Homedating in st albertวางแผนภาษียังไงให้คุ้มสุด ๆ สำหรับ มนุษย์เงินเดือน กับ ฟรีแลนซ์

วางแผนภาษียังไงให้คุ้มสุด ๆ สำหรับ มนุษย์เงินเดือน กับ ฟรีแลนซ์

แชร์ :

ตามหลักแล้วการมีรายได้สูง ยิ่งต้องเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดาสูงขึ้นเช่นกัน ตามลำดับขั้นฐานภาษีตามที่กรมสรรพากรได้ประกาศ ตั้งแต่ 5 – 35% แต่กรมสรรพากรก็ได้มีข้อปฏิบัติที่ช่วยในการลดหย่อนภาษี ทำให้ผู้มีรายได้ทั้งพนักงานประจำและฟรีแลนซ์ได้เซฟเงินได้จำนวนมาก

สำหรับรายการลดหย่อนภาษีพื้นฐานจะแบ่งเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว, ค่าลดหย่อนกลุ่มประกันและการลงทุน, ค่าลดหย่อนกลุ่มเงินบริจาค และค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

จากค่าลดหย่อนทั้งหมด กลุ่มประกัน นับว่าเป็นกลุ่มค่าลดหย่อนที่มี “ความเสี่ยงต่ำ” และคุ้มค่าสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพราะนอกจากจะนำมาลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังได้รับความคุ้มครองชีวิต และผลประโยชน์เงินคืนระหว่างสัญญา หรือเมื่อครบสัญญาอีกด้วย โดยเฉพาะประกันของ “กรุงเทพประกันชีวิต” (Bangkok Life Assurance) ที่สมัครง่ายและมีแบบประกันให้เลือกหลากหลาย ที่ตอบโจทย์ทั้งพนักงานออฟฟิศและฟรีแลนซ์

มนุษย์เงินเดือน แบบประกันไหนที่เหมาะกับเรา ?

กลุ่มเริ่มต้นสร้างเงินออม

สำหรับมนุษย์เงินเดือนกลุ่มนี้ ซึ่งก็คือวัยเริ่มทำงาน หรืออาจจะทำงานมาแล้วระยะหนึ่ง และมีรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี หรือมีเงินเดือน 26,583 บาทเป็นต้นไป Pain point ของคนกลุ่มนี้ คือ มีเงินเดือนยังไม่สูงมาก มีภาระค่าใช้จ่ายประมาณหนึ่ง แต่ต้องการเริ่มต้นออมเงิน เพื่อชีวิตที่มั่นคงในอนาคต แบบประกันลดหย่อนภาษีที่เหมาะสำหรับคนกลุ่มนี้ จึงควรเป็นแบบที่จ่ายเบี้ยไม่สูงมาก และให้ผลประโยชน์ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ช่วงแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด เช่น อุบัติเหตุ เป็นต้น

แบบประกันที่เหมาะ จึงเป็น “กรุงเทพ 118 (ออนไลน์)” ที่เป็นเหมือนแผนการออมที่มั่นคง พร้อมรับความคุ้มครองสูง สามารถสมัครง่าย ๆ ผ่านออนไลน์ ที่สำคัญคือ เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียงปีละ 14,400 บาท และมีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุให้เพิ่มเติม จุดเด่นของ กรุงเทพ 118 (ออนไลน์) ยังมีอีก เช่น

– รับความคุ้มครองชีวิต 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมกับ 118% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามจริง

– รับเงินก้อน 118% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามจริง เมื่อครบกำหนดสัญญา

– รับความคุ้มครองเพิ่มฟรี กรณีเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะและสายตา เนื่องจากอุบัติเหตุ รับเพิ่มสูงสุด 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

– รับความคุ้มครองเพิ่มฟรี กรณีบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุ รับค่ารักษาพยาบาลตามค่าใช้จ่ายจริง สูงสุด 5 เท่าของเบี้ยประกันชีวิตรายเดือน (ต่อครั้งที่เข้ารักษา)

– ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามหลักเกณ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

– ชำระเบี้ย 12 ปี คุ้มครองชีวิต 18 ปี

กลุ่มสร้างตัว เก็บเงินตามเป้าหมาย

หรือถ้าเราเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานมาแล้วระยะหนึ่ง รายได้เพิ่มขึ้นตามอายุและตำแหน่งงานที่เติบโต เรียกว่าอยู่ในวัยสร้างตัว มีการออมและลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ มาบ้างแล้ว Pain point ของคนกลุ่มนี้ คือ แม้จะรายได้มากขึ้น แต่ก็เป็นวัยที่มีภาระต่าง ๆ อย่างเช่น ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน หรือครอบครัว ซึ่งบางครั้งจำเป็นต้องใช้เงินก้อน แต่ก็ต้องการวางแผนออมเงินเพื่อเป้าหมายอนาคตไปควบคู่กัน

แบบประกันที่เหมาะจึงเป็น “บีแอลเอ สมาร์ทรีเทิร์น 10/5” ซึ่งถือว่าเป็นแบบประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้น ที่ให้เงินคืนก้อนใหญ่ และคืนไวกว่า SSF ที่จะขายคืนได้ก็ต่อเมื่อครบ 10 ปีแล้วเท่านั้น โดยแบบประกัน “บีแอลเอ สมาร์ทรีเทิร์น 10/5” จะมีเงินคืนตลอดสัญญารวมทั้งหมด 525% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยมีเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียงปีละ 20,000 บาท เฉลี่ยเดือนละพันบาทนิด ๆ เท่านั้น และจุดเด่นของ บีแอลเอ สมาร์ทรีเทิร์น 10/5 ยังมีอีก

– เริ่มรับคืนเงินตั้งแต่ปีที่ 5-6 ปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย, ปีที่ 7-9 ปีละ 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย, และปีที่ 10 รับเงินคืน 205% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

– จ่ายเบี้ยเพียง 5 ปี คุ้มครองชีวิต 10 ปี

– กรณีเสียชีวิต รับผลประโยชน์สูงสุด 505% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

– ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามหลักเกณ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

หรือ “บีแอลเอ สมาร์ทเซฟวิ่ง 10/2” แบบประกันที่จ่ายเบี้ยประกันภัยสั้นเพียง 2 ปี เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบจ่ายเบี้ยประกันภัยยาว ๆ แถมรับเงินคืนทุกปี ผลประโยชน์เรียกได้ว่าคุ้มค่า รวมตลอดสัญญารับเงินคืน 226% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นปีละ 29,880 บาท และจุดเด่นของ บีแอลเอ สมาร์ทเซฟวิ่ง 10/2 ยังมีอีก

– ชำระเบี้ยสั้น 2 ปี คุ้มครองยาว 10 ปี

– รับเงินคืนทุกปี, ครบกำหนดสัญญารับ 208% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย, รับผลประโยชน์รวม 226% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

– ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด ถึง 100,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

กลุ่มมองไกล เตรียมเงินใช้หลังเกษียณ

สำหรับกลุ่มที่มีรายได้มั่นคง ไม่ได้มีภาระค่าใช้จ่ายในปัจจุบันสูง และต้องการเตรียมรายได้ประจำต่อเนื่องสำหรับใช้จ่ายในวัยหลังเกษียณ Pain point ของคนกลุ่มนี้ คือ มีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตหลังเกษียณ และการมีเงินเพียงพอสำหรับการรองรับคุณภาพชีวิตที่ดีเทียบเท่ากับช่วงที่ยังทำงานอยู่ ทั้งในด้านการดำรงชีพและค่ารักษาพยาบาล รวมถึงต้องการลดหย่อนภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าการวางแผนเกษียณเป็นเรื่องของคนสูงอายุ หรือวัยใกล้เกษียณแล้วเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การที่เริ่มต้นวางแผนเร็ว ตั้งแต่วัยทำงานช่วงอายุ 30 – 40 ปี จะช่วยให้มีเวลาในการสะสมเงินออมนานขึ้น ไม่ต้องเหนื่อยกับการเร่งเก็บเงินในช่วงปีท้าย ๆ ก่อนเกษียณ หากเราเตรียมพร้อมไว้ก่อน ก็จะมีความสุขกับชีวิตเกษียณได้มากกว่า

แบบประกันที่เหมาะจึงเป็น แฮปปี้ เพนชั่น (มีเงินปันผล) แบบประกันสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนเพื่อเกษียณ ที่มีเงินบำนาญรายปีและเงินบำนาญเพิ่มพิเศษ จนถึงอายุ 99 ปี โดยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นปีละ 2,996 บาท สำหรับแบบระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยถึงอายุ 60 ปี และจุดเด่นของ แฮปปี้ เพนชั่น (มีเงินปันผล) ยังมีอีก

– มีระยะชำระเบี้ยประกันภัยให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว, 5 ปี, 10 ปี หรือ ถึงอายุ 60 ปี ก็ได้

– มีโอกาสรับเงินบำนาญเพิ่มพิเศษจากเงินปันผล ที่นอกเหนือจากเงินบำนาญรายปี ที่ได้รับอยู่แล้ว จนถึงอายุ 99 ปี

– ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

แล้วสำหรับฟรีแลนซ์ แบบประกันไหนที่เหมาะกับเรา ?

กลุ่มฟรีแลนซ์ หรืออาชีพอิสระ

เป็นอีกอาชีพที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากคนรุ่นใหม่มองว่าการมีเพียงอาชีพเดียว คือ ความเสี่ยง และการเป็นนายตัวเองมีความยืดหยุ่นมากกว่า เหตุนี้จึงไม่ควรชะล่าใจ และควรวางแผนการเงินไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะกลุ่มฟรีแลนซ์ เป็นกลุ่มที่มี “ความเสี่ยงสูง” มากกว่ามนุษย์เงินเดือน เพราะโดยพื้นฐานแล้ว มนุษย์เงินเดือนจะมีสวัสดิการรองรับที่ครอบคลุม ตั้งแต่ประกันชีวิต ประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันสังคม หรือหากเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรง ก็สามารถลาได้ตามกฎหมาย โดยไม่เสียรายได้

แต่กลุ่มฟรีแลนซ์ จะไม่มีสวัสดิการดังกล่าวมารองรับ หากเกิดการเจ็บป่วย ก็จะขาดรายได้ทันที ที่สำคัญคือ ต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด 100% หรือพูดง่าย ๆ ว่า หากป่วยก็จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปเต็ม ๆ ซึ่งแบบประกันที่เหมาะ คือ ประกันสุขภาพ เช่น

“บีแอลเอ คอมพลีท เฮลธ์” ประกันสุขภาพออนไลน์ ที่เป็นเหมือน “สวัสดิการด้านสุขภาพ” ของชาวฟรีแลนซ์ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 5 ล้านบาท/ครั้ง ครอบคลุมค่าห้องพักเดี่ยวราคาเริ่มต้นของโรงพยาบาล และจุดเด่นของ บีแอลเอ คอมพลีท เฮลธ์ ยังมีอีก

– รับเงินผลประโยชน์ 100,000 บาท เมื่อได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง 1 ใน 20 โรค เป็นครั้งแรก

– เลือกชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี หรือ รายเดือน ก็ได้

– ประกันสุขภาพสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี *เมื่อรวมเบี้ยประกันชีวิตและประกันออมทรัพย์ตามที่จ่ายจริงทั้งหมด จะต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

หรือประกันโรคร้ายแรง สุขภาพ สุขสันต์ ที่จะเข้ามาทดแทนการขาดรายได้ หากเราป่วยเป็นโรคร้ายแรง เช่น คุ้มครองมะเร็ง และโรคร้ายแรงอื่นๆ รวม 50 โรคร้ายแรง รับผลประโยชน์ทันทีสูงสุด 3 ล้านบาท และจุดเด่นของ ประกันโรคร้ายแรง สุขภาพ สุขสันต์ ยังมีอีก เช่น

– ชำระเบี้ยประกันภัย 10 ปี รับความคุ้มครอง 15 ปี

– ประกันสุขภาพสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี *เมื่อรวมเบี้ยประกันชีวิตและประกันออมทรัพย์ตามที่จ่ายจริงทั้งหมด จะต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

– สมัครง่ายรวดเร็ว ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงตอบคำถามสุขภาพ 4 ข้อ

– ชำระเงินสะดวกด้วยบัตรเครดิต/บัตรเดบิต ทั้งวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด ได้ทุกธนาคาร

การวางแผนภาษี ด้วยการซื้อประกันชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ, ประกันสะสมทรัพย์, ประกันบำนาญ, หรือประกันสุขภาพ นับว่าทางเลือกที่ได้ประโยชน์รอบด้าน ทั้งในส่วนที่เป็นค่าลดหย่อนภาษี และผลตอบแทนที่ได้รับตามเป้าหมายที่เลือก โดยปัจจุบัน มีแบบประกันให้เลือกหลากหลาย สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม ตามระดับรายได้ หรือตามผลประโยชน์ที่เราต้องการ สมัครง่าย พิจารณาไว ผ่านเว็บประกันออนไลน์ กรุงเทพประกันชีวิต มั่นใจด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล www.bangkoklife.com/online


แชร์ :

You may also like