PTT Station คิดเพื่อชุมชน ปั้น “ไทยเด็ด” โครงการเด็ดที่คนไทยช่วยเหลือคนไทย

 

แม้อีคอมเมิร์ซจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นช่องทางที่เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการทุกราย แต่ขณะเดียวกันก็เป็น Red Ocean ท่ามกลางคู่แข่งมากหน้าหลายตา ทั้งธุรกิจเดียวกันและต่างธุรกิจ ที่จะมาแบ่งปันพื้นที่บนหน้าจอโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ของผู้บริโภค ประตูบานใหญ่ที่คิดว่าจะเป็นทางออก เมื่อก้าวผ่านไปแล้ว อาจกลับเป็นความเวิ้งว้าง เพราะยอดขายที่คิดว่าจะพุ่งกลับไม่รุ่งอย่างที่คิด  PTT Station จึงปรับแนวคิด เปลี่ยนมุมมองของการทำธุรกิจใหม่ เพื่อช่วยเหลือชุมชนให้แข็งแกร่ง และยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน ด้วยโครงการ “ไทยเด็ด” ปฏิบัติการกู้ชีพชุมชนให้เฟื่องฟู ด้วยการปั้น Physical Store แจกจ่ายพื้นที่ขายให้สินค้าไทย ภายในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น สร้าง Prime Location สำหรับการค้าขาย เปรียบเสมือนการทำ SEO ชั้นเซียนในโลกออนไลน์ที่ดึงดูดลูกค้าให้คลิกและจ่าย

ไทยเด็ด” เสริมศักยภาพ สร้างรายได้ของชุมชน

PTT Station วางตำแหน่งทางการตลาดเป็นศูนย์กลางชุมชน (Living Community) หรือสถานีสร้างสุข ที่จะเป็นศูนย์กลางของชุมชน โดยออกแบบตกแต่งสถานที่ด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสื่อถึงความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น  ตลอดจนมอบองค์ความรู้ที่ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนให้มีคุณภาพและมีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยดำเนินการโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าเกษตรกรรม รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของชุมชน โดยมีโครงการที่สำคัญโครงการหนึ่งที่เรียกว่า “ไทยเด็ด” ซึ่งเป็นการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ SME Bank กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  คัดเลือกผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เป็นสินค้าเลื่องชื่อประจำท้องถิ่นต่างๆ มาจำหน่ายในมุมสินค้าไทยเด็ด ภายใน PTT Station ที่ร่วมโครงการกว่า 110 สถานี โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ว่า “ไทยเด็ด” เพื่อให้เกิดการจดจำและรับรู้ได้ง่าย เนื่องจากคำว่า “เด็ด” เป็นคำอุทานของคนไทย หมายถึงถูกใจ ชอบใจ ถึงใจ “ไทยเด็ด” จึงเป็นคำที่สื่อถึงผลิตภัณฑ์ของไทย ของเด่น ของดีประจำท้องถิ่นไทยที่โดนใจชวนให้เลือกซื้อเป็นของกิน ของใช้ และของฝาก ที่สถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น คัดเลือกมาวางจำหน่ายที่ “มุมไทยเด็ด” ในร้านค้าภายในสถานีบริการแต่ละแห่ง

นอกจากนี้ ยังมีตลาดไทยเด็ด ซึ่งเป็นการจัดพื้นที่ภายในสถานีบริการ PTT Station ให้เป็นช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนที่อยู่โดยรอบสถานีบริการฯ โดยคัดเลือกสินค้าเกษตร อาหาร หรือสินค้าหัตถกรรมที่มีชื่อเสียง และเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นโดยรอบสถานีฯ มาจำหน่าย

เท่านั้นไม่พอ ยังมีร้าน ตู้ ปณ. ไทยเด็ด ที่ร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย เพื่อนำผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนในระบบ E-Commerce ของ ไปรษณีย์ไทย (www.thailandpostmart.com) มาจำหน่ายผ่านจุดบริการ ณ PTT Station ซึ่งเป็นการใช้กลยุทธ์ Online to Offline ที่คาดว่าจะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสสินค้าของจริงได้มากขึ้น โดยปัจจุบันมีร้าน ตู้ ปณ. ไทยเด็ด ต้นแบบ 2 สาขา คือสาขาบางบ่อ และสาขากิ่งแก้ว

โครงการ “ไทยเด็ด” จึงก่อเกิดประโยชน์กับชุมชนในวงกว้าง ทั้งในการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รวมถึงการจ้างงาน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านหรือคนในชุมชนเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคก็รู้สึกใกล้ชิดและสัมผัสได้ถึงการเป็นศูนย์กลางชุมชนของ PTT Station

เสียงจากผู้ประกอบการ ไทยเด็ด ช่วยพลิกธุรกิจให้รุ่ง”

สำหรับโครงการไทยเด็ดมีผลิตภัณฑ์เด่นที่เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด จากแผนการสื่อสารโฆษณาประชาสัมพันธ์ของไทยเด็ดร่วมกับจุดขายของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง ก็คือ  ผัดไทภูเขาไฟบ้านครูกานต์ จังหวัดบุรีรัมย์ แม้จะเป็นเมนูสามัญหากินได้ง่ายทั่วไทย แต่สำหรับผัดไทที่นี่ กลับนำเสนอด้วยจุดขายที่ไม่ธรรมดา ด้วย Product Differentiation ที่ชัดเจน ทั้งการใช้เส้นผัดไทยที่ผลิตจากข้าวซึ่งปลูกบนดินภูเขาไฟอายุนับล้านปีที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ถึง 6 ลูก ทำให้มีคุณค่าทางอาหารสูง และใช้ส้มซ่าแทนมะนาว ทำให้รสชาติมีเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันยังคัดสรรรวัตถุดิบอื่นๆ มาจาก 8 อำเภอ ในจังหวัดบุรีรัมย์ เช่น หอมแดงและกระเทียม จากอำเภอประโคนชัย เป็นต้น โดยหลังจากเข้าร่วมโครงการนี้ทำให้จากเดิมที่มียอดขายเพียง 1,000 ชิ้นต่อเดือน เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ชิ้นต่อวัน

ณัฐพัชร ล้อธีรพันธ์ ทายาทรุ่นที่ 2 ของผัดไทภูเขาไฟ บ้านครูกานต์  ผัดไทยเจ้าดังแห่งจังหวัดบุรีรัมย์ บอกเล่าถึงความสำเร็จแบบไม่คาดคิด จากโครงการไทยเด็ดว่า “หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการทำออนไลน์ง่าย ไม่มีต้นทุน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วก็ต้องลงทุนเหมือนกัน แถมมีคู่แข่งมหาศาล ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าชนิดเดียวกันเท่านั้น แต่ยังมีสินค้าประเภทอื่นๆ  โดยเฉพาะเครื่องสำอางจะเข้ามาแย่งพื้นที่หน้าจอโทรศัพท์ ทำให้เราค่อนข้างเหนื่อยในการทำการตลาด จนแอบท้อเหมือนกันว่าจะโตได้แค่ไหน เพราะกราฟก็โตช้ามาก แต่พอเข้าโครงการไทยเด็ดแล้ว เด็ดจริงๆ พอโฆษณาออนแอร์ปั๊บ มีโทรศัพท์เข้ามาปุ๊บ ทั้งเมสเซนเจอร์ ทั้งไลน์ แอด เด้งรัวๆ จนถึงกับต้องขอโทษลูกค้า เพราะตอบไม่ทัน ทำให้เห็นผลชัดเจนว่าตลาดที่ง่ายที่สุดคือของที่จับต้องได้เลย รวมถึงการเล่าเรื่องราวที่ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย ภายใน 30 วินาที ตอนนี้ถือว่าเปลี่ยนชีวิตเลย ไม่ใช่เฉพาะแค่ธุรกิจเราที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่หมายถึงชีวิตของชาวบ้านที่มีรายได้มากขึ้นด้วย เพราะออเดอร์เข้ามาเยอะกว่าเดิมมาก ทำให้ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์ยิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้น ถือว่าโครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเชื่อว่าจะเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน สำหรับแผนการในอนาคตเตรียมจะผุดแฟรนไซส์ใน PTT Station ต่อไป”

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เด่นในโครงการไทยเด็ด อย่าง B-Garlic (กระเทียมดำ) จังหวัดลำพูน โดยนำเสนอคุณสมบัติของกระเทียมดำที่เหนือชั้นกว่ากระเทียมทั่วไป เพราะมีสารสำคัญที่มีประโยชน์สูงถึง 13 เท่าของกระเทียมสด มีผลงานวิจัยรองรับ

โดยผู้ผลิตสินค้าเกษตรแปรรูป B-Garlic (กระเทียมดำ) ที่ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการเข้าร่วมโครงการไทยเด็ด ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า “โครงการไทยเด็ดช่วยสร้าง Brand Awareness ให้กับ B-Garlic ได้เป็นอย่างดี รวมถึงการสร้างรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคว่ามีกระเทียมดำจำหน่ายใน PTT Station ด้วย ขณะเดียวกันก็ทำให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น เพราะเรารับซื้อกระเทียมจากชุมชนแถบภาคเหนือตอนบนทั้งเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เป็นต้น หลังจากโฆษณาออกไป ก็มี PTT Station สนใจติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้มีจำหน่ายใน 10 กว่าแห่ง  กำลังการผลิตจาก 100 ตันต่อเดือน เพิ่มเป็น 200 ตันต่อเดือนเลยทีเดียว”

PTT Station จึงไม่ใช่แค่สถานีบริการน้ำมันที่เติมเชื้อเพลิงให้ยานยนต์ขับเคลื่อนได้เท่านั้น แต่ยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการเติมพลังให้เอสเอ็มอีไทย มีที่ทางและโอกาสในการทำธุรกิจที่มากขึ้นกว่าเคย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชน ผ่านการดำเนินธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง