ส่องกลยุทธ์ Grab สร้างการเติบโตในยุค New Normal ที่ต้องรัดเข็มขัดและแบ่งปันสร้างสังคมที่ดี

“การตั้งอยู่บนความไม่ประมาท” เป็นหลักพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจมายาวนาน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย ยังคงเป็นหลักคิดที่นำมาใช้ได้อยู่เสมอ แต่ในวันที่ธุรกิจกำลังพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว หลายคนก็มักหลงลืม และพร้อมจะติดสปีดธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล การแพร่ระบาดของวิกฤติโรคโควิด-19 ในครั้งนี้ ทำให้ธุรกิจต้องกลับมาตั้งอยู่บนความไม่ประมาทกันอีกครั้ง พร้อมกับเรียนรู้ที่จะปรับตัวรับมือกับความไม่แน่นอนที่นับวันจะถาโถมเข้ามารวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่าพายุทอร์นาโด

- Advertisement -

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สร้างความปั่นป่วนอย่างหนักให้กับทุกธุรกิจชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากการหาหนทางปรับตัวให้ธุรกิจรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นก็คือ พลังน้ำใจของภาคธุรกิจที่ส่งต่อให้กับคนที่อยู่ในระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) นั่นเพราะสูตรการทำธุรกิจจากนี้ไป จะเปลี่ยนจากการ แข่งเพื่อชนะ มาเป็น Collaboration to Growth ด้วยการร่วมมือและโตไปด้วยกัน เมื่อทุกคนรอด ธุรกิจจะรอดด้วยเช่นกัน

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาหลายแบรนด์จึงผุดโครงการดีๆ เพื่อส่งต่อน้ำใจให้กับทุกคนในยามที่ยากลำบากได้มีแรงสู้กับวิกฤติกันต่อไป ล่าสุด Grab ได้เปิดตัว “Grab Loves Thais ช่วยกันนะคนไทย” โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทลายข้อจำกัดต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่ทุกคนในอีโคซิสเต็มผ่าน 4 กิจกรรมหลัก ทั้งเกษตรกร ร้านอาหาร พาร์ทเนอร์คนขับ และเด็กไทย

คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาด แกร็บ ประเทศไทย บอกว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจรับส่งคนของแกร็บได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องมาจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และส่งเสริมให้คนไทยลดการเดินทางออกจากบ้าน ทำให้จำนวนการใช้บริการเรียกรถของแกร็บลดลงอย่างมากและกระทบต่อการหารายได้ของพนักงานลดลง ที่ผ่านมาแกร็บจึงริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถรับงานส่งอาหารแทนบริการเดินทาง รวมถึงให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19

คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาด แกร็บ ประเทศไทย

ดังนั้น เพื่อสานต่อความตั้งใจของแกร็บที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม โดยมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสในการหารายได้ พร้อมพัฒนาทักษะและเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้กับทุกคนที่อยู่ใน Ecosystem จึงได้เปิดตัว ‘Grab Loves Thais ช่วยกันนะคนไทย’ เพื่อทลายข้อจำกัดต่างๆ รวมถึงช่วยให้คนในแพลตฟอร์มมีรายได้ และเข้าถึงบริการต่างๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก

ประกอบด้วย Grab Loves Locals ช่วยร้านค้าคนไทยกันนะ ซึ่งเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กโดยการให้ความรู้ด้านการทำการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายอย่างยั่งยืนผ่าน GrabAcademy โครงการเพื่อผู้ประกอบการรายย่อยในการให้ความรู้ในการทำการตลาดอออนไลน์, การจัดแคมเปญ Support Local Restaurant สนับสนุนร้านค้าคนไทยเพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้า ผ่านพื้นที่โฆษณาพิเศษ GrabAds เพื่อโปรโมทร้านค้าคนไทยกว่า 500 ร้านที่อยู่บนแพลตฟอร์มแกร็บฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมโปรโมชั่นฟรีค่าส่งตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563 ถึง 31 กรกฎาคม 2563 มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท รวมไปถึงการเปิดตัวเพลงหัวใจใกล้กัน ของ BNK48 เพื่อกระตุ้นการรับรู้ของผู้คนออกไปในวงกว้าง

Grab Loves Farmers ช่วยเกษตรไทยกันนะ โดยร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการช่วยเหลือเกษตรกรไทยขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผลไม้คุณภาพส่งออกผ่านบริการ แกร็บมาร์ท (GrabMart) บนแอปพลิเคชันแกร็บ (Grab) ภายใต้ชื่อ ‘Farmers’ Market (ตลาดเกษตรกร) ณ จุดวางจำหน่าย 10 จุดหลักทั่วกรุงเทพฯ และยังมีแผนที่จะขยายการจัดจำหน่อยออกไปยังทั่วประเทศฯ ในเร็วนี้ๆ

Grab Loves Partners ช่วยพี่คนขับกันนะ ซึ่งแกร็บได้ผนึกความร่วมมือกับ 6 พันธมิตรจัดทำถุงยังชีพที่บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจากแบรนด์ชั้นนำ จำนวน 40,000 ชุด รวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท เพื่อมอบความห่วงใยและส่งต่อกำลังใจให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับของแกร็บทั่วประเทศ ตลอดเดือนมิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2563

Grab Loves Children ช่วยเด็กไทยกันนะ โดยร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อให้ผู้ใช้บริการทุกท่านมีส่วนร่วมในการส่งต่อมื้ออาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการให้แก่เด็กยากจนที่มีภาวะทุพโภชนาการภายใต้แนวคิด #มื้อนี้พี่เลี้ยง เพียงกดสั่งอาหารภายในร้าน ‘ทุพโภชนา’ บน GrabFood เพื่อส่งมอบเป็นมื้ออาหารเช้าให้กับเด็กๆ

“เราตั้งเป้าช่วยเหลือเกษตรกรผ่านจำนวนการสั่งผลไม้ 40,000 ออเดอร์ภายในสิ้นปี รวมถึงส่งมอบความห่วงใยและกำลังใจผ่านถุงยังชีพให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังต้องการสร้างโอกาสให้กับเจ้าของร้านอาหารคนไทยกว่า 500 ร้านค้าให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วย”

นอกจากการจัดกิจกรรมที่มุ่งยกระดับและส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทยแล้ว คุณจันต์สุดา ยอมรับว่า แนวทางการทำธุรกิจของแกร็บในช่วงครึ่งปีหลังจะเน้นใน 2 เรื่องหลัก เพื่อสร้างการเติบโตในยุค New Normal คือ การควบคุมในเรื่องการลงทุนมากขึ้น และ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในเรื่องความปลอดภัย เพราะเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในยุคโควิด ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อทำ Covid Test ให้กับคนขับ และการจ่ายเงินแบบไร้สัมผัส เป็นต้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง