Ready to fish…ธุรกิจกับการจับปลายุค 2021 [PR]

สิ้นสุดปี 2020 อย่างเป็นทางการ เชื่อว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ไม่ง่ายเลยสำหรับใครหลายๆคน เพราะการระบาดครั้งใหญ่ของโรคโควิด 19 ได้สร้างบาดแผลและผลกระทบให้ทุกธุรกิจอย่างถ้วนหน้าไม่มากก็น้อย เนื่องในโอกาสเริ่มต้นปีใหม่ Head100 ในฐานะนักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ ขอส่งต่อแรงบันดาลใจ ให้ธุรกิจพร้อมรับมือกับปี 2021 ผ่านเรื่องราวภาคต่อของปลา แต่ในครั้งนี้เป็นการสอนจับปลาฉบับยุค 2021 เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

- Advertisement -

หากจะเปรียบให้เห็นภาพง่ายๆ การประกอบธุรกิจจริงๆแล้วก็เหมือนกับการจับปลา ว่ากันว่าการทำธุรกิจสมัยก่อน ถึงเส้นทางจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่หากเปรียบกับสถานการณ์ยุคปัจจุบันต้องบอกว่า เมื่อก่อนอะไรก็เป็นใจ ดูง่ายไปซะหมด ง่าย…เหมือนมีปลาต่อคิวมาให้จับ ง่าย…เหมือนปลาเต็มใจกระโดดใส่มือ ทั้งๆที่ไม่ตั้งใจจะจับ

แน่นอนว่าในปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นชัดๆว่า ภาพที่เห็นก่อนหน้านั้นเหมือนเป็นเพียงโฆษณาขายฝัน เพราะในความเป็นจริงคำว่า ‘ง่าย’ แทบจะถูกลบออกไปจากพจนานุกรมฉบับ 2020 ด้วยซ้ำ ปีนี้มีหลายเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและธุรกิจแบบเต็มๆ ชนิดที่ใครหลายคนไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากนี้การจับปลาจะไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะเมื่อปลาไม่มาต่อแถวหรือกระโดดเข้าใส่เหมือนก่อนแล้ว สิ่งที่ต้องทำในปี 2021 คือการเตรียมพร้อมและเดินหน้าหาปลาเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด

ก่อนออกเรือต้องตั้งสติ แผนสำคัญ 50% ลงมือทำสำคัญ 50%

ในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้ การออกเรือจับปลาทันทีโดยไม่มีแผนหรือเป้าหมายที่ชัดเจน เหมือนเป็นการก้าวขา 1 ข้างสู่ความล้มเหลว เพราะแน่นอนว่าความเสี่ยงในสถานการณ์เช่นนี้มักสูงกว่าในช่วงเวลาปกติ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการใช้เวลากับขั้นตอนการวางแผนอย่างละเอียดและรอบคอบ จะไปจับปลาที่ไหน ด้วยวิธีอะไร และเราต้องการปลาชนิดไหนเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะจุดเริ่มต้นจะเป็นการกำหนดทิศทางที่สำคัญให้กับธุรกิจในระยะยาว และแน่นอนว่า ถ้าแผนดี…ยังไงก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

อีก 50% ที่จะเข้ามาเติมเต็มความสำเร็จคือการลงมือทำ เพราะต่อให้แผนที่ตั้งใจวาดฝันไว้ จะสวยหรูและมีโอกาสสำเร็จแค่ไหน แต่หากไม่ลงมือทำ สุดท้ายแผนที่วางไว้จะกลายเป็นแค่กระดาษแผ่นหนึ่งที่ไร้ค่า ดังนั้นหากเราพร้อมและมั่นใจกับสิ่งที่คิดแล้ว ให้รีบลงมือทำทันทีอย่ารอช้า เพราะทุกวินาทีมีความหมายกับธุรกิจเสมอ

เรือที่ดีประกอบด้วยอะไร…สำคัญคือคนต้องใช่ และเรือต้องไว

สิ่งสุดท้ายที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนออกเดินทางไปจับปลาคือเรือที่ดี เพราะเรือที่เราใช้จะเป็นใบเบิกทางสู่ความสำเร็จของธุรกิจ โดยเรือที่ดีนั้นประกอบไปด้วย…

คนต้องใช่ เพราะเพื่อนร่วมเดินทางนั้นเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ เราต้องเลือกคนที่โดน พร้อมสกิลที่อยากได้ (Team skill) มองเห็นเป้าหมายเดียวกัน พร้อมที่จะเดินหน้าอย่างเต็มที่ไปด้วยกัน และมีความสามารถพาเรือของเราไปสู่จุดหมายที่หวังไว้ได้ และอีกสิ่งที่ต้องเข้าใจคือเราไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดทุกเรื่อง แต่เราต้องเลือกพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่เหมาะสมที่สุด (Right partnership)  มาช่วยเติมเต็มในสิ่งที่เราขาด พร้อมพากันติดสปีดไปได้ไกลแบบก้าวกระโดด

เรือต้องไว อีกองค์ประกอบที่สำคัญไม่แพ้กันคือความเร็วของเรือ เรือที่เราใช้เปรียบได้กับการดำเนินงานของธุรกิจ สถานการณ์แบบนี้เรือที่ดีต้องแล่นได้เร็ว (Speed) แต่จะแค่แล่นฉิวอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องปรับเปลี่ยนได้เร็วอีกด้วย (Agility) เนื่องจากความแน่นอนเดียวในช่วงเวลานี้คือความไม่แน่นอน ภาพฝันที่เคยวาดไว้อาจต้องเปลี่ยนกะทันหันในพริบตา ดังนั้นกลยุทธ์ของเราต้องปรับเปลี่ยนได้ทันเหตุการณ์ เหมือนเรือที่พร้อมปรับเปลี่ยนทิศทางเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้เสมอ

จะเดินทางไปทางไหน Data มีค่า

เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม และเรือพร้อม ก็ถึงเวลาสำหรับการออกเดินทางหาปลาที่ต้องการสักที แต่จะออกเรือไปทางไหน และไปอย่างไรนั้น การมีตัวช่วยนำทางที่สำคัญอย่างข้อมูล (Data & insight) ช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นเยอะ…ในยุคที่เทคโนโลยีเฟื่องฟูเช่นนี้ ข้อมูลที่ดีนั้นกระจายอยู่ทั่วทุกที่ เชื่อว่าหลายองค์กรเองก็มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์อยู่เต็มมือ ไม่ว่าจะด้วยการเก็บข้อมูลลูกค้า หรือการสังเกตจากพฤติกรรม สิ่งสำคัญคือเราต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เป็น เพราะข้อมูลดีอย่างเดียวไม่พอ เราต้องเลือกวิเคราะห์เพื่อต่อยอดเป็นกลยุทธ์ให้ได้

ลองแล้วล้มเป็นเรื่องปกติ ต้อง test-learn-run

หากเริ่มลงมือจับปลาแล้วผลไม่เป็นอย่างที่หวัง ให้เข้าใจเสมอว่าโลกความจริงไม่ง่ายอย่างที่คิด ทุกครั้งที่เราลงมือทำย่อมมีทั้งโอกาสประสบความสำเร็จและโอกาสที่จะล้มไม่เป็นท่า สิ่งสำคัญคือทุกครั้งที่ล้มเราต้องลุกให้ได้แข็งแกร่งกว่าเดิม โดยเรียนรู้จากทุกข้อผิดพลาดที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ตรงจุด และนำแผนมาปรับให้การลงมือครั้งต่อไปมีโอกาสผิดพลาดน้อยที่สุด

ลูกค้าอยู่ทุกที่ ต้องเข้าถึงแบบ O2O

จำไว้เสมอว่าที่ไหนมีแม่น้ำ ที่นั่นย่อมมีปลา …ไม่ว่าจะเป็นน้ำจืดหรือน้ำเค็ม ไม่ว่าจะอยู่เหนือผิวน้ำ แถบปะการัง หรือแม้กระทั่งใต้โขดหิน ถ้ามีพื้นที่พอให้แหวกว่ายได้ แน่นอนว่าที่นั่นมีโอกาสเสมอ เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ โอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้านั้นมีอยู่ไม่สิ้นสุด ด้วยพลังของเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกันได้ใกล้ชิดกว่าที่เคย ดังนั้นการมีตัวตนทุกช่องทางแบบ O2O (Online to Offline) ถือเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างครอบคลุม

แม่น้ำต้องมีหลายสาย กระจายความเสี่ยง กระจายแหล่งรายได้

สุดท้ายนี้ สิ่งที่เราย้ำอยู่ตลอดคือหนทางข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง ไม่ว่าธุรกิจทุกวันนี้จะเป็นอย่างไร ประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ต้องไม่ลืม ‘กระจายความเสี่ยง กระจายแหล่งรายได้’ ให้เหมาะสมเสมอ เพราะการมีหลายแหล่งรายได้ (Revenue stream) นอกจากจะช่วยต่อยอดโอกาสให้เติบโตได้ต่อไปแล้ว วันใดหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงกระทบต่อแม่น้ำสายไหน จะได้ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงให้ธุรกิจไม่หยุดชะงัก ไม่เจ็บหนักเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งการต่อยอดนี้สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการบุกตลาดออนไลน์ การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆที่ตอบโจทย์ตลาด การปั้นแบรนด์ให้แข็งแรง การขยายสู่ช่องทางใหม่ๆ หรือแม้แต่การขยายกิจการสู่ตลาดต่างประเทศ เป็นต้น

ปี 2020 ที่ผ่านมาทิ้งบทเรียนราคาแพงให้กับทุกธุรกิจว่า สิ่งที่อยู่คู่กับความเป็นจริงเสมอคือความไม่แน่นอน ดังนั้นทุกธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ จะอยู่ในอุตสาหกรรมประเภทใด หรือแข็งแรงแค่ไหนก็ตาม ต้องมีแนวทางการทำธุรกิจที่ชัดเจน และมีแผนเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนเหล่านี้เสมอ เช่นเดียวกับการจับปลา  ในเมื่อสถานการณ์ปัจจุบันไม่ง่ายเหมือนก่อน ถ้าอยากอยู่รอดและเติบโตเราต้องมุ่งหน้าหาปลาเอง เพื่อพร้อมรับมือกับปี 2021 ที่จะมาถึง

ติดตามเรื่องราวของแบรนด์ต่างๆที่จะช่วยเติมแรงบันดาลใจให้ธุรกิจได้ที่www.head100company.com และพูดคุยกันผ่านทาง hello@head100company.com.