โจทย์ LINE BK ต้องเข้าถึง “ง่าย” ปีหน้าเปิดบริการ Social Banking ปล่อยกู้ผ่านไลน์

ปัจจุบัน “ผู้บริโภคไทย” ใช้อินเทอร์เน็ตสูงถึง 10.5 ชั่วโมงต่อวัน ถือเป็นกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์อยู่กับดิจิทัลตลอดเวลา (Digital Savvy) อีกทั้งมีความคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมการเงินผ่าน “โมบาย แบงกิ้ง” ครองสถิติเบอร์หนึ่งของโลก การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเหล่านี้ เป็นปัจจัยที่เข้ามา disrupt ธุรกิจธนาคารให้ต้องปรับตัว แต่ก็เป็นโอกาสสร้างเซอร์วิสที่ตอบโจทย์กลุ่มที่ใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลเช่นกัน

- Advertisement -

หลังจากปลายปี 2561 ธนาคารกสิกรไทย และ ไลน์ คอร์ป ประกาศความร่วมมือจัดตั้ง บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 2,200 ล้านบาท เพื่อสร้างธนาคารบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย  โดย กสิกรไทย ลงทุนผ่านบริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด ถือหุ้น 50% และ ไลน์ คอร์ป ลงทุนผ่านบริษัท ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย ถือหุ้น 50%

โดยใช้เวลาเกือบ 1 ปีในการวางโครงสร้างระบบ IT infrastructure การพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการ และการบริหารงาน ล่าสุดได้เปิดตัว Social Banking เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ LINE BK” พร้อมแต่งตั้ง คุณธนา โพธิกำจร ดำรงตำแหน่ง ซีอีโอคนแรกของบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด  ซึ่งมีประสบการณ์ด้าน Digital Banking  จากธนาคารไทยพาณิชย์มากว่า 7 ปี

LINE BK มองเห็นโอกาสอะไร

คุณธนา กล่าวว่าการเปิดบริการ LINE BK ในไทย ถือเป็นธุรกิจธนาคารแบรนด์แรกของ LINE Bank ซึ่งไลน์ เข้าไปร่วมลงทุนใน 4 ประเทศ คือที่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย และไทย  การเลือกใช้แบรนด์ LINE BK  ไม่ได้ใช้ LINE Bank เพราะ LINE ไม่มีใบอนุญาตธุรกิจธนาคารในไทย  ซึ่ง BK สื่อความหมายถึง Bank , Bangkok และ KBank พันธมิตร ได้เช่นกัน

การลงทุนในประเทศไทย มาจากการเห็นโอกาสการเติบโตด้าน “ดิจิทัล แบงกิ้ง” อย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากธนาคารต่างๆ ยกเลิกค่าธรรมเนียม ทำให้คนไทยคุ้นเคยกับการใช้งาน Mobile Banking มากขึ้น จนครองสถิติอันดับหนึ่งของโลก ด้วยสัดส่วน 74% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีการใช้โมบาย แบงกิ้ง ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 41%

ขณะเดียวกันในประเทศไทยยังมี “ช่องว่าง” ของคนที่ไม่มีบัญชีธนาคารอีกราว 18%  และกลุ่ม Underbanked 45% คือ มีบัญชีธนาคาร แต่ยังไม่ได้ใช้เซอร์วิสต่างๆ ของธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นการออมระยะยาว ประกัน กองทุน อีกทั้งยังมีกลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อธนาคารด้วยเช่นกัน

การเปิดตัว LINE BK จึงต้องการปฏิวัติการให้บริการทางการเงินที่เป็นเรื่องยาก ด้วยการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า “เข้าถึง” บริการได้ “ง่าย” ผ่านแอปพลิเคชั่น LINE ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 44 ล้านราย  ถือเป็นการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นในฝั่งของธนาคารกสิกรไทย และเป็นการขยายเซอร์วิสใหม่ในฝั่งของไลน์ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนที่อยู่ใน Ecosystem ของไลน์

“บริการ LINE BK เป็นการดิสรัปธุรกิจธนาคาร ด้วยการเป็นช่องทางใหม่ ที่ทำให้ต้นทุนการเข้าถึงลูกค้าลดลง  เพราะโลกดิจิทัลมีต้นทุนต่ำกว่า อย่างบริการ ATM ต้นทุนแพงกว่าช่องทางดิจิทัล 10 เท่า  หรือ ต้นทุนการให้บริการที่สาขาก็มากกว่าดิจิทัล 30-50 เท่า”

คอนเซปต์ของ LINE BK  คือ  Banking in your hand (ธนาคารในมือคุณ) ด้วยการเข้าถึงได้ง่ายและ กำกับธุรกรรมทางการเงินต่างๆได้เอง ในแบบที่แต่ละคนต้องการ  ซึ่งเป็นสิ่งที่ LINE Bank วางเป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนบริการทางการเงินในทุกประเทศที่เข้าไปให้บริการ

ปล่อยสินเชื่อผ่านแอป LINE

การให้บริการของ LINE BK จะเริ่มช่วงกลางปี 2563 โดยลูกค้าต้องเปิดบัญชีกับธนาคารกสิกรไทยเพื่อใช้บริการต่างๆ ของ LINE BK บนแพลตฟอร์ม LINE  ซึ่งจะทำให้บริการเดิมๆ ด้านแบงกิ้ง ฝาก ถอน โอน จ่ายเงิน ใช้ง่ายขึ้น เหมือนการส่งข้อความผ่านไลน์

แต่เรื่องที่ LINE BK  โฟกัสคือการให้บริการ Digital Lending  สินเชื่อส่วนบุคคลและนาโน ไฟแนนซ์ รวมถึงในระยะยาวจะพัฒนาบริการทางการเงินรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ประกัน การลงทุนผ่านกองทุน  เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้งานผ่านไลน์

“ความตั้งใจให้บริการของ LINE BK  คือ ต้องการให้ผู้ใช้ไลน์ มีวงเงินสินเชื่อที่สามารถใช้ได้ ในเวลาที่ต้องการขอสินเชื่อ ส่วนรูปแบบจะดีไซน์การใช้งานให้ง่าย เพราะเรามีฐานลูกค้าไลน์ ที่สามารถต่อยอดบริการต่างๆ รออยู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำเพิ่มคือความเข้าใจลูกค้า”

 

เป้าหมายปีแรกลูกค้า 1 ล้านราย

กลุ่มลูกค้าสินเชื่อที่ LINE BK เห็นโอกาส คือ กลุ่มที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ คนที่ทำธุรกิจส่วนตัว รวมทั้งกลุ่มคนทั่วไป (Mass) ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อธนาคาร เพราะไม่มีหลักฐาน Pay Slip ที่จะขอสินเชื่อกับธนาคาร

วิธีการของ LINE BK  จะวิเคราะห์ดาต้าการใช้งานต่างๆ ทั้งของไลน์ที่มีผู้ใช้ 44 ล้านราย และกสิกรไทยที่มี 16.9 ล้านบัญชี  เพื่อนำข้อมูลที่มีมาประเมินความเสี่ยงและประเมินรายได้ เพื่อปล่อยสินเชื่อให้ผู้กู้ หากเสี่ยงสูงดอกเบี้ยก็สูงตาม ซึ่งเพดานสูงสุดอยู่ที่ 28%  หรือเสี่ยงต่ำจะได้ดอกเบี้ยต่ำ เป็นโมเดลที่นำมาใช้เพื่อให้เข้าถึงตลาดหรือลูกค้าใหม่ๆ ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อธนาคารมาก่อน

“ทั้งไลน์และกสิกรไทย ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ต้องการเป็นผู้ให้บริการอันดับต้นๆ ของเรื่องที่ทำภายใน 5 ปี  โดยปีแรกต้องการเห็นลูกค้าหลักล้านรายก่อน และอยากได้ลูกค้าใหม่ๆ  ที่ใช้แพลตฟอร์มไลน์ เป็นอีกช่องทางของการใช้บริการดิจิทัล แบงกิ้ง”