BDMS ประกาศทุ่ม 8.5 หมื่นล้าน เข้าซื้อกิจการ ‘บำรุงราษฎร์’ เสริมแกร่งเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน


บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS
ประกาศซื้อกิจการของ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH คิดเป็นเงินมูลค่าราว 8.5 หมื่นล้านบาท โดยเล็งเห็นศักยภาพความมีเชื่อเสียงในตลาดต่างประเทศของบำรุงราษฎร์ อีกทั้งยังสอดรับกับเทรนด์ผู้สูงอายุ ทำให้ธุรกิจ Health & Wellness เติบโต

ปัจจุบันโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นโรงพยาบาลที่มีขนาด 580 เตียง รองรับผู้ป่วยนอก 5,500 คนต่อวัน นอกจากรับคนไข้ในประเทศแล้วยังมีการบุกตลาดต่างประเทศ เช่น โรงพยาบาลอูลานบาตอร์ซองโด มองโกเลีย ฐานลูกค้าของบำรุงราษฎร์  เป็นชาวต่างชาติถึงกว่า 60% โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้ากระเป๋าหนักจากตะวันออกกลาง และเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์

ขณะที่ การลงทุนของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS ใช้กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลอยู่แล้ว ทำให้มีแบรนด์โรงพยาบาลในเครือถึง 6 แห่ง โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาล BNH โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลรอยัล รวมแล้ว BDMS มีโรงพยาบาลในมือไม่ต่ำกว่า 48 แห่ง ทำให้เป็นเครือโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมาร์เก็ตแคปราว 4 แสนล้านบาท นอกจากนี้เครือข่ายของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ยังรวมถึงธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ ได้แก่ ธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตยาและธุรกิจผลิตน้ำเกลือ เป็นต้น

 

เดิม BDMS เองก็เรียกได้ว่าถือหุ้นใหญ่ใน BH อยู่แล้ว โดยมีหุ้น 24.99% แต่ไม่ได้เข้าไปบริหารจัดการ การซื้อกิจการในส่วนที่เหลือนี้คาดว่าจะต้องใช้เม็ดเงินราว 8.56 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการ “ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ BH โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข” ซึ่งถ้าหากว่าดีลนี้สำเร็จลุล่วง ก็จะทำให้ BDMS เป็นเจ้าของกิจการโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อย่างเต็มตัว และแน่นอนว่าน่าจะเข้าไปบริหารงานมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าทางฝั่งของผู้ขายจะมีใครที่ขายหรือไม่ ในเมื่อช่วงนี้ตลาดหลักทรัพย์และมูลค่าหุ้น BH เองก็อยู่ในขาลง

อภิมหาดีลก่อนหน้านี้ของกลุ่ม BDMS ก็คือการซื้อโรงแรมปาร์คนายเลิศเมื่อปี 2016 เพื่อนำมาพัฒนาเป็นโครงการ BDMS Wellness Center ซึ่งในครั้งนั้นต้องควักเงิน 12,800 ล้านบาท

ทันทีที่มีข่าวนี้เกิดขึ้นทำให้หุ้น BH ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์พุ่งขึ้นทันที มากกว่า 15% จุดที่ขึ้นไปสูงสุดคือ 133 บาท จากราคาปิดเมื่อวาน 112 บาท