Xiaomi เผยยอดใช้อุปกรณ์ IoT ทั่วโลกกว่า 252 ล้านชิ้น เปิดตัว “ทีวี-สกู๊ตเตอร์-หูฟัง-สายรัดข้อมือ”

 

Xiaomi เปิดตัวเลขแพลตฟอร์ม IoT ของบริษัท พบมีสินค้า IoT ของทางแบรนด์เชื่อมต่อเข้ามาแล้วกว่า 252 ล้านชิ้น แถมพ่วงด้วยการเปิดเผยตัวเลขรายได้ของบริษัทในปัจจุบันที่ 50% มาจากตลาดนอกประเทศจีนแล้วเรียบร้อย ขณะที่ในตลาดสมาร์ทโฟนนั้น ยอดขายของ Xiaomi (อ้างอิงจาก Canalys) ปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 5 จากทั้งหมด 47 แบรนด์ทั่วโลกไปแล้วด้วย

- Advertisement -

จากตัวเลขดังกล่าว คุณ Shou Zi Chew ประธาน Xiaomi International เผยว่า อีกหนึ่งเทรนด์ที่ Xiaomi กำลังมุ่งไป ก็คือเรื่องอุปกรณ์ IoT ซึ่งการมีสมาร์ทโฟนเป็นแกนหลักของธุรกิจนั้น ทำให้บริษัทสามารถขยายผลิตภัณฑ์ IoT ได้เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เครื่องฟอกอากาศ, โคมไฟอัจฉริยะ, กล้องวงจรปิด, สมาร์ททีวี, เลเซอร์โปรเจคเตอร์, ลำโพง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์อัจฉริยะ เช่น สกู๊ตเตอร์ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ หรือแม้แต่ตู้เลี้ยงปลาที่หลายคนอาจได้ยินกันมาแล้ว

คุณ Shou Zi Chew ประธาน Xiaomi International

โดยผู้บริหาร Xiaomi กล่าวว่า รายงานของเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น บริษัทพบว่ามีอุปกรณ์ IoT มากกว่า 252 ล้านชิ้นที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มของบริษัท (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) และในการ LiveStreaming ครั้งนี้ Xiaomi ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์ IoT อีก 5 ตัวเข้ามาเสริมใน ecosystem ด้วย ได้แก่

  • สายรัดข้อมืออัจฉริยะ Mi Smart Band 5

โดยมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 1.1 นิ้ว AMOLED ใหญ่ขึ้น 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สามารถปรับแต่งหน้าจอได้มากถึง 65 รูปแบบ และเปลี่ยนสายรัดข้อมือได้ 6 สี กันน้ำที่ระดับ 5 ATM และมาพร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ PPG วัดสถานะการนอนหลับ ระดับความเครียด หรือแม้แต่รอบเดือนได้ ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 14 วัน และยังออกแบบที่ชาร์จใหม่ ผ่านแผ่นแม่เหล็กด้านหลัง ไม่ต้องถอดสายให้ยุ่งยากเหมือนในอดีต โดย Mi Smart Band 5 จะวางจำหน่ายในร้าน Banana IT, Jaymart, TG Fone, Mi Stores และร้านค้าที่ได้รับการรับรองจากเสียวหมี่ทั่วประเทศ ในราคา 1,190 บาท

  • หูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earphones 2 Basic

หูฟังที่สามารถใช้งานต่อเนื่อง 5 ชั่วโมงหลังการชาร์จเต็ม พร้อมไมโครโฟนคู่ – เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม สามารถหยุดการใช้งานเสียงชั่วคราวเมื่อถอดหูฟังข้างหนึ่งออก รองรับการแปลงสัญญาณ SBC และ AAC และมาพร้อมไดร์เวอร์ไดนามิกขนาดใหญ่ 14.2 มม. วางจำหน่ายในราคา 999 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Lazada, Shopee และ JD Central รวมถึงร้าน Banana IT, Jaymart, TG Fone, MI Stores และร้านค้าที่ได้รับการรับรองจากเสียวหมี่ทั่วประเทศ

  • สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Mi Electric Scooter Essential

สกู๊ตเตอร์น้ำหนักเพียง 12 กก. มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วคงที่ และระบบกู้คืนพลังงานจลน์หรือ kinetic energy recovery system (KERS) รองรับการเดินทางได้ไกลถึง 20 กม. ตัวเครื่องมีระบบเบรกคู่ ทั้งดิกส์เบรกที่ล้อหลังและระบบ E-ABS ที่ล้อหน้า ลมยางขนาด 8.5 นิ้ว ส่วนมอเตอร์เป็น DC brushless ขนาด 250 วัตต์ และสามารถเชื่อมต่อกับแอป Mi Home เพื่อเช็คความเร็วในการขับขี่ และพลังงานที่เหลือได้แบบเรียลไทม์ โดยจะวางจำหน่ายในราคา 15,999 บาท

  • Mi TV Stick

สำหรับการสตรีมมิ่งคอนเทนต์ขึ้นจอใหญ่ โดยมีรีโมท (พร้อมบลูทูธในรีโมท) รองรับระบบเสียงจาก Dolby และ DTS และยังสามารถเรียกใช้ Google Assistant ได้ด้วย วางจำหน่ายในราคา 1,490 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Lazada, Shopee และ JD Central รวมถึงร้าน Banana IT, Jaymart, TG Fone, MI Stores และร้านค้าที่ได้รับการรับรองจากเสียวหมี่ทั่วประเทศ

  • มอนิเตอร์เกมจอโค้ง Mi ขนาด 34 นิ้ว  

สำหรับเจาะกลุ่มคอเกมโดยเฉพาะ ตัวจอมาพร้อมจอแสดงผลความละเอียด WQHD 3440×1440 และความโค้งกว่า 1500R มอนิเตอร์เกมจอโค้ง Mi ขนาด 34 นิ้ว วางจำหน่ายในราคา 15,999 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Lazada, Shopee และ JD Central รวมถึงร้าน Banana IT, Jaymart, TG Fone, MI Stores และร้านค้าที่ได้รับการรับรองจากเสียวหมี่ทั่วประเทศ

ทั้งหมดเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 22 กรกฎาคมนี้

เปิดตัว Redmi 9 สมาร์ทโฟน Entry-Level 

Daniel Desjarlais ผู้จัดการอาวุโสฝ่าย Product Marketingนอกจากอุปกรณ์ IoT แล้ว บริษัทยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นอย่าง Redmi9 ด้วย โดยถือเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกล้องสี่ตัว สามารถถ่ายภาพได้หลายแบบ ทั้งการถ่ายภาพอย่างรวดเร็ว การถ่ายภาพกลุ่มมุมกว้าง ฯลฯ รวมไปถึงโหมด kaleidoscope หรือกล้องสลับลาย และกดชัตเตอร์ด้วยฝ่ามือ

โดย Redmi 9 มาพร้อมระบบประมวลผล MediaTek Helio G80 SoC และแบตเตอรี่ขนาด 5020mAh และยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18 วัตต์ด้วย ส่วนเซนเซอร์นิ้วมือนั้นถูกออกแบบให้อยู่ด้านหลังเพื่อให้ปลดล็อคได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ Redmi 9 ยังมาพร้อมกับช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. IR blaster และ multi-functional NFC และรองรับการใช้งานสองซิม ทั้งยังมีช่องเสียบการ์ด microSD เพิ่มได้อีกด้วย โดยมีสามสีให้เลือก ได้แก่ Carbon Grey,  Ocean Green และ Sunset Purple

Redmi 9 ขนาดความจุ 3GB+32GB วางจำหน่ายในราคา 3,899 บาท และ Redmi 9 ขนาดความจุ 4GB+64GB วางจำหน่ายในราคา 4,599 บาท โดยสามารถหาซื้อได้ที่ Shopee, Lazada และ JD Central รวมถึงร้านค้า Jaymart, TG, Com7 ร้านค้า Mi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ผ่านการรับรองทั่วประเทศ

คุณ Shou ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ปัจจุบัน Xiaomi เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก และมีผลิตภัณฑ์เสียวหมี่ วางจำหน่ายมากกว่า 90 ประเทศ นอกจากนั้น ในเดือนกรกฎาคม 2019 บริษัทยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน “Fortune Global 500” หรือการจัดอันดับบริษัทที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลก 500 บริษัท ประจำปี 2019 ของนิตยสารฟอร์จูนเป็นครั้งแรก โดยอยู่ในอันดับที่ 468 เลยทีเดียว