ทุนธนชาต โชว์เหนือเงินเหลือ 1.4 หมื่นล้าน ผู้ถือหุ้นเฮ เตรียมรับปันผล 4 บาท [PR]

คืบหน้าไปอีกระลอกสำหรับ แผนการรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตและทีเอ็มบี หลังจากเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ทีเอ็มบีได้รายงานการได้มาซึ่งหุ้นธนาคารธนชาตต่อตลาดหลักทรัพย์ ในขณะที่ ทุนธนชาต หรือ TCAP ก็ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ถึงการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของทีเอ็มบี เช่นเดียวกัน 

จากการทำรายการดังกล่าว TCAP จะมีเงินรับเข้ามาประมาณ 85,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ ประมาณ 16,000 ล้านบาท TCAP จะนำไปซื้อบริษัทย่อยและเงินลงทุนจากธนาคารธนชาตออกมา และ ซื้อหุ้นเพิ่มทุนทีเอ็มบีประมาณ 41,850 ล้านบาท รวมถึงนำไปลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อยและเงินลงทุนอื่นๆที่จะซื้อต่อจาก Scotiabank อีกประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งหลังทำรายการ TCAP จะมีเงินคงเหลือประมาณ 14,000 ล้านบาท

หลังจากนี้ไปธนาคารธนชาตและทีเอ็มบีก็จะเข้าสู่กระบวนการรวมกิจการซึ่งคาดว่ากระบวนการนี้จะเสร็จสมบูรณ์และกลายเป็นธนาคารหนึ่งเดียวภายในปี 2564

การนำธนาคารธนชาต ไปรวมกิจการกับทีเอ็มบีถือ เป็นกลยุทธ์เหนือชั้นของ TCAP ซึ่งเป็น Financial Holding Company ชั้นนำของไทย ที่ใช้เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างมั่นคงในระยะยาว โดย TCAP จะได้รับประโยชน์และส่วนแบ่งจากการเป็น หนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ในธนาคารหลังการรวมกิจการที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีศักยภาพในการเติบโตและทำกำไรได้มากขึ้นในอนาคต

การรวมกิจการครั้งนี้ TCAP เล็งเห็นศักยภาพและจุดแข็งจากทั้งสองธนาคาร ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่าตัว มีสินทรัพย์รวมกันเกือบ 2 ล้านล้านบาท มีโครงสร้างทางธุรกิจและความชำนาญซึ่งเสริมรับซึ่งกันและกัน ธนาคารใหม่ที่เกิดขึ้นจะเป็นธนาคารที่มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเป็นประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งถือเป็นโอกาสทางการตลาดที่ใหญ่ขึ้น กว้างขวางขึ้น มีโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นจากความเก่งของทั้ง 2 ธนาคารที่จะรวมกัน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในทุกฐานลูกค้าทั่วประเทศ ทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนทางธุรกิจที่สูงขึ้น เป็นประโยชน์ทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน รวมถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

ทั้งนี้ในส่วนของเงินที่เหลือประมาณ 14,000 ล้านบาท คณะกรรมการ TCAP มีมติกำหนดแนวทางการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินดังกล่าว โดยจะจ่ายเงินปันผลพิเศษ 4 บาทต่อหุ้น และ ซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 5,000 ล้านบาท

ด้วยกลยุทธ์ที่เดินมาแบบนี้ นับได้ว่า TCAP เป็นกลุ่มการเงินที่เก่งในการปรับตัว การก้าวย่างแต่ละครั้งก็น่าจับตามอง กล้าที่จะลงทุนใหม่ๆ หากเห็นโอกาส แถมมีการเก็บเงินสดและการลงทุนชนิดผลตอบแทนสูงเอาไว้เพื่อเตรียมความพร้อมในโอกาสใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้อย่างยั่งยืนต่อไป