ถอดกลยุทธ์ “กรุงศรี ออโต้” ดัน Go Application ขยายฐานลูกค้าใหม่ จากสินเชื่อรถ สู่ไลฟ์สไตล์คนใช้รถ

ถึงแม้ว่าปัจจุบัน “กรุงศรี ออโต้” จะเป็น 1 ใน 4 ของผู้นำสินเชื่อยานยนต์ของไทย โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้า 1.8 ล้านราย แต่ถ้าดูจากตัวเลขผู้ใช้รถยนต์ทั้งระบบที่มีกว่า 17 ล้านราย และรถจักรยานยนต์ 21 ล้านราย ต้องบอกว่า กรุงศรี ออโต้ ยังมีโอกาสขยายฐานลูกค้าได้อีกมาก แต่การจะขยายฐานลูกค้าใหม่ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดที่รุนแรง และมีผู้ท้าชิงในตลาดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้กรุงศรี ออโต้ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม เพราะคงจะทำเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว

- Advertisement -

สินเชื่อรถ หมดยุคแข่งดอกเบี้ย

เดิมทีภาพการแข่งขันของธุรกิจสินเชื่อรถต่างใช้ดอกเบี้ยมาเป็นตัวแข่งขัน เพื่อจูงใจลูกค้าให้มาใช้บริการแบรนด์ของตัวเองมากที่สุด แต่เมื่อสภาพตลาดรถยนต์ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ดีเหมือนเมื่อก่อน ยิ่งต้องมาเจอกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้ตลาดซบเซาลงไปอีก หากดูจากภาพรวมตลาดรถยนต์ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 มียอดขายรวม 534,765คัน ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดเช่าซื้อรถย่อมหดตัวลงตามไปด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเจาะลึกลงมาดูพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์การเช่าซื้อรถของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เริ่มหันมาทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ผู้ใช้รถรุ่นใหม่ใช้ช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น ก็ยิ่งส่งผลให้ กรุงศรี ออโต้ ต้องวางแผนกลยุทธ์ใหม่ โดยต้องให้น้ำหนักกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากขึ้น

“เราไม่จำเป็นต้องใช้ดอกเบี้ยมาเป็นตัวแข่งขัน เพราะถ้าแข่งกันด้วยดอกเบี้ยคงไม่ยั่งยืน เราต้องนำจุดแข็งในด้านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ครอบคลุมตอบโจทย์ทุกเซ็กเม้นต์มาแข่ง รวมถึงต้องเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าผู้ใช้รถให้มากขึ้น จะมองแค่การให้บริการสินเชื่อรถหรือลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อรถเพียงอย่างเดียวไม่ได้” นี่คือคำพูดของ คุณกฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ถึงกลยุทธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนับจากนี้ไปของกรุงศรี ออโต้

คุณกฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กับการผุด Go Application เจาะไลฟ์สไตล์คนใช้รถ

ต้องบอกว่า ช่องทางและนวัตกรรมสินเชื่อออนไลน์ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ กรุงศรี ออโต้ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมากรุงศรี ออโต้ มีการพัฒนานวัตกรรมและบริการใหม่ๆ ผ่านช่องทางดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น พร้อมสตาร์ท ซึ่งเป็นสินเชื่อยานยนต์ดิจิทัลบนคลาวด์ที่ให้ลูกค้าสามารถเช็กวงเงินประเมินสินเชื่อเบื้องต้นด้วยตนเองผ่านโมบายเว็บก่อนทำการซื้อรถได้อย่างรวดเร็ว และ Car4Cash Delivery บริการขอสินเชื่อบนมือถือ รู้ผลเร็วภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้รถอย่างลึกซึ้ง แต่ยังสามารถสร้างยอดสินเชื่อใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น ทำให้ปีนี้ กรุงศรี ออโต้ จึงต่อยอดความสำเร็จของการใช้ดิจิทัลสู่การพัฒนา Go Application ที่หวังจะให้เป็นแอปที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถทุกคน

“Go Application จะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เราเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถที่ไม่ใช่แค่การให้บริการสินเชื่อ แต่รวมไปถึงคนทั่วไปที่มีรถที่ยังไม่เป็นลูกค้าของเราด้วย”

ผุด Go Application เจาะไลฟ์สไตล์ ขยายฐานคนใช้รถ

แม้ปัจจุบันจะมีแอปพลิเคชั่นรถยนต์ให้บริการในตลาดเป็นจำนวนมาก แต่คุณกฤติยา บอกว่า Go Application แตกต่างจากแอปพลิเคชั่นรถยนต์ทั่วไปอย่างแน่นอน โดยวางจุดยืนเป็น Auto Lifestyle แพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์มากกว่าการให้ข้อมูลด้านสินเชื่อ แต่จะรวมบริการหลากหลายเพื่อไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถไว้ในแอปเดียว รวมถึงเชื่อมโยงกับ 3 ผลิตภัณฑ์ดิจิทัลของกรุงศรีออโต้ด้วย

โดยเบื้องต้น Go Application จะมีทั้งหมด 4 ฟีเจอร์ 5 บริการ ซึ่งมาจาก Insight ที่ผู้ใช้รถต้องการจากการเก็บข้อมูลของกรุงศรี ออโต้ คือ ราคาน้ำมัน บริการสินเชื่อ บริการประกันภัย บริการบำรุงรักษารถ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทำให้เมื่อผนวกกับการเป็น Auto Lifestyle คุณกฤติยาจึงเชื่อมั่นว่า Go Application จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถรุ่นใหม่ และช่วยต่อยอดให้กรุงศรี ออโต้ ขยายฐานลูกค้า พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น

“ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลลูกค้า เพื่อให้เห็นพฤติกรรมผู้ใช้รถและนำดาต้าเหล่านี้มาพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้รถยิ่งขึ้น เพราะเราเพิ่งเข้ามาทำไลฟ์สไตล์ แต่เชื่อว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นแน่นอน ซึ่งฐานลูกค้าใหม่จะมีความหลากหลายทั้งกลุ่มลูกค้าธรรมดาและลูกค้าดิจิทัล”

เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้เป้าหมายในช่วงแรกของกรุงศรี ออโต้ จึงต้องการกระตุ้นผู้ใช้รถให้เข้ามาใช้ Go Application ก่อน ซึ่งตั้งแต่นำร่องให้บริการในเดือนเมษายน ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลด 300,000 ครั้ง โดยตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะมียอดดาวน์โหลดเพิ่มเป็น 500,000 ครั้ง และภายในปี 2564 จะมียอดดาวน์โหลด 1 ล้านครั้ง จากผู้ใช้รถยนต์ทั้งระบบที่มีกว่า 17 ล้านราย

ขณะที่เป้าหมายระยะยาว นอกจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ มากขึ้นแล้ว คุณกฤติยา ยังหวังจะให้ Go Application เป็นอีโคซิสเต็มที่เชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์สไตล์ผู้ขับขี่ และกลายเป็น App ที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องมี