“ไฮเออร์” ลุยโมเดลธุรกิจใหม่ ร้านซักผ้าอัจฉริยะ 24 ชั่วโมง “Mr.Hi Smart+ by Haier” ตั้งเป้า 50 สาขา ในปีนี้

หลังจากเผยวิสัยทัศน์ไปเมื่อเดือนกรกฏาคม ปี 2019 ถึงโมเดลธุรกิจ “ร้านซักผ้าอัจฉริยะ” ต่อยอดจากธุรกิจ “ขายเครื่องซักผ้า” ในที่สุดแบรนด์ Haier ( ไฮเออร์) ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว ร้านซักผ้าอัจฉริยะ 24 ชั่วโมง “Mr.Hi Smart+ by Haier” (มิสเตอร์ ไฮ สมาร์ท พลัส บาย ไฮเออร์) สาขาแรกที่ซอยวิภาวดี 16 พร้อมตั้งเป้า 50 สาขาภายในปีนี้

- Advertisement -

สำหรับร้านแห่งแรกนี้ เป็นความร่วมมือของ “ไฮเออร์” กับ บริษัท ดีที นิว เอ็นเนอร์จี้ จำกัด เพื่อรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ และชุมชนใกล้เคียง พร้อมวางแผนเปิดทั้งหมด 50 สาขาภายในปีนี้ผ่านดีลเลอร์ผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและนักลงทุนแฟรนไชส์ และตั้งเป้าขยายสาขาให้ถึง 200 สาขาภายใน 2 ปี ซึ่งในปี 2563 นี้ จะเน้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก แล้วจึงเริ่มขยายไปยังจังหวัดหัวเมืองใหญ่ในปีถัดไป

คุณจาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไฮเออร์ กล่าวว่า “สมาร์ท พลัส บาย ไฮเออร์ คือ ร้านซักผ้า 24 ชั่วโมง ภายใต้คอนเซ็ปต์ 3C ‘Clean, Care, Convenience’ ที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่โดยทำให้การซักผ้าสะดวกและง่ายยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานทั้งหมดผ่านแอปพลิเคชัน Smart Plus ของไฮเออร์”

สำหรับ Mr.Hi Smart+ by Haier สาขาแรกมีพื้นที่ 50 ตารางเมตร ภายในร้านมีบริการเครื่องซักผ้าขนาด 12 กิโลกรัม จำนวน 6 เครื่อง เครื่องอบผ้าขนาด 12 กิโลกรัม จำนวน 6 เครื่อง เครื่องขายน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มจำนวน 1 เครื่อง และระบบกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัยที่ครบครัน รวมงบลงทุนกว่า 3 ล้านบาท

คุณมัทนา มูลจันทร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ดีที นิว เอ็นเนอร์จี้ จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับ บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยอันดับ 1 ของโลก และเป็นพันธมิตรที่ดีมาอย่างยาวนาน โดยทางไฮเออร์ได้พัฒนาเครื่องซักและเครื่องอบผ้าที่ควบคุมการใช้งานด้วยแอปพลิเคชันเต็มรูปแบบ 100% เป็นรายแรกของไทย และมีรูปแบบการชำระค่าบริการผ่านแอปพลิเคชั่นธนาคารต่างๆ แอปพลิเคชัน Smart Plus เติมเงินได้หลายช่องทาง เช่น Prompt Pay, Counter Service, Rabbit Line Pay, TrueMoney Wallet, Alipay, WeChat,บัตรเครดิตและเดบิต เพื่อช่วยลดการสัมผัสกับตัวเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆ นับว่าเป็นการเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมง ในยุค New Normal ได้อย่างสมบูรณ์”