ศูนย์ต้านภัยโควิด 19 รฟท. ควง ต้องรอด Up For Thai ไฮสปีดสามสนามบิน และ ทรู ลุยแจกอาหารปรุงสุกจาก “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” ชุมชนริมคลองลาดพร้าว ต่อเนื่อง [PR]

โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” เพื่อมอบอาหารปรุงสุกสะอาดพร้อมรับประทาน 2,000,000 กล่อง แก่ประชาชน 40 จุดทั่วกรุงเทพฯ จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ และพันธมิตร มูลนิธิ กลุ่มจิตอาสา ภาคประชาสังคม และองค์กรเอกชน กว่า 100 องค์กร ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบินนำโดยศูนย์ต้านภัยโควิด 19 รฟท. และจิตอาสา 904 การรถไฟแห่งประเทศไทย งานพัฒนาชุมชนสำนักงานเขตลาดพร้าว จิตอาสาโครงการต้องรอด โดยกลุ่มอัพ ฟอร์ ไทย (Up for Thai) ซึ่งเป็นทีมจิตอาสาหลักประจำจุดแจกชุมชนลาดพร้าว ณ วัดลาดพร้าว ชวนผู้บริหารบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าว ร่วมมอบอาหารปรุงสุก สะอาด หน้ากากอนามัยซีพี และกาแฟจากทรูคอฟฟี่ ให้แก่ชุมชนริมคลองบางซื่อ ลาดพร้าว 45 ชุมชนริมคลองบางซื่อ ลาดพร้าว 34 ชุมชนลาดพร้าว 80 ชุมชนริมคลองบางซื่อ ลาดพร้าว 46 และชุมชนริมคลองบางซื่อ ลาดพร้าว 42-44 ที่กำลังเดือดร้อน โดยมี แวร์ โซว ดาราสาวชื่อดังร่วมลงพื้นที่ปันอิ่ม และปันกำลังใจให้แก่ประชาชนในชุมชนด้วย

- Advertisement -

นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้าน Strategic Content & Public Affairs บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของหนึ่งในบริษัทกลุ่มธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมแรงร่วมใจกับพันธมิตรทุกองค์กร ระดมกำลังมาร่วมโครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” นี้ โดยโครงการนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือและส่งต่อกำลังใจไปสู่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งมีทั้งผู้ที่ขาดรายได้ ว่างงาน กลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่ต้องแยกกักตัวดูอาการ และผู้ที่รักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) โดยชุมชนลาดพร้าวนั้น เป็น 1 ใน 6 จุดแจกอาหารที่กลุ่มทรู ดูแลรับผิดชอบ ผมจึงอยากขอแสดงความชื่นชม และขอบคุณทีมงานทุกภาคส่วนทั้งสำนักงานเขตลาดพร้าว กลุ่มต้องรอด up for Thai ศูนย์ต้านภัยโควิด 19 รฟท. และจิตอาสา 904 การรถไฟแห่งประเทศไทย และ คุณ แวร์ โซว ที่ได้ให้ความร่วมมือกับ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดูแลจุดแจกชุมชนลาดพร้าวในขณะนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการครัวปันอิ่ม จะมีส่วนร่วมบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องชาวไทยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เติมพลังกาย และเสริมพลังใจ ให้ทุกคนก้าวฝ่าวิกฤตโควิด 19 ครั้งนี้ไปด้วยกันโดยเร็ว”

ด้านนายภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ และหัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท รถไฟความเร็วสูง สายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด กล่าวว่า “โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” ตั้งใจจะส่งมอบอาหารปรุงสุกทั้งหมด 2 ล้านกล่องให้แก่ชุมชนต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดยนอกจากจะนำอาหารปรุงสุกสะอาดจาก ซีพีเอฟ (CPF) มอบให้กับประชาชนแล้วเรายังช่วยสนับสนุนร้านค้าขนาดเล็กในพื้นที่ให้มีรายได้ โดยทำการอุดหนุนอาหารจากร้านค้ารายย่อยที่กระจายอยู่ในชุมชนต่าง ๆ กว่า 560 ร้าน เพื่อนำมาสมทบกับอาหารจาก ซีพีเอฟ รวมเป็นจุดละประมาณ 1,000 กล่องต่อวันแจกจ่ายไปยัง 40 จุดทั่วกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง และสำหรับจุดแจกในเขตลาดพร้าวแห่งนี้เราได้รวมพลังกับสำนักงานเขตลาดพร้าว กลุ่มต้องรอด up for Thai และ จิตอาสา 904 การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการแจกจ่ายอาหารให้แก่พี่น้องประชาชนในเขตลาดพร้าวเพื่อกระจายไปยังชุมชนในเขตลาดพร้าวกว่า 42 ชุมชนมาแล้วเป็นระยะเวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว และคาดว่าเราจะมอบต่อไปจนครบ 2,000,000 กล่องช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ โดยนอกจากอาหารปรุงสุก เรายังมีการนำหน้ากากอนามัยซีพี กาแฟจาก True Coffee มาแจกจ่ายไปยังชุมชนทุกวัน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของที่เราได้นำมาช่วยเหลือชุมชนลาดพร้าวในวันนี้จะเป็นเสมือนตัวแทนความห่วงใย และเป็นกำลังใจให้ทุกคนสามารถฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน”

นาง สุภาพร ศรีศาสนวงศ์ ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว กล่าวว่า “ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนในเขตลาดพร้าว ขอขอบคุณ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัทในเครือที่ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือดูแลประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เป็นสื่อกลางชวนจิตอาสาไม่ว่าจะเป็นศูนย์ต้านภัยโควิด 19 รฟท. และจิตอาสา 904 การรถไฟแห่งประเทศไทย จิตอาสาโครงการต้องรอด โดยกลุ่มอัพ ฟอร์ ไทย (Up for Thai) มาร่วมกันนำอาหารและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ไปแจกจ่ายถึงมือประชาชนในเขตลาดพร้าวทั้ง 42 ชุมชน ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตเราจะได้มีการร่วมมือกันทำโครงการที่มีประโยชน์ต่อชุมชน และสังคมต่อไป”