เปิดมุมมอง “ซีอีโอ The Standard” บูทีคโฮเทลระดับโลก กับ 6 ความท้าทาย-ความเปลี่ยนแปลงถาวร “ธุรกิจโรงแรม”

เป็นที่ทราบกันดีว่า COVID-19 สร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การเดินทาง ธุรกิจโรงแรมที่พัก และสายการบินทั่วโลก แต่หลังจากผ่านไปเกือบ 2 ปี เวลานี้หลายประเทศเริ่มเปิด การเดินทางระหว่างประเทศกลับมา ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบิน

- Advertisement -

ในช่วงเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา Standard International(สแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล) บริษัทแม่ของเครือโรงแรม “The Standard” (เดอะ สแตนดาร์ด) เป็นหนึ่งในเชนธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่สามารถประเมินสถานการณ์ และปรับแผน ทำให้ผ่านพ้นช่วงช่วงวิกฤตมาได้

ทว่าจากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้ “ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม” ทั่วโลกเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ถาวร

มาดูมุมมอง “มร. อมาร์ ลัลวานี่” ซีอีโอ Standard International กับความท้าทายของธุรกิจโรงแรมจากนี้ ต้องเจอกับอะไรบ้าง ?!?

The Standard Hotel_Amar
มร. อมาร์ ลัลวานี่” ซีอีโอ Standard International

 

ผลประกอบการปี ’64 กลับมาโต คาดการณ์ “การเดินทางท่องเที่ยว คอนเสิร์ต อีเว้นท์” ฟื้นตัว

หลังจากเผชิญกับการแพร่ระบาด COVID-19 ในปีที่แล้วที่ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และบริการทั่วโลกหยุดชะงัก แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2564 เริ่มมีการกระจายวัคซีน ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม เริ่มกลับมาฟื้นตัว แม้จะยังไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิด COVID-19 ก็ตาม

มร. อมาร์ ลัลวานี่ ฉายภาพผลประกอบการโรงแรม The Standard ในปี 2564 กลับมาฟื้นตัวได้ดีกว่า 20% นับตั้งแต่ต้นปี จนถึงขณะนี้ (YTD) สูงกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของสหรัฐฯ และยุโรป ทำให้โรงแรม The Standard ทั้งในสหรัฐ และลอนดอนเติบโต

– ภาพรวมธุรกิจ The Standard ในสหรัฐอเมริกา ที่มีการกระจายวัคซีนมีประสิทธิภาพ และมีตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่ รวมถึงการผ่อนปรนข้อจำกัดการเดินทางมากขึ้น จึงทำให้เริ่มมีนักท่องเที่ยว ทั้งในประเทศ และต่างประเทศเดินทางในสหรัฐฯ

– โรงแรม The Standard ในนิวยอร์กมีการเติบโตที่ดี แม้จะยังไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิด COVID-19 ก็ตาม ส่วนโรงแรมในไมอามี่ กลับมาโตในระดับใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดโรคระบาด

ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดของโรงแรม The Standard ปี 2564 ในสหรัฐฯ สูงกว่าปี 2562 ด้วยค่าเฉลี่ยดัชนีการสร้างรายได้ (RGI) ที่ระดับ 134 ต่อ 122 เมื่อเทียบกับเครือโรงแรมคู่แข่งในระดับเดียวกัน

– ส่วนโรงแรม The Standard ในลอนดอน และมัลดีฟส์ ยังมีรายได้ต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แต่ยังไม่มากเท่ากับช่วงก่อน COVID-19 เนื่องจากมีผลกระทบของข้อจำกัดการเดินทาง

The Standard Hua Hin_Exterior

นอกจากนี้ ซีอีโอ Standard International ยังคาดการณ์ว่าธุรกิจที่กำลังจะกลับมาฟื้นตัวคือ การแสดงดนตรี การเดินทางท่องเที่ยว การประชุมสัมมนา อีเว้นท์ ห้องอาหาร บาร์ สปา Night Life สวนสนุก โรงงานการผลิต

เมื่อมองภาพรวมและแนวโน้มการท่องเที่ยวในเอเชีย พบว่า สิงคโปร์ จีน เกาหลีใต้ และฮ่องกง เป็นตลาดแรกๆ ในเอเชียที่ผ่อนปรนข้อจำกัดการเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากประชากรโดยเฉลี่ยมากกว่า 50% ได้รับการฉีดวัคซีน

รองลงมาคือ ญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่งประชากรกว่า 40% ฉีดวัคซีนแล้ว ส่วนออสเตรเลีย และอินเดีย ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอีก

ขณะที่ ประเทศไทย ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก โดยมีความต้องการอย่างมากที่อัดอั้นจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศทั่วเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา โดยมีกรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย หัวหิน พัทยา และเชียงใหม่เป็นแม่เหล็กสำคัญ

The Standard Hotel

 

6 ความท้าทาย และความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมทั่วโลก

แม้เวลานี้หลายประเทศกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมา แต่ยังคงภายใต้สภาวะแห่งความท้าทายที่ต้องเฝ้าจับตามอง

“วิกฤตที่เรากำลังประสบในเวลานี้เป็นความท้าทายที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการไม่เคยเผชิญมาก่อน ซึ่งการจะฟื้นธุรกิจท่องเที่ยวให้กลับคืนมาเหมือนช่วงก่อน COVID-19 ระบาดนับว่าเป็นเรื่องท้าทายมาก และการเกิดขึ้นของ COVID-19 ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรในหลายด้านให้กับธุรกิจโรงแรม” มร. อมาร์ ลัลวานี่ ซีอีโอ Standard International เล่าสถานการณ์ที่เผชิญ

ความท้าทาย และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจโรงแรมในมุมมองของ “ซีอีโอ Standard International” คือ

  1. การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลต้า และข้อจำกัดการเดินทางที่แตกต่างกันทั่วโลก มีผลกระทบที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด ซึ่งส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องเพิ่มความระมัดระวังในการคาดการณ์
  2. การเดินทางเพื่อการพักผ่อน (Leisure Travel) ฟื้นตัวขึ้น โดยนักเดินทาง/นักท่องเที่ยว จะมีการวางแผนเตรียมการมากขึ้น และเป็นทริปยาวขึ้นกว่าปกติ

ในขณะที่การเดินทางเพื่อธุรกิจ (Business Travel) ฟื้นตัวได้ช้ากว่า เนื่องจากปัจจุบันมีเทคโนโลยีการประชุมออนไลน์ ทำให้หลายองค์กรพึ่งพาเทคโนโลยีดังกล่าวมากขึ้น และลดการเดินทางลง

  1. หลายประเทศประสบกับปัญหาการว่างงาน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจโรงแรม และหลายคนยังรอโอกาสที่จะกลับมาทำงานในภาคธุรกิจนี้อีกครั้ง
  2. มาตรฐานสุขอนามัย กลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของทุกโรงแรม เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าที่มาพัก และใช้บริการ
  3. จะมีการใช้พื้นที่ Outdoor มากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้คนอยากอยู่ในพื้นที่เปิด ในธรรมชาติ มากกว่าพื้นที่ปิด
  4. การออกแบบการใช้งานพื้นที่ภายในโรงแรม ต้องมีความยืดหยุ่น เพื่อพร้อมต่อการปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น ในช่วง COVID-19 โรงแรม The Standard ปรับพื้นที่จัดอีเว้นท์ เป็นล็อบบี้ และในส่วนไนต์คลับ เปลี่ยนเป็นร้านอาหาร
The Standard Hua Hin_The Juice Cafe
The Standard Hua Hin เตรียมเปิดในเดือนธันวาคม 2564

 

เดินหน้าลุยตลาดไทย เตรียมเปิด The Standard หัวหินปี ’64 และตึกมหานครปี ’65 – ตั้งเป้าระยะยาวขยาย 35 แห่งทั่วโลกใน 5 ปีข้างหน้า

ปัจจุบันในเครือ Standard International มีโรงแรมในเครือ 3 แบรนด์หลักคือ The Standard, Bunkhouse และ The Peri Hotel

เฉพาะแบรนด์ The Standard ซึ่งเป็นแบรนด์หลักของกรุ๊ป มีโรงแรม 7 แห่ง ห้องพัก 1,297 ห้อง ห้องอาหาร และบาร์กว่า 28 แห่ง พนักงานกว่า 1,500 คน โดยเป็นผู้นำบูทีคโฮเทล (Boutique Hotel) ในตลาดสหรัฐฯ ลอนดอน และมัลดีฟส์

แผนการขยายโรงแรม The Standard เตรียมเปิดอีก 9 แห่งใน 8 ประเทศ รวม 1,828 ห้อง คือ

– หัวหิน “The Standard Hua Hin” เปิดให้บริการเดือนธันวาคม ปี 2564 จะเป็นรีสอร์ทริมทะเลแห่งแรกของ The Standard ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

