Homehook up dating sitesทำความรู้จัก HELLO BOY แบรนด์น้องใหม่ ที่มาพร้อมฉลาก 4EVE ผู้กล้าท้าชิง Hale’s Blue Boy บนสังเวียนน้ำหวานเข้มข้นเมืองไทย

ทำความรู้จัก HELLO BOY แบรนด์น้องใหม่ ที่มาพร้อมฉลาก 4EVE ผู้กล้าท้าชิง Hale’s Blue Boy บนสังเวียนน้ำหวานเข้มข้นเมืองไทย


HELLO BOY

ถือเป็นอีกหนึ่งในกระแสมาแรงเป็นอย่างมากในช่วงนี้ สำหรับ HELLO BOY แบรนด์น้ำหวานข้มข้นน้องใหม่ในตลาด ที่มาพร้อม Girl Group ที่กำลังมาแรงอย่าง 4EVE บนฉลากผลิตภัณฑ์ สร้างความแปลกใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อยว่า แบรนด์น้ำหวานน้องใหม่รายนี้เป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงทุ่มการตลาดด้วยการดึง Girl Group ตัวท็อปของเมืองไทยในเวลานี้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์​

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

หากไล่เรียงดูที่มาของแบรนด์ HELLO BOY จะพบว่าผลิตโดย บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF  ที่มีอายุยาวนานกว่า 34 ปี ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและการค้าผลิตภัณฑ์ขนมปัง สี กลิ่น และเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งรูปแบบ OEM และสินค้าของบริษัทเอง โดยที่ผ่านมามีแบรนด์ Uncle Barns, Best Odur และ Kob Jung และ Aroi Mak Mak โดยเป็นสินค้าประเภทแป้งประกอบอาหาร เกล็ดขนมปัง วัตถุแต่งกลิ่นและรส สีผสมอาหาร น้ำหวานเข้มข้นและอาหารแช่แข็ง 

รู้จัก RBF เบื้องหลังแบรนด์น้องใหม่ HELLO BOY ที่กล้าดึง 4EVE นั่งพรีเซ็นเตอร์แบรนด์

โดย บริษัท บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF  ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2019 มีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง 

  • ปี 2563 มีรายได้ 3,187.27 ล้านบาท  
  • ปี 2564 มีรายได้  3,391.06 ล้านบาท
  • ปี 2565 มีรายได้  3,968.31 ล้านบาท
  • ปี 2566 มีรายได้ (งวด 9 เดือนแรก) มีรายได้รวม 3,277.23  ล้านบาท

แบ่งเป็นรายได้ที่มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆในเครือ (ช่วง 9 เดือนแรกปี 2566) ได้แก่ 

  • กลุ่มแป้งและซอส 48.08%
  • กลุ่มวัตถุแต่งกลิ่น รสและสีผสมอาหาร 34.17%
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาขายไป 9.40%
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง 5.71%
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง 2.12%
  • กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติก 0.52%

HELLO BOY นำ้หวานน้องใหม่ที่จะมาต่อยอดพอร์ตหลักให้เติบโต

ดังนั้นการเปิดตัว HELLO BOY จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์หลักของบริษัทในการต่อยอดการเติบโต ภายใต้แบรนด์ของตัวเองให้กับพอร์ตหลักทางค่ายอย่าง ธุรกิจวัตถุแต่งกลิ่นรส และสีผสมอาหาร ที่มีสัดส่วนถึง 34.17% เป็นอันดับ 2 ของพอร์ตสินค้าทั้งหมดในเครือของบริษัท ที่แม้จะมีผู้นำที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่จากจำนวนผู้เล่นที่ยังน้อยอยู่ และหากแบรนด์ประสบความสำเร็จได้ก็จะเป็นการสร้างการเติบโตระยะยาวในอนาคตได้เป็นอย่างดี 

HELLO BOY จึงถูกวางเป็นสินค้าเรือธงน้องใหม่ในการเจาะช่องทางรีเทล และเทรดดิชันนอลเทรด ตั้งแต่ โมเดิร์นเทรด คอนวีเนียนสโตร์ และช่องทางร้านค้าทั่วไป มาพร้อมการทำตลาดให้น่าสนใจด้วยการดึง เกิร์ล กรุ๊ป ชื่อดังอย่าง 4EVE ตัวแทนในการสื่อสารแบรนด์ แถมยังวางบนเชลฟ์ชนิดที่ท้าชนกันตรงๆ แถวเดียวกัน ชั้นเดียวกัน ให้ลูกค้าได้เลือกแบบชัดๆ กันไปเลย

โดยปัจจุบัน HELLO BOY วางจำหน่ายในช่องทางทั่วไปทั้งโมเดิร์นเทรด และเทรดดิชันนอลเทรด มี 2 กลิ่น กลิ่นสละ (สีแดง) และกลิ่นครีมโซดา (สีเขียว) บรรจุขวดแก้วขนาด 710 มล.ราคา 60 บาท 

แม้จะไม่มีการทำการตลาดแบบเชิงรุกมากนัก (นอกจากโปรโมชันลดราคาในช่วงเปิดตัว ก.พ.ที่ผ่านมาเท่านั้น ) แต่กระแสที่ถูกพูดถึงในโซเชียลมีเดียจากบรรดาแฟนพันธุ์แท้ของสาวๆ 4EVE และผู้บริโภคทั้งหลาย ประกอบกับรสชาติจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของสายหวานชาวไทย ไปจนถึงบรรดาพ่อค้า แม่ค้าที่บอกว่า ไม่ว่าจะนำไปผสมเป็นน้ำหวาน หรือจะใส่ในขนมก็เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า ไปจนถึงการทำให้ HELLO BOY กลายเป็นแบรนด์น้ำหวานเข้มขนน้องใหม่ที่น่าจับตาในเวลาอันสั้นที่ออกวางจำหน่าย

 

HELLO BOY

 

Hale’s Blue Boy กับการอัดโปรโมชัน “รับน้อง”

อย่างไรก็ตามในตลาดน้ำหวานแบบเข้มข้นเมืองไทย Hale’s Blue Boy คือแบรนด์น้ำหวานที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 65  ปี ครองความเป็นผู้นำแบบเบ็ดเสร็จมาโดยตลอด แม้จะไม่มีการทำตลาดหรือออกมาประชาสัมพันธ์เท่าค่ายอื่น

ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ Hale’s Blue Boy ซุ่มเงียบเติบโตในตลาดน้ำหวานมาอย่างต่อเนื่อง ครองความเป็นผู้นำตลาดน้ำหวานแบบเข็มข้นในไทยเบ็ดเสร็จ แม้จะมีผู้ท้าชิงเข้ามามากมายตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่จนแล้วแล้วรอดก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไปในที่สุด

ปัจจุบัน Hale’s Blue Boy  มีผลิตภัณฑ์ น้ำหวานเข้มข้น มากถึง 10 กลิ่น คือ ครีมโซดา องุ่น มะลิ สับปะรด กุหลาบ สละ ซาสี่ สตรอว์เบอร์รี แคนตาลูป และบลูฮาวาย ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์ รสชาติ บวกกับความคุ้นชินของผู้บริโภคทำให้ยากที่จะมีแบรนด์ไหนมาต่อกร

ในปี 2565 ที่ผ่านมา ผลประกอบการของ บริษัท เฮลซ์เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด มีรายได้กว่า 3,020,603,726 บาท และมีสินทรัพย์รวมกว่า 3,945,547,497 บาท เพิ่มขึ้น 3.14 % จากปี 2564 นั้นสะท้อนความสำเร็จและยอดขายของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี 

 

Hale’s Blue Boy

ท่ามกลางการแข่งขันที่มีคู่แข่งเข้ามาท้าชิง แม้แบรนด์จะเน้นความเป็นสินค้าคุณภาพมาอย่างยาวนาน ทว่า Hale’s Blue Boy จำเป็นต้องสร้างมูฟเมนต์ทางการตลาดให้แบรนด์เตะตาผู้บริโภคและให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา ด้วยการจัดโปรโมชันหั่นราคาลงถึง 10 บาท จากเดิมที่จำหน่าย 69 บาทต่อขวด ลดเหลือ 59 บาทต่อขวด (จำกัด 6 ขวดต่อครอบครัว) ซึ่งถูกกว่า HELLO BOY ที่จำหน่ายในราคา 60 บาท 

น่าจับตาว่า HELLO BOY จะประสบความสำเร็จในตลาดน้ำหวานแบบเข้มข้นเมืองไทยมากน้อยสักแค่ไหน จะฝ่าด่านพี่ใหญ่อย่าง Hale’s Blue Boy ที่เป็นประตูด่านหน้าเพียงด่านเดียวได้สำเร็จหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ด้วยยี่ห้อ RBF ในฐานะยักษ์ใหญ่เบื้องหลังธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มมากมายแล้ว เชื่อว่าเกมนี้น่าจะสนุกอย่างแน่นอน

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE