CP All เผยผลประกอบการ ปี ’62 กำไรสุทธิพุ่ง 22,343.08 ล้านบาท ปีนี้ลุยเปิดสาขาใหม่อีก 700 แห่ง

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย รายงานผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยประจำ​ปี 2563 โดยมีรายได้รวม 571,110 ล้านบาท เติบโต 8.4% จากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น อีเลฟเว่น” และ “สยามแม็คโคร”

โดยรายได้ของ CP All มาจาก 3 ส่วน 1.ร้านสะดวกซื้อ (7-11) คิดเป็น 59% 2. ธุรกิจค้าส่งในรูปแบบชำระเงินและบริการตัวเอง 34% และธุรกิจอื่นๆ 7% ในปี 2562 พร้อมจ่ายเงินปันผล 1.25 บาทต่อหุ้น

ทาง ซีพี ออลล์ ระบุว่าทางบริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้ก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 26,761 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6.4% ส่วนกำไรสุทธิเท่ากับ 22,343 ล้านบาท คิดเป็นเติบโต 6.8%

ส่วนแผนธุรกิจในปี 2563 จะเดินหน้าเปิดสาขาอีก 700 สาขา เพื่อให้บรรลุเท่าหมาย 13,000 สาขาภายในปี 2564 ตามกลยุทธ์ของบริษัทและบริษัทย่อยในการรองรับการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ตลอดจนการจำหน่ายสินค้าและบริการตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ Chief Financial Officer บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานปี 2562 ของบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเท่ากับ 124,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 9.9% จากปีก่อน จากการเติบโตของรายได้จากการขายของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจแม็คโครและธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ

ทั้งนี้ เป็นผลจากความสำเร็จของแผนกลยุทธ์การขยายสาขาและการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม โดยมีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ จ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2562 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 1.25 บาท กำหนดจ่ายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2563

สำหรับผลประกอบการที่เติบโตของบริษัท มาจากวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ ร่วมกับสถาบันการเงิน 7 สถาบัน ให้บริการรับฝาก-ถอน (Banking Agent) ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น, การให้บริการจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ All Café และการกำหนดเป้าเปิดสาขาเซเว่น อีเลฟเว่น 700 สาขาต่อปี

นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ ยังได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Company ประจำปี 2562 ซึ่ง ได้คะแนนเป็นอันดับที่ 1 ในกลุ่มประเภทค้าปลีกสมัยใหม่ ถือเป็นการรักษาตำแหน่งบริษัทในใจคนไทยประเภทค้าปลีกสมัยใหม่ 2 ปีติดต่อกัน (2561-2562) หลังจากขยับจากอันดับ 2 ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 จากการสำรวจเมื่อปีก่อนหน้า โดยก่อนหน้านี้ เซเว่น อีเลฟเว่น ก็เพิ่งได้รับรางวัล “Thailand’s Most Admired Brand & Why We Buy 2019” ประเภทร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ในฐานะแบรนด์ที่น่าเชื่อถืออันดับ 1 ประจำปี 2562 ซึ่งจัดโดยนิตยสารแบรนด์เอจเช่นกัน

ขณะที่ผลการประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก ประจำปี 2019 หรือ ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices) หรือ DJSI โดย S&P Dow Jones Indices และ RobecoSAM ซีพี ออลล์ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทชั้นนำด้านองค์กรความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลกของกลุ่ม World Index ประเภท Food & Staples Retailing Industry โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิก DJSI กลุ่ม World Index ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 (2018-2019) และกลุ่ม Emerging Markets Index ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3 (2017-2019)

ซีพี ออลล์ ยังคงดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยปีที่ผ่านมาได้เดินหน้านโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกร ด้วยการจัดจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีและผลิตผลทางการเกษตรผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่นและ 24 ช้อปปิ้ง อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการสนับสนุนภาคการศึกษา พัฒนาเยาวชน โดยมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาของปัญญาภิวัฒน์ฯและเครือข่าย ไปแล้วกว่า 54,000 ทุน เป็นเงินร่วมกว่า 5,100 ล้านบาทและการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการรณรงค์คนไทยลดใช้ถุงพลาสติกที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ปัจจุบันสามารถเปลี่ยนถุงพลาสติกเป็นเงินสมทบทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ 77 โรงพยาบาล ใน 77 จังหวัดไปแล้วจำนวน 134 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามปณิธานของบริษัทคือ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้กับทุกคน”