10 เรื่องของ Siam Premium Outlets เมื่อมาเป็นที่สองก็ต้องปัง!

 
หลังจากเปิดตัวโครงการมานาน ในที่สุดวันนี้ (19 มิถุนายน)  Siam Premium Outlets Bangkok ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการ และนี่คือ 10 ประเด็นที่น่าสนใจของบิ๊กโปรเจ็กท์นี้

1.  Siam Premium Outlets Bangkok เป็นความร่วมมือของ “สยามพิวรรธ์” และ “ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป”

สยามพิวรรธ์
คือใคร? สยามพิวรรธน์เจ้าของและผู้บริหารโครงการค้าปลีกชั้นนำในประเทศไทย มีศูนย์การค้าที่ได้รับความนิยม กลุ่มวันสยาม ได้แก่ สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมทั้ง เป็นพันธมิตรโครงการ ไอคอนสยาม ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนกว่า 54,000 ล้านบาท

ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป คือ เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่เชี่ยวชาญเรื่องเอาท์เล็ตมีโครงการอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือยุโรปและเอเชีย  นำเสนอพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนนับล้านๆ ในทุกวัน และสร้างยอดขายเป็นพันๆ ล้านในแต่ละปี สำหรับคนไทย จะคุ้นเคยชื่อของ “เฮอร์เบิร์ต ไซม่อน” ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทแห่งนี้ มหาเศรษฐีผู้เป็นสามีของคุณปุ๋ย-ภรทิพย์ นาคหิรัญกนก

คุณไมเคิล ถัง กรรมการผู้จัดการ สยามพรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ กล่าวว่า “เหตุผลหนึ่งที่เราร่วมมือกับ ไซม่อน ก็เพราะเขามีสูตรสำเร็จ เขารู้วิธีบริหารจัดการ และคำนวณต่างๆ ที่จะทำให้ การใช้พื้นที่และวิธีการดึงแบรนด์เข้ามา เพื่อทำให้การลงทุนเป็นไปตามที่คาดการณ์ได้”

2.  ขนาดโครงการทั้งสิ้นตั้งอยู่พื้นที่ 150 ไร่ ขณะนี้ใช้ไปแล้วราวๆ 50 ไร่ โดยมีพื้นที่ใช้สอยของโครงการ 50,000 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 4 พันล้านบาท รวมกับค่าใช้จ่ายด้านที่ดิน

3. มีจำนวนทั้งสิ้นแบรนด์ 200 แบรนด์ และ 60 แบรนด์เอ็กซ์คลูซีพเฉพาะที่นี่เท่านั้น สัดส่วนแบ่งเป็น Luxury Brand 10% ร้านอาหาร 10-15% ที่เหลือเป็นแบรนด์ชั้นนำ นี่คือสัดส่วนที่เป็นสูตรสำเร็จของไซม่อน พร็อพเพอตี้

ตอนนี้มีร้านค้าที่เปิดแล้ว 65% โดยสิ้นเดือนจะเปิดได้ 70% และจนถึงสิ้นปีจะเปิดทั้งสิ้น 80%

สำหรับแบรนด์เด่นๆ เช่น Burberry, Balenciaga, Bally, Breitling, CK, Furla, Hugo Boss และ Montblanc

รวมถึงเอาท์เล็ต Coach, kate spade NEW YORK และ Skechers ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยนำเสนอสินค้าครบครัน และแบรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลชั้นนำและแบรนด์ไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ American Eagle, Cotton On, Mango, New Era, U.S. Polo Assn., Camper, Dr. Martens, REPLAY, Sperry และ Lamy นอกจากนี้ยังมี Nike พรีเมี่ยม รีเทล โสตร์ ขนาดใหญ่กว่า 1,300 ตารางเมตร อีกทั้ง adidas เอาท์เล็ต ที่ครบครันด้วยคอลเลคชั่นทั้งสปอร์ตและแฟชั่นกว่า 2,000 รายการ  อีกทั้ง แบรนด์สปอร์ตแวร์เอ็กซ์คลูซีฟมากมาย อาทิ Asics, Vans, North Face, Sports Selected และ Grand Motorsports

ผู้บริหารของ สยามพรีเมี่ยม เอาท์เล็ต อธิบายว่า ฝั่งแบรนด์เองก็ให้ความสนใจที่จะเปิดร้านในรูปแบบของ Outlet ซึ่งเป็นฟอร์แมทหนึ่งของธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น

4. เป็นที่ทราบกันดีว่า ตอนนี้ทั่วโลกเผชิญหน้ากับวิกฤติ Covid-19 แต่ Siam Premium Outlets ก็ยังยืนยันที่จะเปิดโครงการในช่วงเวลานี้ ซึ่งดีเลย์กว่าแผนเดิม 2 เดือน โดยประเมินจากสถานการณ์ในประเทศไทย, จำนวนผู้ที่ช็อปปิ้งในศูนย์ฯ อื่นๆ ของสยามพิวรรธ์ ซึ่งพบว่าคนไทยกลับมาใช้จ่ายอีกครั้งแล้ว

5. คาดหวังว่าจะมีนักช็อปทั้งสิ้น 10,000 คนต่อวัน ในสถานการณ์ปกติ คาดว่าจะมีสัดส่วนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 60% และชาวไทย 40% แต่เมื่อเกิด Covid-19 ขึ้น ทางโครงการก็ปรับแผน ภายในปลายปีนี้นักท่องเที่ยวไทยจะมีสัดส่วน 80% และชาวต่างชาติ 20%

6. Second comes with the BANG! เมื่อมาเป็นที่สองก็ต้องปัง คุณไมเคิล กล่าวว่า “ถึงแม้จะไม่ได้เปิดเป็นรายแรกแต่ข้อดีก็คือได้ดูจากคนอื่นว่าเขาทำอะไร แล้วนำมาปรับใช้กับเรา” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดึงแบรนด์ต่างๆ เข้ามา ว่าแบรนด์อะไรที่น่าสนใจและผู้ประกอบการรายอื่นยังไม่มีก็จะดึงเข้ามา รวมทั้งการบริหารจัดการช่วง Covid-19 ทั้งทางเข้า-ออก และการจัดกิจกรรมซึ่งถ้าหากร้านค้าจะทำอะไรต้องแจ้งก่อนเพื่อให้ช่วยกันบริหารจัดการได้

คุณไมเคิล ถัง กรรมการผู้จัดการ สยามพรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ

7.Key Success ของธุรกิจ แบ่งเป็น 2 เรื่อง 1.สถานที่ ทั้งเรื่องของทำเล ความสวยงามของตกแต่งสถานที่ 2. แบรนด์ ซึ่งเป็นแม่เหล็กที่จะใช้ดึงลูกค้าให้มาช็อปปิ้ง ในส่วนอื่นๆ คือการบริหารจัดการต้นทุน และคน “ต้องยอมรับว่าปีนี้ยังไงก็คงไม่คุ้มทุน ที่ตั้งเป้าไว้ ทางกลุ่มไซม่อน เขาก็บอกเราว่าต้องดูแลเรื่อง Cost Control ทั้งๆ ที่ยอดขายเขาบางสาขาเป็นร้อยล้าน พันล้าน แต่เขาก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากๆ เขาบอกว่าเพราะเป็นสิ่งเดียวที่คอนโทรลได้ เรื่องยอดขายเป็นเรื่องของลูกค้า”

8.โจทย์สำคัญตอนนี้ของ Siam Premium Outlets เมื่อต้องมุ่งเน้นนักช็อปชาวไทย ก็คือ การรับรู้ และการถูกพบเห็น ดังนั้นในช่วงนี้จึงต้องใช้ป้ายโฆษณา และสื่อออนไลน์อย่างหนักเพื่อทำให้ผู้ที่เดินทางผ่านเส้นมอเตอร์เวย์ รับรู้ว่าตัวโครงการตั้งอยู่ที่ใด ขณะที่สร้างแรงกระตุ้นให้คนมาจับจ่าย

9.ทางโครงการเชื่อว่า ผู้ที่เดินทางมาถึง Siam Premium Outlets แล้วจะช็อปปิ้งถึง 90-95% เมื่อมาไกลขนาดนี้แปลว่าตั้งใจมาช็อปปิ้ง และเฉลี่ยต่อบิลน่าจะอยู่ที่ 1,500-2,000 บาท ต่อคน

10.วิธีการเดินทางมาที่ Siam Premium Outletsรถยนต์ส่วนตัวจากใจกลางกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 มอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี กม.23 ทางออก 5 ลาดกระบัง หรือ ใช้บริการรถ Shuttle Bus รับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีมักกะสัน ซึ่งทางผู้บริหารมองว่าเป็นจุดศูนย์กลางที่เหมาะให้บริการทั้งกับลูกค้าและพนักงาน ในอนาคตจะมี  Shuttle Bus จากสยามพารากอน ถ้าหากว่ากำลังซื้อของนักท่องเที่ยวกลับมา