– กรุงเทพฯ “The Standard Bangkok Mahanakorn” ที่ตึกมหานคร เปิดให้บริการปี 2565 เป็น Flagship Hotel ของ The Standard ในเอเชีย

– อิบิซ่า ประเทศสเปน เปิดให้บริการปี 2565

– สิงคโปร์ เปิดให้บริการปี 2566

– เมลเบิร์น ออสเตรเลีย เปิดให้บริการปี 2566

– ลิสบอน โปรตุเกส เปิดให้บริการ 2566

– บรัสเซลส์ เบลเยียม เปิดให้บริการปี 2568

– ดับลิน ไอร์แลนด์ เปิดให้บริการปี 2568

– ลาสเวกัส สหรัฐฯ เปิดให้บริการปี 2568

The Standard Hotel

ปัจจัยสำคัญที่ Standard International เลือกเปิดโรงแรมในไทย 2 แห่ง เนื่องจาก

  1. แม้ในปี 2563 สถานการณ์ COVID-19 จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางมาไทยเพียง 6.7 ล้านคน ลดลงจากปี 2562 ที่มี 39.8 ล้านคน แต่เชื่อว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวทั่วโลก และมีความต้องการจะกลับมาเที่ยวหลังจากที่อัดอั้น
  2. ด้วยความที่ Brand DNA ของ The Standard คือ การนำเสนอความเป็นศิลปะ แฟชั่น ดนตรี อาหารการกิน Night Life วัฒนธรรม ชุมชน เพราะฉะนั้นจะสังเกตได้ว่าเมืองที่มี The Standard เลือกทำตลาด จะเป็นเมืองที่มีองค์ประกอบเหล่านี้ ซึ่งหลาย

The Standard Hotel The Standard Hotel

อย่างประเทศไทย “กรุงเทพฯ” ก่อนเกิด COVID-19 เป็นเมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก ตามรายงานจากมาสเตอร์การ์ด อีกทั้งมีจุดแข็งตรงที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ครบวงจร ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ความบันเทิง แหล่งช้อปปิ้ง ศูนย์การประชุม ระบบคมนาคม

King Power Mahanakhon
โรงแรม The Standard Bangkok Mahanakorn ตั้งอยู่ในโครงการ King Power Mahanakorn
The Standard Bangkok Mahanakorn_Suite
ห้อง Suite ในโรงแรม The Standard Bangkok Mahanakorn

ในขณะที่ “หัวหิน” เป็นเมืองตากอากาศ และได้รับแรงหนุนจากตลาดในประเทศ โดยก่อนเกิด COVID-19 74% ของนักท่องเที่ยวมาจากในประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ที่นิยมเดินทางมาในช่วงสุดสัปดาห์ จึงทำให้มี Demand ที่พักสูงในคืนวันศุกร์ และวันเสาร์

ประกอบกับการมีโครงการหัวหิน รีชาร์จ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชนท้องถิ่น เพื่อเร่งให้เกิดการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายฉีดวัคซีน 100% ให้บุคลากรด้านการท่องเที่ยว และ 70% ของประชาชนในหัวหินภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยว

The Standard Hua Hin_Presidential Suite
โรงแรม The Standard Hua Hin
The Standard Hua Hin_Bayside Villa Interior
โรงแรม The Standard Hua Hin
  1. แม้ในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ของไทย มีโรงแรมจำนวนมาก โดยเฉพาะเชนใหญ่ระดับโลก แต่ยังมี “ช่องว่าง” ในการขยายธุรกิจ ด้วยการนำเสนอ “ความแตกต่าง” ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ศิลปะ แฟชั่น ดนตรี อาหารการกิน และ Night Life ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์ The Standard

ขณะที่เป้าหมายระยะยาว Standard International มีแผนขยายจำนวนโรงแรมในเครือเป็น 35 แห่งทั่วโลกใน 5 ปีข้างหน้า

“เราไม่ได้เป็นโรงแรมที่มีการรีโนเวททุกๆ 7 ปีเหมือนที่อื่น แต่ทุกครั้งที่ลูกค้ากลับมาใช้บริการ จะได้เจอเซอร์ไพรส์อยู่เรื่อยๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมแบรนด์ The Standard ถึงต้องกลับหัว”​

The Standard Hua Hin_Pool
The Standard Hua Hin
The Standard Bangkok Mahanakorn_Swimming Pool
The Standard Bangkok Mahanakorn