รีสอร์ทรักษ์โลก : ‘ความยั่งยืน’ ที่ซ่อนอยู่ทุกพื้นที่ ‘สันติบุรี สมุย’

สมุย (Samui) เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากภูเก็ต และเกาะช้าง ที่ผ่านมาเกาะสมุยมีชื่อเสียงในการเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานตากอากาศชั้นนำของโลกที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาพักปีละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน

- Advertisement -

สันติบุรี เกาะสมุย (Santiburi Koh Samui) รีสอร์ท Luxury ระดับ 5 ดาว ในเครือบริษัท สิงห์ เอสเตท (Singha Estate) ที่อยู่คู่เกาะสมุยมาเกือบ 30 ปี ด้วยความตระหนักในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน บนพื้นที่ 134 ไร่  สันติบุรี จึงมุ่งมั่นดูแลสภาพแวดล้อมในพื้นที่ของรีสอร์ทที่ทอดยาวไปตามชายหาดฝั่งทะเลอ่าวไทย 300 เมตร รักษาพื้นที่สีเขียว ที่มีทั้งสวนขนาดใหญ่กว่า 50 ไร่ และมีต้นมะพร้าวราว 1,000 ต้น โดยมีที่พักแทรกตัวอยู่ตามต้นไม้และทิวมะพร้าวอย่างกลมกลืน และทุกอณูของรีสอร์ทใส่ใจธรรมชาติ ทำให้ได้รับการรับรองจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ภายใต้สำนักงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้เป็นโรงแรมสีเขียวประจำปี 2563

จากพื้นที่สีเขียวที่เกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ของโรงแรม และการบริหารจัดการโรงแรมและรีสอร์ทให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ จึงสามารถช่วยลดปริมาณคาร์บอนในอากาศ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของเครื่องจักร อุปกรณ์ และของเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการให้บริการของโรงแรมที่มีน้อยอยู่แล้วให้กลายเป็นศูนย์ เป็นการสร้างกรีน คาร์บอนตามธรรมชาติ รวมไปถึงการลดปริมาณการใช้ขยะพลาสติกโดยใช้วัสดุจากธรรมชาติทดแทน รวมไปถึงการใช้พลังงานทดแทนต่างๆ จนได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ในช่วงปลายปี 2562 เป็นเครื่องการันตี

การรักษาสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกับชุมชน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สันติบุรี เกาะสมุยยึดมั่นมาโดยตลอดของการดำเนินธุรกิจ ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี โดยพนักงานราว 250 คน ส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชนบนเกาะสมุย ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น แม้รีสอร์ทจะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป เนื่องจากไม่สามารถเดินทางมาได้ แต่ไม่มีการให้พนักงานออกแม้แต่คนเดียว พนักงานทุกคนยังคงทำหน้าที่ส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าเหมือนเดิม ผ่านวิถีชุมชนและการรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ตามธรรมชาติ

ความสุข หรือ Happiness เป็น DNA ของพนักงานทุกคนที่สันติบุรี เกาะสมุย สะท้อนผ่านการรีวิวจากลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าของรีสอร์ท จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปเป็นหลัก และหลังการปิดประเทศเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลับกลายเป็นลูกค้า 95% ของรีสอร์ทเป็นคนไทย ที่ยังคงได้รับ “ความสุข” จากการเข้าพักที่สันติบุรี และเป็นสิ่งสำคัญที่พนักงานมอบให้กับลูกค้าทุกคน ผ่านโปรแกรม Len หรือ เล่น ในภาษาไทย ที่หมายถึงความสนุก ผ่านกิจกรรมต่างๆ ตามแบบวิถีชุมชน ที่มุ่งอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โปรแกรม ‘เล่น’ (Len) ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดของสันติบุรี ที่โปรโมทออกมาในช่วงกลางปี 2562 ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกเพศทุกวัยให้สามารถใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินตลอดการเข้าพักที่สันติบุรี โดยมีกิจกรรม 5 ประเภท ได้แก่ ผจญภัย (Adventure) ผ่อนคลาย (Relax) โรแมนติก (Romance) วัฒนธรรม (Culture) และครอบครัว (Family) ที่จะแฝงอยู่ใน 3 องค์ประกอบของการให้บริการ ได้แก่ สปา กิจกรรม และอาหาร ถือเป็นประสบการณ์ที่สร้างความสุขครบวงจรให้กับทุกคนในครอบครัว

กิจกรรมต่างๆ ของสันติบุรี ยึดแนวทางรักษ์โลก และยึดมั่นในวิถีชุมชน และใช้ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นเป็นหลัก เป็นการพึ่งพาระหว่างคนและธรรมชาติ เช่น สปา จะใช้องค์ประกอบต่างๆ ของมะพร้าวสมุยเข้ามาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน การอนุรักษ์ธรรมชาติ อย่างป่าชายเลน และหญ้าทะเล ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งในการสร้าง บลู คาร์บอน (Blue Carbon) ให้กับท้องทะเล นอกเหนือจากการสร้างกรีน คาร์บอนบนบก (Green Carbon)  รวมไปถึงการใช้วัตถุดิบที่หาได้จากท้องทะเลอ่าวไทยมารังสรรค์เป็นเมนูระดับ 5 ดาว ไว้รับรองแขกผู้เข้าพักให้ได้ลิ้มลองรสชาติ ความสดใหม่ ที่สะอาดและปลอดภัย ถือเป็นความสุขอย่างยั่งยืนที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ในทุกมิติ

 

สำหรับช่วงนี้ สันติบุรี ยังได้จัดแคมเปญพิเศษให้กับลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศด้วยแคมเปญ “One Plus One” หรือ ซื้อ 1 แถม 1 ทั้งห้องพัก การบริการ และกิจกรรมต่างๆ เช่น พัก 1 คืน ฟรี 1 คืน สปา ทรีทเมนท์ 1 คอร์ส รับฟรีอีก 1 คอร์ส รับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่โรงแรม สั่ง 1 อย่าง รับฟรีอีก 1 อย่าง รวมทั้งบริการรถรับ-ส่งจากสนามบิน 1 เที่ยว รับฟรีอีก 1 เที่ยว ในราคาเริ่มต้น 6,507 บาท แถมยังได้สิทธิลด 40% ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2563

สำหรับสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ซึ่งยังไม่รู้จะจบลงเมื่อใด แต่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย รวมถึงธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก จำเป็นต้องปรับตัวและก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เช่นเดียวกับสันติบุรี รีสอร์ท เกาะสมุย ที่มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์แห่งความสุขให้ลูกค้า โดยเฉพาะให้เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าคนไทยได้สัมผัสความสุขแบบยังยืนที่เอื้อมถึงได้