HomeBrand Move !!Baskin-Robbins แบรนด์ร้านไอศกรีมนำเข้าจากสหรัฐฯ “ปิดกิจการ” ในไทย หลังขาดทุนต่อเนื่อง

Baskin-Robbins แบรนด์ร้านไอศกรีมนำเข้าจากสหรัฐฯ “ปิดกิจการ” ในไทย หลังขาดทุนต่อเนื่อง

แชร์ :

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

แบรนด์ร้านไอศกรีม Baskin-Robbins (บาสกิ้น ร็อบบิ้นส์) อายุ 78 ปี ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากชาย 2 คนที่ทำธุรกิจร้านไอศกรีมด้วยกันทั้งคู่ คือ “Burt Baskin” เปิดร้านไอศกรีม Burton’s Ice Cream ในเกลนเดล รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1945 กับ “Irv Robbin” เปิดร้านไอศกรีมในแพซาดีน่า แคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องเขยของ Burt Baskin ต่อมาทั้งคู่ได้รวมธุรกิจเข้าด้วยกัน และก่อตั้งแบรนด์ “Baskin-Robbins”

ปัจจุบัน Baskin-Robbins เชนร้านไอศกรีมระดับโลก เจ้าของโลโก้หมายเลข 31 (ที่มาจากการนำเสนอไอศกรีม 31 รสชาติ) มีสาขาอยู่ในกว่า 50 ประเทศ จำนวนกว่า 7,700 สาขาทั่วโลกรวมทั้งในไทย

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ในประเทศไทยมีบริษัท โกลเด้น สกู๊ป จำกัด ในเครือ บมจ.มัด แอนด์ ฮาวด์ หรือ MUD เป็นผู้ได้รับสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์จาก Baskin Robbins Franchising LLC ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเดียวกับแบรนด์ “ดังกิ้นโดนัท”

การทำตลาดแบรนด์ Baskin-Robbins ไอศกรีมทุกชนิดที่จำหน่ายในประเทศไทยนำเข้าสินค้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐาน Baskin-Robbins ที่ทำตลาดแบบเดียวกันทั่วโลก

การทำธุรกิจของ Baskin-Robbins ในประเทศไทย นับจากปี 2563 ที่มีสาขากว่า 34 สาขา ได้ลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง ถึงสิ้นปี 2564 เหลืออยู่ 10 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นร้านรูปแบบคีออสก์ พื้นที่ประมาณ 20-30 ตารางเมตร

ปี 2565 Baskin-Robbins ประเทศไทยเปิดให้บริการเหลือ 4 สาขา คือ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ชั้น 3, เค วิลเลจ ชั้น 1, สยามพารากอน ชั้น 3 และเดอะวอล์ค เกษตร-นวมินทร์ ชั้น 1 โดยต้นปี 2566 ร้าน Baskin-Robbins ได้แจ้งเจ้าของพื้นที่เช่า “ปิดกิจการ” ทั้งหมด ในประเทศไทย

หากดูผลประกอบการ “โกลเด้น สกู๊ป” ผู้ได้รับสิทธิแฟรนไชส์ Baskin-Robbins ในประเทศไทย พบว่า “ขาดทุน” ต่อเนื่อง

– ปี 2560 รายได้ 110 ล้านบาท ขาดทุน 11.8 ล้านบาท
– ปี 2561 รายได้ 112 ล้านบาท ขาดทุน 9.8 ล้านบาท
– ปี 2562 รายได้ 103 ล้านบาท ขาดทุน 10.2 ล้านบาท
– ปี 2563 รายได้ 63 ล้านบาท ขาดทุน 10.4 ล้านบาท
– ปี 2564 รายได้ 52 ล้านบาท ขาดทุน 7.4 ล้านบาท

หลังจากปิดกิจการ Baskin-Robbins ในประเทศไทย บมจ.มัด แอนด์ ฮาวด์ ยังมีธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งธุรกิจไลฟ์สไตล์อีกหลายแบรนด์

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้สิทธิแฟรนไชส์

– Dunkin Donuts ภายใต้บริษัท โกลเด้น โดนัท (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตและจำหน่ายโดนัทและเครื่องดื่มแบรนด์ “ดังกิ้น โดนัท”

– Au Bon Pain ภายใต้บรษัท เอบีพี คาเฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตและจำหน่ายเบเกอรี่ แบรนด์ “โอ บอง แปง”

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ของตัวเอง

– เกรฮาวด์ คาเฟ่ (Greyhound Cafe), อนาเธอร์ฮาวด์ คาเฟ่ (Another Hound Cafe), เกรฮาวด์ ออริจินอล, ครัวเอ็ม, เลอ กรองด์ เวฟู

– การให้สิทธิแฟรนไชส์ร้านอาหาร “เกรฮาวด์ คาเฟ่” ในต่างประเทศ โดยเริ่มเปิดสาขาแฟรนไชส์แรกปี 2560 ที่ลอนดอน อังกฤษ จากนั้นขยายแฟรนไชส์ ในเอเชีย เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

– นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ร้านอาหารใน ปารีส ฝรั่งเศส

– ปี 2565 มีสาขารวมทุกแบรน์ 476 สาขา รายได้หลักมาจากแบรนด์ดังกิ้นโดนัทและเกรฮาวด์ คาเฟ่

ผลประกอบการ บมจ.มัดแอนด์ฮาวด์

– ปี 2563 รายได้ 2,315 ล้านบาท ขาดทุน 395 ล้านบาท
– ปี 2564 รายได้ 2,316 ล้านบาท ขาดทุน 101 ล้านบาท
– ปี 2565 รายได้ 3,168 ล้านบาท กำไร 24 ล้านบาท

อ่านเพิ่มเติม


แชร์ :

You may also like