วันม็อบบี้เผย SMS มีโอกาสไปต่อ หลังพบสถาบันการเงิน – แบรนด์หันมาส่ง OTP เพิ่มสูง

shutterstock_sms

ตลาด SMS เตรียมกลับสู่ยุครุ่งเรือง? วันม๊อบบี้ (1Moby) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้าน Digital Marketing เปิดเทรนด์สถาบันการเงิน – แบรนด์ต่าง ๆ แห่ใช้ OTP (One Time Password) ยืนยันตัวตนเพิ่มขึ้น เตรียมดันเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเจาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าโซเชียลสร้างยอดขายสู้พ่อค้าต่างชาติ 

- Advertisement -

จากที่ก่อนหน้านี้ ในแวดวงสื่อสาร – โทรคมนาคมเคยมีความกังวลว่าบริการข้อความสั้น หรือ SMS อาจไม่ได้ไปต่อ เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีต่างพัฒนาแพลตฟอร์มส่งข้อความที่ไม่มีค่าใช้จ่ายออกมามากมายเต็มไปหมด แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าตลาด SMS จะพบช่องทางการเติบโตที่เหมาะสมกับตนเองได้แล้ว โดยคุณธารินทร์ จงประเจิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท วันม๊อบบี้ จำกัด ผู้ให้บริการ SMS Gateway ในชื่อ ThaiBulkSms ออกมาเปิดเผยว่า สถาบันการเงิน และแบรนด์ต่าง ๆ มีการใช้งาน SMS เพิ่มขึ้น โดยรูปแบบที่วันม๊อบบี้พบว่ามีการใช้ SMS ส่งหาลูกค้ามากที่สุด แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • ส่ง OTP สำหรับใช้ยืนยันตัวตน
  • ส่งโปรโมชัน ฯลฯ (สำหรับแบรนด์ที่ต้องการทำ CRM กับลูกค้า)
  • ใช้เพื่อส่ง Notification แจ้งเตือนเรื่องสำคัญต่าง ๆ 
คุณธารินทร์ จงประเจิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท วันม๊อบบี้ จำกัด
คุณธารินทร์ จงประเจิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท วันม๊อบบี้ จำกัด

สาเหตุที่แบรนด์กลับมาใช้งาน SMS เพิ่มขึ้นแทนที่จะเป็นการส่งข้อความผ่านช่องทางอื่น ๆ นั้น คุณธารินทร์เผยว่า ส่วนหนึ่งมาจากความสามารถของ SMS ที่ส่งถึงเบอร์โทรศัพท์นั้น ๆ ได้แน่นอน ต่างจากการส่งข้อความในช่องทางอื่นที่อาจต้องอาศัยสัญญาณอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการ ซึ่งหากพื้นที่ใดสัญญาณอินเทอร์เน็ตมีปัญหา ก็อาจเกิดการดีเลย์ หรือส่งไม่ถึงมือผู้รับได้

ทั้งนี้ ข้อมูลจากทางวันม๊อบบี้ระบุด้วยว่า มีลูกค้าระดับองค์กรใช้บริการส่งข้อความของบริษัทอยู่ที่ 30 – 40 ล้านข้อความต่อเดือน และในปีนี้ตั้งเป้าว่าบริการดังกล่าวจะมีการเติบโตขึ้นราว 60% เลยทีเดียว โดยปัจจุบัน รายได้จากบริการส่ง SMS นี้มีสัดส่วนอยู่ที่ 70% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท

พัฒนาเครื่องมือช่วยพ่อค้าออนไลน์เพิ่ม

นอกจากโซลูชันด้าน SMS แล้ว ทางวันม๊อบบี้ยังได้มองเห็นอีกหนึ่งปัญหาของตลาดดิจิทัลไทย นั่นคือ พ่อค้าแม่ค้าบนโลกโซเชียลที่ขายของเก่งแต่ยังขาดเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ลูกค้า ทำให้ไม่เข้าใจลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงไม่เข้าใจว่า การซื้อโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ด้วยเงินจำนวนมากนั้น มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่

“เราพบว่า บริษัทต่าง ๆ เริ่มหันมาทำธุรกิจอยู่บนดิจิทัลมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ Data ที่บริษัทต้องจัดเก็บมีความหลากหลายมากขึ้น เช่น อาจมาจากหลายที่ทั้งจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada, Shopee หรือ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook, LINE ซึ่งถ้าไม่มีการจัดการที่ดี พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จะไม่รู้จักลูกค้าที่แท้จริง และไม่สามารถวัดผลการลงโฆษณาว่ามีประสิทธิภาพจริงหรือไม่”

shutterstock_ecommerce social commerce online shopping

ทางวันม๊อบบี้จึงได้พัฒนาบริการจัดเก็บข้อมูลจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ พร้อมดึงมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ของไทยสามารถทราบได้ว่า ลูกค้าที่คลิกเข้ามาซื้อสินค้านั้น มาจากช่องทางใด หรือมาจากการคลิกโฆษณาตัวใด

นอกจากนั้น ทางบริษัทยังเผยว่า ภายในสิ้นปีจะพัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เพิ่มเติม นั่นคือโซลูชันด้าน CRM เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ – ภาคธุรกิจสามารถนำไปใช้บริหารจัดการลูกค้าของตนเองได้มากขึ้น (เช่น สะสมแต้ม) และโซลูชันด้าน Multi-Touchpoint Management สำหรับจัดการ Touchpoint ต่าง ๆ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทราบว่า ลูกค้าที่ทักแบรนด์เข้ามานั้น มีการพูดคุยกับแอดมินอย่างไร และจบบทสนทนาที่ตรงไหน โดยรองรับทั้งบทสนทนาทาง LINE, Messenger และโทรศัพท์

ทั้งนี้ จากการมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ทางบริษัทได้ตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้เอาไว้ที่ 40 – 60% เลยทีเดียว

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand