงจุดหนึ่ง จะสามารถมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ในการเติบโตได้มากขึ้นและลงมือทำต่อไปทันที รวมถึงให้ซื่อสัตย์กับตัวเองอยู่เสมอ เพราะการทำในสิ่งที่รักจะไม่มีวันเป็นเรื่องน่าเบื่อ”
นอกจากนี้ คุณพีรดนย์ยังได้กล่าวถึงการจ้างคนเก่งเข้ามาร่วมงานด้วยว่า
“การจ้างคนเก่งมาก็เหมือนดาบสองคม เก่งแล้วแทงข้างหลังก็มี เก่งแล้วเป็นหนอนก็มี ดังนั้น เหมือนเราเลี้ยงเสือ ก็ต้องมีกรงให้เขา มีพื้นที่ให้เขาเดิน”

คุณพีรดนย์ เหมยากร ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอ แฮฟ ซีพียู จำกัด และคุณวิภาวี วงศ์สิริศักดิ์ CCO และผู้ร่วมก่อตั้ง GoWabi
“ผมทำตั้งแต่ปี 2013 ก็เริ่มไต่ ๆ ๆ ๆ ขึ้นมา ตอนแรกไม่ค่อยกล้า Live สูตรลับในวันที่โตคืออะไรเหรอ ค่อย ๆ โต ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ เพราะเราสู้กับยักษ์ เราต้องเก่งกว่ายักษ์ อย่าไปกลัว ถ้าต้องทำอะไรสักอย่าง ในหนึ่งชั่วโมง ผมจะคิดว่า ผมเป็นมวยรอง เพราะฉะนั้น เวลาขาย ผมขายเต็มที่ ตอนที่ไม่มีเงิน ก็ใช้ตัวเองขาย เพราะผมไม่ต้องจ้าง และผมรัก iHaveCPU ที่สุดแล้ว”
สุดท้ายกับ คุณวิภาวี วงศ์สิริศักดิ์ CCO และผู้ร่วมก่อตั้ง GoWabi ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ว่า การทำงานกับคน Gen Z ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเขามาพร้อมแพชชั่น
“การจ้างคนที่เหมาะสมกับงานเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจหลักในการเติบโตของธุรกิจ อย่างที่ GoWabi เราให้ความสำคัญกับการสร้าง ‘Small Success’ ให้กับพนักงาน รวมถึงการเปิดโอกาสให้เด็ก Gen Z ได้ทำงานด้วยนั้น จำเป็นต้องมองเรื่อง Passion เข้ามาใช้บริหารคนด้วย”
เรียนรู้จาก 3 ยูนิคอร์น
ในส่วนของยูนิคอร์นสัญชาติไทย นอกจากคุณคมสันต์ ลี ผู้ร่วมก่อตั้ง Flash Group ที่มีซีรีย์เป็นของตนเองอย่าง “สงครามส่งด่วน” แล้ว สตาร์ทอัพที่น่าสนใจอย่าง LINE MAN Wongnai ก็มีเรื่องราวของการเติบโตมาบอกเล่าด้วยเช่นกัน
โดยคุณยอด ชินสุภัคกุล กล่าวถึงการเติบโตของบริษัทจนกลายเป็น LINE MAN Wongnai ในวันนี้ว่า “ในวันแรกเราคงไม่ได้มั่นใจขนาดนั้นนะครับ คือ วันแรกเราคงมีแค่ลูกบ้า แล้วก็ความอยากรวยเป็นหลักนะครับ”
LINE MAN Wongnai แพลตฟอร์มใหญ่ที่เกิดจากการสังเกตสิ่งเล็ก ๆ
“แต่ถ้าทำสตาร์ทอัพแล้ว ไม่อยากเป็นยูนิคอร์นก็อย่าทำสตาร์ทอัพดีกว่านะครับ เพราะว่าคนสตาร์ทอัพมันก็เป็นที่รวมตัวคนมีฝันนะที่อยากจะผลักดันมันไปให้สุดอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นคือผมคิดว่า milestone สำคัญก็คือการเป็นยูนิคอร์น สตาร์ทอัพทุกคนถ้าถามลึก ๆ ก็ต้องอยากเป็นอยู่แล้ว ไม่งั้นเราคงทำธุรกิจอื่นที่มันความเสี่ยงน้อยกว่า ใช้เงินทุนน้อยกว่า ใช้ความบ้าน้อยกว่าไปแล้ว”
“จริง ๆ ผมเป็นวิศวกรนะ ผมก็มองตัวเองเป็นช่างซ่อมเครื่อง เป็นช่างประกอบเครื่องนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าธุรกิจของผม ณ วันแรกที่เป็น Restaurant Review Website จนมาถึงปัจจุบันนี้ที่มีทั้ง Food Delivery, Ride Hailing, Mart, Payment, POS ฯลฯ มันเกิดจากการมองเห็นโอกาส, มองเห็นตลาด แล้วเราใช้ความสามารถในการ execute ของเราเข้าไปช่วยทำให้ธุรกิจเหล่านั้นมันดีขึ้นแล้วประกอบมาเป็น ecosystem”
“อีกข้อคือ หลาย ๆ งาน เราทำงานร่วมกับเขาไปก่อน แล้วสร้างมูลค่าให้เขาเห็นก่อน ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่เราเริ่มพาร์ทเนอร์กับ LINE MAN ใหม่ ๆ เราก็บอกว่า เอา Database ของ Wongnai ไปใช้ได้เลย เขาก็ถามว่าคิดเท่าไร ผมบอกว่าผมไม่คิดเงินหรอก ผมขอแค่ Revenue sharing ในอนาคตก็แล้วกัน แล้วระหว่างทางเราก็ทำเต็มที่เหมือนเป็น owner ก็คือว่าช่วยทีม LINE คิด ช่วย Acquire ร้านอาหารต่าง ๆ จนกระทั่ง เขาเห็นว่า เฮ้ยบริษัทนี้มันทำได้นี่หว่า ตอนที่ LINE MAN จะสปินออฟออกมา เราก็เลยบอกว่าโอเคถ้างั้นมารวมกันเถอะ”
“ใช่แล้วผมก็ไม่ค่อยปฏิเสธอะไรเท่าไหร่ คือมีโอกาสเข้ามาก็ลองทำดูก่อน เวิร์คไม่เวิร์คก็ว่ากันอีกที เพราะเราคิดเสมอว่า ตอนเราอายุ 80 นอนอยู่บนเตียง เราไม่อยากจะเสียดายทีหลังว่ารู้งี้ วันนั้นน่าจะทำสิ่งนั้น”
ปิดท้ายด้วยคุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ที่ฝากถึงคนรุ่นใหม่ว่า “วิสัยทัศน์หรือโอกาสทางธุรกิจไม่ได้มาจากการมองไปข้างหน้าเสมอไป แต่มาจากสิ่งที่เราได้เรียนรู้ในอดีตแล้วนำมาเชื่อมโยงกัน (Connecting the Dot) ซึ่งความสำเร็จของ Bitkub เกิดจากการทำความเข้าใจบทเรียนจากอดีต และนำความรู้องค์ความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับตัวในปัจจุบันนั่นเอง”







