HomePro บุกออนไลน์-อัด 5 อีเว้นท์ รับยุค New Normal มั่นใจยอดขายตามเป้า 69,000 ล้าน

การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ต้องทำงานจากที่บ้าน และส่งผลให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์  ที่พบว่ามีอัตราการใช้บริการที่เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัว เพราะว่าไม่สามารถเดินทางออกไปซื้อสินค้าได้ตามปกติ และร้านค้าทั่วไปก็ไม่เปิดให้บริการ

ไม่เพียงแต่พฤติกรรมการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น  แต่พบว่าสินค้าที่คนไทยสั่งซื้อกันมากขึ้น  ไม่ใช่กลุ่มสินค้าที่เคยซื้อปกติ ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  อย่างเช่น เครื่องสำอาง เสื้อผ้า หรือสินค้าแฟชั่น แต่กลับเป็นสินค้าที่เข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันเมื่ออยู่ภายในบ้าน หรือสินค้าสำหรับกิจกรรมยามว่าง ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเครื่องครัวขนาดเล็ก กลุ่มเครื่องออกกำลังกาย สินค้ากลุ่มการเกษตร สินค้ากลุ่มซ่อมแซมและตกแต่ง เป็นต้น ซึ่งสินค้าต่าง ๆ ดังกล่าวมียอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จนสร้างปรากฎการณ์สินค้าบางรายการขายจนหมดสต็อก

ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ดังกล่าว ได้รับอานิสงส์จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงโฮมโปร ศูนย์จำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์ วัสดุตกแต่ง และของใช้ภายในบ้านครบวงจร เป็นหนึ่งที่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าในช่วงภาวะการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งมียอดการสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

ศิริวรรณ เปี่ยมเศรษฐสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า ในช่วงมาตรการล็อคดาวน์โฮมโปรได้ปิดให้บริการสาขาเป็นการชั่วคราวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเช่นกัน แต่เมื่อเริ่มการผ่อนคลายทางบริษัทฯ ได้คิดแพลตฟอร์มออนไลน์ SHOP4YOU การสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่น Line หรือ โทร 1284 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ที่ไม่สามารถเดินทางมาซื้อสินค้าที่สาขาได้ และเป็นการเสริมช่อง Omni Channel ของบริษัทฯ ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น จากก่อนหน้าที่มีการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ www.homepro.co.th  อยู่แล้ว

“ช่วงเดือนเมษายน ยอดขายออนไลน์ของโฮมโปรเติบโตถึง 500% ทำให้ภาพรวมช่วงครึ่งปีแรกช่องทางออนไลน์เติบโต 350% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา”

สินค้า-โลจิสติกส์ หัวใจความสำเร็จออนไลน์

แม้ว่าการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์จะเติบโตเพิ่มมากขึ้น แต่จากการสำรวจความต้องการของกลุ่มลูกค้า กลับพบว่ามากกว่า 50% ต้องการที่จะเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าที่สาขามากกว่า  ทำให้โฮมโปรยังคงต้องให้ความสำคัญกับการขยายสาขาเพิ่ม แต่มีจำนวนไม่มากเหมือนในอดีตที่เคยขยายสาขาปีละ 8-10 แห่ง ซึ่งช่วงครึ่งปีหลังโฮมโปรเตรียมขยายสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง ที่รังสิต คลอง 4 และสุขสวัสดิ์

ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่างทางออนไลน์ควบคู่ไปด้วย  เพื่อเสริมศักยภาพและทำให้ช่องทาง Omni Channel มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยเตรียมเปิดตัว Mobile App ในวันที่ 1 กันยายน 2563 นี้ เพิ่มเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าให้กับลูกค้ามากขึ้น รวมถึงเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์ให้ได้ตามเป้าหมาย 5% จากปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ​ 3% ของรายได้รวม

ส่วนหัวใจสำคัญของการทำตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จนั้นศิริวรรณ มองว่ามี 2 เรื่องสำคัญ คือ ความหลากหลายของสินค้าและระบบโลจิสติกส์  ซึ่งกลุ่มสินค้าบริษัทฯ พยายามเพิ่มความหลากหลาย ทั้งในเชิง “กว้าง” คือกลุ่มสินค้า และเชิง “ลึก” คือ ประเภทสินค้า รวมถึงการปรับสินค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ที่เข้าสู่ความปกติวิถีใหม่ หรือ New Normal ภายใต้แนวคิด Happy Home Healthy Living ยิ่งอยู่บ้าน ยิ่งรู้ว่าบ้านต้องการอะไร ด้วยการจัดกลุ่มสินค้าสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อตอบโจทย์ความเป็น Total Home Solution  อาทิ

1.ลูกค้าที่ต้องทำงานที่บ้าน (Work from Home) เช่น เฟอร์นิเจอร์, โต๊ะ, เก้าอี้

2.ลูกค้าที่ต้องการความบันเทิงภายในบ้าน (Entertainment Home) เช่น Smart TV.

3.กลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเรียนออนไลน์ (Learning at Home)

4.กลุ่มที่ทำอาหารเอง (Cooking at Home) เช่น หม้อทอด, เครื่องครัว, เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก

5.กลุ่มสินค้าสุขอนามัย (Hygienic) เช่น เครื่องอบจาน, เครื่องซักผ้า, เครื่องอบผ้า, เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องกรองน้ำ

6.สินค้าจำเป็นในการดูแลบ้าน ซ่อมแซม ปรับปรุง และบริการด้าน Home Service การันตีด้วยทีมช่างมืออาชีพ

ส่วนด้านโลจิสติกส์ มีการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าในพื้นที่สาขาตั้งอยู่รัศมี 30 กิโลเมตร เมื่อสั่งซื้อสินค้าครบ 3,000 บาท แต่ในช่วงเกิดภาวะ COVID-19 ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเพียง 500 บาท ก็สามารถได้รับบริการจัดส่งสินค้าได้เช่นกัน โดยบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาระบบการจัดส่งสินค้า ให้มีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการบริการจัดส่งสินค้าภายในวันเดียวกับที่สั่งซื้อสินค้า หรือ SAMEDAY Delivery ให้การช้อปปิ้งเรื่องบ้านเป็นเรื่องง่าย โดยเริ่มทดลองระบบการจัดส่งสินค้าดังกล่าว ภายในงานโฮมโปรเอ็กซ์โป ที่เมืองทองธานีเป็นครั้งแรก

“ปัจจุบันโฮมโปรได้ขยายเวลาการจัดส่งสินค้า จากเดิมจัดส่งภายในเวลา 18.00 น. เป็นจัดส่งภายในเวลา 21.00 น. ต่อไปหากระบบ SAMEDAY Delivery ประสบความสำเร็จ จะนำมาใช้บริการกับการสั่งซื้อสินค้าในสาขาต่าง ๆ ของโฮมโปรต่อไปด้วย”

 

อัด 5 งานอีเวนต์กระตุ้นยอดครึ่งปีหลัง

สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในปีนี้ โฮมโปรวางเป้าหมายรายได้ 69,000 ล้านบาท ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกลดลง 12%  แต่แนวโน้มในครึ่งปีหลังมีทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับแผนการดำเนินธุรกิจ ที่บริษัทฯ เตรียมไว้ เชื่อว่าภาพรวมในปีนี้จะกลับมาฟื้นตัวเป็นปกติ

กลยุทธ์นึงที่โฮมโปร นำมาช่วยกระตุ้นยอดขายและรายได้ คือ การจัดกิจกรรมอีเวนต์ ซึ่งช่วงครึ่งปีหลังมีด้วยกัน 5 งานหลัก ได้แก่ งานโฮมโปร แฟร์ จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเดือนกรกฎาคม, งานโฮมโปรเอ็กซ์โป เมืองทองธานี ช่วงเดือนกรกฎาคม, งานโฮมโปร เอ็กซ์โป จ.เชียงใหม่ งานโฮมโปร เอ็กซ์โป จ.ขอนแก่น และงานโฮมโปร เอ็กซ์โป เมืองทองธานี ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งนอกเหนือจากงานอีเวนต์หลักดังกล่าวแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมภายในสาขา เช่น งานวันครบรอบ การจัดโปรโมชั่นประจำปี และการไปร่วมกับพันธมิตรในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย

ศิริวรรณ เล่าเสริมว่า การจัดงานโฮมโปร แฟร์ จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะลูกค้ารอที่จะซื้อสินค้าภายหลังจากต้องพักตัวอยู่ภายในบ้าน ขณะที่การกลับมาเปิดให้บริการของสาขาในวันแรกที่รัฐบาลประกาศผ่อนคลายล็อคดาวน์  พบว่าลูกค้ามาเข้าแถวเพื่อรอเข้าใช้บริการในสาขาต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีความต้องการซื้อสินค้าอย่างมาก เพราะช่วงเวลาที่ลูกค้าอยู่บ้านตลอดทั้งวัน จะมองเห็นว่าบ้านจะต้องทำการซ่อมแซม หรือต่อเติมอะไรบ้าง  แต่มีของใช้ไม่ครบ ทำให้ต้องการซื้อสินค้าไปใช้บริการ

สำหรับงานโฮมโปร เอ็กซ์โป ครั้งที่ 31 เมืองทองธานี จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2563 รวม 10 วัน โดยจัดขึ้นภายใต้มาตรฐาน New Normal เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานอยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของภาครัฐ กำหนดพื้นที่ให้บริการ 4 ตารางเมตร ต่อผู้เข้าใช้พื้นที่ 1 ตารางเมตร โดยมีพื้นที่จัดงานรวม 27,000 ตารางเมตร ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาพื้นที่การจัดงานสามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานรวมพนักงานขายได้ทั้งหมด 6,000 คน

นอกจากนี้ รูปแบบการจัดงานยังได้ปรับแผนผังการจัดงาน โดยจัดกลุ่มสินค้าไว้เป็นหมวดหมู่ และเพิ่มสินค้ากลุ่มงานก่อสร้างและซ่อมแซมเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ขณะเดียวกันทางโฮมโปรยังได้แทบเล็ตจำนวน 34 เครื่อง มาช่วยเสริมการบริการให้กับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกในการซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งลูกค้าสามารถค้นหารายการสินค้าที่ต้องการและสั่งซื้อได้ทันที

ศิริวรรณ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เพื่อให้การจัดงานอยู่ภายใต้มาตรฐานเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ประกอบกับเป็นเทรนด์การจัดงานที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ การจัดงานครั้งนี้ทางโฮมโปรจึงนำระบบ “VR 360o VIRTUAL EXPRIENCE” เป็นการชมบรรยากาศการจัดงานเสมือนจริง ถือเป็นครั้งแรกของการจัดงาน พร้อมกับการสั่งซื้อสินค้าได้ทันทีผ่านการสแกน QR Code เพื่อลดการสัมผัส (Touchless) โดยการใช้ e-catalog แทนการใช้โบรชัวร์ หลีกเลี่ยงการชำระด้วยเงินสดโดยชำระผ่านแอปพลิเคชั่นธนาคาร กรุงศรี, ไทยพาณิชย์, เคทีซี, ซิตี้แบงก์ในรูปแบบ QR Credit Payment เพื่อปลอดภัย  ซึ่งพันธมิตรต่างๆ ยังมีโปรโมชั่นเพิ่มเติมให้อีกด้วย

“การกลับมาจัดงาน โฮมโปร เอ็กซ์โป หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายของโฮมโปร ที่ต้องสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในงาน ควบคู่ไปกับการคัดสรร และคัดเลือกสินค้าที่ต้องตอบโจทย์คนรักบ้านให้ตรงจุด งานเอ็กซ์โปครั้งนี้ จึงเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะการวางมาตรการเพื่อความปลอดภัยเพื่อลูกค้า คู่ค้า และพนักงาน”