HomeSponsoredผ่า 4 กลยุทธ์ ‘เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์’ ฟื้นชีพธุรกิจโรงภาพยนตร์โตก้าวกระโดดยุคหลังโควิด

ผ่า 4 กลยุทธ์ ‘เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์’ ฟื้นชีพธุรกิจโรงภาพยนตร์โตก้าวกระโดดยุคหลังโควิด

แชร์ :

 

Santos Or Jaune

หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ตลอด 2 ปี คือ “โรงภาพยนตร์” ที่เจอกับมาตรการล็อกดาวน์ยาวกว่าทุกธุรกิจ รอบแรกปี 2563 ปิดทั่วประเทศรวม 75 วัน มาในปี 2564 โรงหนังถูกปิดในบางพื้นที่ที่ระบาดหนักรวมทั้งกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนและได้กลับมาเปิดในเดือนตุลาคม 2564 รอบนี้ปิดยาว 158 วัน  แต่หลังจากกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง เห็นสัญญาณบวกธุรกิจโรงหนังฟื้นตัวชัดเจน

“ผู้นำ” อุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” (Major Cineplex) ภายใต้ Business Model  “มากกว่าโรงภาพยนตร์” วางกลยุทธ์สร้างโอกาสการเติบโตหลังยุค Post-pandemic ตามดู 4 กลยุทธ์ ที่จะทำให้ เมเจอร์ฯ เทิร์นอะราวด์

1. หนังฟอร์มยักษ์ Jurassic World Dominion จุดพลุ เมเจอร์ฯ Collab พันธมิตรแบรนด์ดังจัดบิ๊กอีเวนท์

หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เป็นสถานที่ยอดฮิตที่ประชาชนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านเพื่อหาความบันเทิงอย่างคึกคัก โดยเฉพาะการดูหนังในโรงภาพยนตร์ จากกระแสแรงของหนังฟอร์มยักษ์  Jurassic World Dominion สามารถดึงดูดลูกค้าทั้งกลุ่มเด็ก ผู้ใหญ่ และครอบครัว กลับมาชมภาพยนตร์ในโรงมากขึ้น

หลายแบรนด์ดังใช้กระแสความเป็น Brand Loyalty ที่มีต่อ “จูราสสิค” ซึ่งเป็นภาพยนตร์แม่เหล็กสามารถดึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่น มาทำกิจกรรมการตลาด (On Ground Marketing) ร่วมกับเมเจอร์ฯ ที่มีโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ถือเป็นเครื่องมือการตลาดเพื่อสร้าง Engagement ให้กับแบรนด์พาร์ทเนอร์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ตัวอย่างแบรนด์ดังที่มา Collaboration กับหนังจูราสสิคและเมเจอร์ฯ

Major x Pepsi

– เมเจอร์ฯ ร่วมกับ Pepsi ผู้นำตลาดน้ำอัดลมเมืองไทย จัดแคมเปญ Pepsi Movie Mania  ชุดบัคเก็ตกับแพ็กเกจตั๋วหนังสุดคุ้ม 2 เซ็ท ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2565  พร้อมจัดอีเวนท์ใหญ่  งาน Major Cineplex X Pepsi Present The Jurassic Planet  ณ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ที่ผ่านมา โดยเนรมิตโลกไดโนเสาร์เสมือนจริงมาไว้ใจกลางเมือง ชวนแฟนๆ มาตะลุยอาณาจักรจูราสสิค เปิดโลกไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่าง ๆ เคลื่อนไหวได้สมบูรณ์แบบมากที่สุด และกิจกรรมขุดค้นหาซากฟอสซิลจำลองให้แฟนได้ร่วมสนุกรับของที่ระลึก

Major x Tipco Foods

– แคมเปญ The Secret of Aura : Jurassic World Dominion Collection  เมเจอร์ฯ ร่วมกับ “ทิปโก้ฟูดส์” ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ 100% แบรนด์ “ออรา”  จัดทำน้ำแร่ออรารุ่นลิมิเต็ด คอลเลคชั่น นำคาแรกเตอร์จากภาพยนตร์จูราสิค มาไว้บนขวดน้ำดื่มออรา รุ่นทรงกลมที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะ พร้อมจัดโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าแฟนจูราสสิค กับโปรรับฟรี! ตั๋วชมภาพยนตร์ที่นั่งปกติจากเมเจอร์ฯ  1 ใบ เมื่อซื้อน้ำแร่ออราชุด Jurassic World Dominion Collection 5 ลาย จำนวน 5 แพ็ก

Major x ศูนย์การค้าดัง

–  ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา จับมือกับโรงภาพยนตร์ “ไอคอน ซีเนคอนิค” ร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า มาร่วมผจญภัยในดินแดนสัตว์โลกล้านปี เนรมิตพื้นที่แลนมาร์ค ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ให้กลายเป็น THE ICONIC JURASSIC ADVENTURE

โดยขนทัพฝูงไดโนเสาร์สมจริงที่สุดครั้งแรกในประเทศไทย มาบุกริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ Giganotosaurus (ไจกาโนโทซอรัส), Tyrannosaurus Rex (ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์), Allosaurus (อัลโลซอรัส), Carnotaurus (คาร์โนทอรัส), Nasutoceratops (นาซูโตเซอราทอปส์), Brachiosaurus (แบรคิโอซอรัส) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความยาวถึง 18 เมตร และอีกกว่า 20 สายพันธุ์ ที่เคลื่อนไหวได้สมจริงด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ทำให้การเดิน การขยับร่างกายเสมือนจริง ตั้งแต่วันนี้ – 11 กรกฎาคมนี้

นอกจากนี้ยังมีจัดบิ๊กอีเวนท์เกี่ยวกับ “ไดโนเสาร์” ไม่ว่าจะเป็นที่ เอ็มควอเทียร์ ,เมกาบางนา ,สยามพารากอน และเซ็นทรัลจันทบุรี ได้ผนึกกำลัง เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศช่วงหนัง Jurassic World Dominion เข้าฉาย

2. ธุรกิจโรงหนัง-โฆษณา ส่งสัญญาณฟื้นตัว

นโยบายเปิดประเทศผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีก่อน ถึงปัจจุบันสถานการณ์โควิดคลี่คลายและกำลังเข้าสู่โรคประจำถิ่น  ธุรกิจทุกประเภทเปิดให้บริการปกติแล้ว บรรยากาศจับจ่ายกลับมาคึกคัก เห็นได้จากผู้คนออกมาใช้บริการต่างๆ กันแน่นศูนย์การค้าโดยเฉพาะในช่วงวันหยุด

“ธุรกิจโรงภาพยนตร์” ความบันเทิงนอกบ้านกลับมาฟื้นตัวชัดเจน จากหนังฟอร์มยักษ์ทยอยลงจอ  อาทิ Dr.Strange in the Multiverse of Madness, Jurassic World Dominion, Top Gun เป็นความบันเทิงที่แฟนหนังต่างรอคอยเข้าชมในโรงภาพยนตร์ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ First Window ที่ยังถือเป็นจุดแข็งของธุรกิจโรงหนัง แม้การเติบโตของสตรีมมิ่งก็ไม่ได้ส่งผลกระทบ

อีกธุรกิจที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนในปีนี้ คือ โฆษณา ข้อมูลจาก “นีลเส็น” สรุปเม็ดเงินโฆษณาในโรงภาพยนตร์ 5 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่า 2,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ช่วงปกติก่อนโควิดสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ ถือเป็นดาวรุ่งเติบโตสูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากสื่อออนไลน์ จากความนิยมใช้สื่อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมเป้าหมายได้ชัดเจน ดังนั้นเมื่อโควิดคลี่คลายสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์จึงกลับมาเติบโตก้าวกระโดดอีกครั้ง

ช่วงไฮซีซันไตรมาส 2  ยิ่งเห็นได้ชัดว่าธุรกิจโรงหนังฟื้นตัวแล้ว จากหนังฟอร์มยักษ์กวาดรายได้หลักร้อยล้านมีให้เห็นต่อเนื่อง อย่าง Doctor Strange in the Multiverse of Madness ทำรายได้กว่า 400 ล้านบาท, Top Gun Maverick ภาคต่อหนังดังยุค 80 โกยไปมากกว่า 100 ล้านบาท รวมทั้ง Jurassic World Dominion ที่คาดการณ์ว่าจะทำรายได้กว่า 300 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีไลน์อัพหนังฟอร์มยักษ์อีกหลายเรื่องรอจ่อคิวเข้าฉายตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น Thor: Love and Thunder  วันที่ 6 กรกฎาคม,  Black Panther : Wakanda Forever วันที่ 9 พฤศจิกายน,  Avatar The Way Of Water วันที่ 14 ธันวาคม

3. อัพเกรดนวัตกรรมสุดล้ำโรงหนัง IMAX Laser และขยายสาขา Screen X สร้างประสบการณ์ดูหนัง

นอกจากเป็นเบอร์หนึ่ง ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เมเจอร์ฯ ยังเป็น Leader Organization นำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพื่อสร้างประสบการณ์และความแตกต่างให้ผู้ชม รวมทั้งพัฒนาและผลักดันให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์เติบโตต่อเนื่อง

ในปี 2565 เมเจอร์ฯ ร่วมมือกับไอแมกซ์ คอร์ปอเรชั่น ในการนำนวัตกรรมสุดล้ำเครื่องฉาย IMAX Laser ระบบใหม่ล่าสุดมาฉายที่ประเทศไทย 3 สาขา คือ  ไอคอน ซีเนคอนิค, พารากอน ซีนีเพล็กซ์  และโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์แห่งใหม่ เมกา ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

นวัตกรรม IMAX Laser เป็นระบบการฉายภาพยนตร์ที่ผสมผสานการฉายภาพด้วยเลเซอร์ระดับ 4K เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์ของ IMAX  ให้ภาพสว่างกว่าด้วยความละเอียดที่เพิ่มขึ้น โทนสีของภาพมีคอนทราสต์ลึกกว่า และช่วงสีกว้างที่สุดสำหรับหน้าจอ IMAX  ทำให้ผู้ชมมองเห็นภาพขนาดใหญ่และได้ยินเสียงชัดเจนเหมือนกันทุกที่นั่ง เป็นประสบการณ์รับชมภาพยนตร์ระดับพรีเมียมที่แตกต่าง โดยเฉพาะหนังฟอร์มยักษ์จะเป็นแรงจูงใจให้ผู้ชมกลับมาชมในโรงภาพยนตร์มากขึ้น ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ฟื้นตัวหลังโควิด

นอกจากนี้ เมเจอร์ฯ ได้จับมือ CJ 4DPLEX ผู้ผลิตฟิล์มภาพยนตร์และเทคโนโลยีโรงภาพยนตร์ระดับพรีเมี่ยมชั้นนำของโลก เปิดโรงภาพยนตร์ ScreenX PLF  ใช้ระบบการฉาย 3 ทิศทางด้วยเครื่องฉายหลายตัว (Multi-Projection System) ให้มุมมองภาพ 270 องศา สร้างประสบการณ์สมจริงเสมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ของภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ

ในเดือนกรกฎาคมนี้ ได้เปิดโรงภาพยนตร์ ScreenX แห่งใหม่ ในรูปแบบ Premium Large Format ที่พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เป็นสาขาที่ 2 ซึ่งเป็นหน้าจอ ScreenX ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองรับผู้ชมได้มากถึง 336 ที่นั่ง หลังจากเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ ScreenX สาขาแรกที่ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต เมื่อปี 2558

4. ลุย Trading ส่ง “ป๊อปคอร์น” ขายนอกโรงภาพยนตร์ เข้าร้านเซเว่นฯ ไตรมาส 3 นี้

ในช่วงโควิด ปี 2564 เมเจอร์ฯ ได้เข้าสู่ธุรกิจ Trading ต่อยอดความสำเร็จ “ป๊อปคอร์น”  จากโรงหนังสู่หน้าบ้าน ขยายไลน์สินค้าเปิดตัว POPSTAR เพิ่มช่องทางจำหน่าย Popcorn To Go ผ่านแอปพลิเคชั่น Food Delivery และแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง ออนไลน์ เคยทำยอดขายติดอันดับ 1 ใน Shopee ทำให้เห็นว่าเมเจอร์ฯ มีฐานแฟนจำนวนมาก นอกจากนี้ยังวางขายในอีเวนท์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กีฬา คอนเสิร์ต ห้างสรรพสินค้า

ไตรมาส 3 ปีนี้ เมเจอร์ฯ พร้อมรุกตลาด Trading เต็มรูปแบบ ส่งป๊อปคอร์น  POPSTAR บรรจุถุง จำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น อีเลฟเว่น” รวมทั้งมองโอกาสขยายไปในโมเดิร์นเทรด์และร้านสะดวกซื้ออื่นๆ ด้วย

Trading นับเป็นอีกธุรกิจสร้างรายได้ให้เมเจอร์ฯ เจาะตลาดสแน็กรองรับผู้บริโภคหลายกลุ่ม หากดูโอกาสการขายป๊อปคอร์น  ต้องบอกว่ามูลค่าไม่ใช่เล่นๆ ช่วงก่อนโควิด เมเจอร์ฯ เคยสร้างรายได้จากการขายป๊อปคอร์นในโรงภาพยนตร์ได้มากถึง 2,000 ล้านบาทมาแล้ว

ตอกย้ำบิสซิเนส โมเดล “มากกว่าโรงหนัง”  ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เมเจอร์ฯ ได้เริ่มเข้าไปลงทุนถือหุ้นใน 2 บริษัท คือ  “เถ้าแก่น้อย-เวิร์คพอยท์”  ซึ่งเดือนพฤษภาคม 2565 เมเจอร์ฯ ถือหุ้นใน เถ้าแก่น้อย 9.70% รวมมูลค่า 1,057 ล้านบาท  และเวิร์คพอยท์ 8.18% รวมมูลค่า 903 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายขยายการลงทุนเข้าถือหุ้นทั้ง 2 บริษัทแห่งละ 10% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด โดยมูลค่าการลงทุนบริษัทละ 1,200 ล้านบาท รวมมูลค่า 2,400 ล้านบาท

เป้าหมายการลงทุนใน “เถ้าแก่น้อย” เพื่อสนับสนุนการเติบโตและความสามารถทางการแข่งขันในธุรกิจ Trading ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายป๊อปคอร์นของเมเจอร์ฯ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ส่วนการลงทุนใน “เวิร์คพอยท์” เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงด้านการผลิตคอนเทนท์มากขึ้น สนับสนุนการเติบโนในฐานะ Content Provider ของเมเจอร์ฯ โดยมีความร่วมมือสร้างหนังไทย 3-4 เรื่องต่อปี

การวางกลยุทธ์ด้วยบิสซิเนส โมเดล สร้างรายได้หลายทาง ต่อยอดธุรกิจที่เชี่ยวชาญ และหาโอกาสเติบโตในตลาดใหม่ๆ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” จึงมีโอกาสกลับมาเติบโตก้าวกระโดดแบบ V Shape ให้เห็นหลังจากนี้


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม