House Samyan โรงหนังบรรยากาศอบอุ่น เรียบง่าย ภายใต้ความผูกพันอันลึกซึ้ง [PR]

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แฟนหนังนอกกระแสอาจใจหายกับการประกาศย้ายบ้านของโรงหนัง House RCA แต่โรงหนัง House ก็ไม่ปล่อยให้เราคิดถึงนาน กับการย้ายมาเปิดบ้านใหม่ที่ Samyan Mitrtown กับ House Samyan ที่มาพร้อมบรรยากาศน่ารัก เป็นกันเองเหมือนเดิม และยังแอบซ่อนรายละเอียดที่สะท้อนความผูกพันระหว่าง House และแฟนๆ ไว้อย่างลึกซึ้ง จากไอเดียและความสร้างสรรค์ของทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง ที่บวกกับความใส่ใจ อยากให้ผู้ที่แวะเวียนมาได้รับประสบการณ์อบอุ่นในแบบที่คุ้นเคย ทำให้พวกเค้าตั้งใจรังสรรค์ทุกองค์ประกอบของโรงหนังแห่งนี้ตั้งแต่ฝ้าเพดาน จุดขายตั๋ว ไปจนถึงห้องน้ำ ให้สะท้อนความรู้สึกอบอุ่น เรียบง่าย ในสไตล์ House ได้อย่างครบถ้วน

ซึ่งวันนี้ จ๋อง-พงศ์นรินทร์ อุลิศ ผู้บริหาร House Samyan และทีมสถาปนิกนักออกแบบที่ชื่อคุ้นหูคนฟังเพลงไทยอย่าง คมสัน นันทจิต, บอย–ตรัย ภูมิรัตน, ตั้ม–สถาปัตย์ ธีรนิตยภาพ และสถาปนิกมืออาชีพ ออส–สุเมธ ฐิตาริยกุล จะมาเล่าถึงความรู้สึกและที่มาของการออกแบบบ้านหลังใหม่ในครั้งนี้ให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

(จากซ้าย) บอย–ตรัย ภูมิรัตน, ออส–สุเมธ ฐิตาริยกุล, ตั้ม–สถาปัตย์ ธีรนิตยภาพ, คมสัน นันทจิต และ จ๋อง-พงศ์นรินทร์ อุลิศ ทีมผู้ออกแบบ และผู้บริหาร House Samyan

15 ปีจาก RCA สู่ SAMYAN

จ๋อง :  เราก็อยู่ของเราดี ๆ ที่ RCA ทำโรงหนังเฮาส์เล็ก ๆ ทำมาต่อเนื่องมา 15 ปี มันก็มีอย่างนึงที่เป็นปมด้อยของเรา คือตลอด 15 ปีที่เราทำโรงหนังเฮาส์ที่อาร์ซีเอมาเนี่ย คนชอบบอกว่าโรงหนังเรามายาก ก้มหน้าก้มตาทำมาสิบกว่าปีก็ไม่มีใครนึกภาพว่าจะย้ายไปที่ไหน จนกระทั่งสามย่านมิตรทาวน์เขามาชวน ตอนเขามาชวน ก็ทำท่างงกันหมด พอมาทำความรู้จัก เราก็เลยย้ายมาสู่เมือง มีรถใต้ดินผ่าน นี่แหละเลยเป็นเหตุผลที่เราย้าย คือคนมาสะดวก ให้โอกาสหนังได้เจอคนดูมากขึ้น

บ้านใหม่บรรยากาศเดิม

จ๋อง : ใครเคยไปเฮาส์อาร์ซีเอบ่อย ๆ ก็จะชินบรรยากาศที่นั่น ที่มีบรรยากาศเฉพาะตัวพอสมควร ขณะเดียวกันก็คิดว่า เรื่องบรรยากาศความอบอุ่น สถานที่คงมีผล แต่ท้ายที่สุดมันอยู่ที่เรามากกว่าหรือเปล่า เราเป็นคนยังไง หนังที่เราฉายคืออะไร เรื่องเหล่านี้ล่ะมั้ง ที่น่าจะเป็นหัวใจของคำว่าอบอุ่น บรรยากาศความอบอุ่นที่ยังคงอยู่ พื้นที่อาจจะโออ่าขึ้นแต่ก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิม

สามย่าน พระรามสี่ กับเรา สาม สี่ คน

จ๋อง : เริ่มแรกเราอยากได้คนที่เข้าใจความเป็นเฮาส์ มานำเสนอเฮาส์ในมุมมองใหม่ ๆ เลยชวนพี่คมสัน บอยตรัย และตั้ม ที่จบสถาปัตย์มา แต่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ในวงการสถาปนิกมานานแล้ว มาช่วยกันออกแบบเฮาส์สามย่าน

ตั้ม : พอได้รวมกันแล้ว ลักษณะวิธีของการทำงานก็คือการ Brainstorm จากการที่คุยกันว่าเฮาส์คืออะไร เราก็ได้คำใหม่ ๆ ขึ้นมาหลายคำ เช่น Friendly Warm Cozy น่ารัก แต่ช่วงแรกที่ออกแบบกันก็มีคีย์เวิร์ดนึงเข้ามาจากพี่จ๋องว่า “ไม่เอา เก๊ก”

จ๋อง :  เพราะพี่เก๊กพอแล้ว (หัวเราะ) อาร์ต หรือ ไม่อาร์ต เราไม่ได้สนใจ เราสนใจว่า ถ้าหนังไม่ดี มันก็ต้องสนุกน่ะ เราฉายหนังเล็ก ๆ ที่โรงหนังอื่นเขาไม่ค่อยฉายกัน เราทำแบบนั้นมันไม่ได้น่ะ เก๊กไม่ได้ ที่นี่มันต้องน่ารัก ต้อง Friendly เพราะลำพังหนังก็ขายได้ยากอยู่แล้ว เราเก๊กไม่ได้ด้วยเหตุนี้

ตั้ม : พอกลับมาทำก็ทำกันแบบ Old school เลยล่ะ วาด ๆ แล้วลืม ว่าถ้าพวกเราคิด ๆ คุย ๆ วาด ๆ ต่อไปแบบนี้มันน่าจะไม่รอด

คมสัน : ก็เลยไปเชิญ ออส สุเมธ มาเป็น สี่คน ก็เลยเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา และด้วยความที่ไอเดียมันเยอะมาก เราเลยต้องคิดถึงคำแรก ๆ ว่าเฮาส์เป็นยังไง ต้อง Warm Cozy Friendly มันเป็นบ้านของคนที่ชอบดูหนังแบบเฮาส์ และที่ยากที่สุดก็คือ ทุกคนก็คงถามว่าเฮาส์มีการเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ เราจะทำให้เฮาส์ตรงนี้ยังมีความรู้สึกแบบเดิมได้ไหม ซึ่งตรงนี้สนุกมาก ว่าเราจะทำยังไงให้พื้นที่ตรงนี้มันมีอะไรที่ทำให้เดินเข้ามาแล้วรู้สึกว่า เนี่ยเฮาส์

บอยตรัย : เราคิดไปเรื่อยเลย จนสุดท้ายก็กลับมาที่คำว่า เฮาส์ ชื่อของที่นี่เราก็เลยกลับมาที่คอนเซ็ปต์ “บ้าน” บ้านที่อยู่ในบ้าน บ้านที่อยู่ในอาคาร

กลิ่นอายของความอบอุ่นที่สะท้อนผ่านการออกแบบ

คมสัน : พื้นที่ส่วนแรกคือจุดซื้อตั๋ว เป็นส่วนแรกที่เราเห็น เป็นเหมือนส่วนต้อนรับ พยายามออกแบบให้มีไม้ ซึ่งในเฮาส์เดิมก็จะมีโทนสีน้ำตาล ที่คนคุ้นเคย

ออส : อย่างพื้นที่ตรงนี้ อยู่ติดกระจก และเพดานสูง มีวิวที่ดูน่าสนใจ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นพื้นที่ที่จะใช้ฟังก์ชันเดิมที่เฮาส์เคยมี เราก็ใช้การดีไซน์มาช่วยให้คาแร็กเตอร์ของเฮาส์ไม่แข็งจนเกินไป อย่างเพดานที่เราใช้ตะแกรงหล็ก เราก็ทำฝ้าเป็นรูปก้อนเมฆซึ่งคุณบอยตรัย เป็นคนออกแบบ ก็ทำให้บรรยากาศของพื้นที่ตรงนี้ผ่อนคลาย น่ารัก อบอุ่น และดูอ่อนโยนขึ้น หรือ แม้กระทั่งห้องน้ำ ที่เป็นอีกส่วนสำคัญที่ใช้ต้อนรับแขก เราก็ยังต้องเลือกโทนสี เลือกวัสดุ และส่วนประกอบต่าง ๆ ให้มันดูน่าใช้งาน

ที่สุดในดวงใจ อะไรบ้างที่โรงหนังต้องมี

จ๋อง : จริง ๆ ไม่ได้คิดอะไร นอกจากให้มันนั่งสบาย มืด ๆ จอชัด ๆ เรื่องเสียงไม่เน้น สิ่งที่ควรมี มีอย่างอื่นอีกมากมาย แต่พี่ไม่สน พี่สนแค่ นั่งดี ๆ นั่งสบาย มืด จบแล้วชีวิต

คมสัน : เอาจริง ๆ เลยนะ ผมชอบดูโรงหนังที่ใกล้ห้องน้ำ นี่คือเกณฑ์หลักเวลาผมเลือกโรงหนัง ถ้าโรงหนังไหนที่ห้องน้ำไกล ๆ ผมจะรู้สึกว่ามันไม่เวิร์ก แล้วบังเอิญทีนี่ห้องน้ำก็ใกล้โรงหนังมาก 1- 2 นาทีเข้าห้องน้ำเดินกลับมาดูหนังต่อได้เลย

บอยตรัย : โรงหนังที่ผมชอบ อยู่ที่หนังที่เขาเลือกมา พอเป็นหนังที่เราชอบ บวกเข้ากับสิ่งที่เราอยากดูมันก็จะดึงดูดคนที่ชอบอะไรเหมือนกันเข้ามาในพื้นที่นั้น เป็นพื้นที่ของกลุ่มคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน

ตั้ม : สิ่งที่ทำให้เกิดเป็นสถานที่ได้ มันมีสเปช มีคน และบวกด้วยกิจกรรม ซึ่งเฮาส์มันมีครบอยู่แล้ว พอมันปรากฎออกมาแล้ว แล้วเราเห็นภาพตัวบ้านด้วย ภาพต่อไปมันเป็นเรื่องของคนแล้วที่จะเข้ามาเติมเรื่องราวต่อไป ซึ่งความเป็นบ้านมันก็คืออันนี้แหละ พอเป็นบ้านมันคือการเติบโตไปพร้อมกับตัวคน

จ๋อง : บ้านมันควรจะเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรอ พื้นเราต้องเป็นรอยบ้าง เราใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นี่นา ชีวิตมันคือสิ่งเหล่านั้น มันมีร่องรอยของความผูกพันธ์ ความสุขความเศร้า

ตั้ม : แล้วหนังมันเป็นสะพานเชื่อม เหมือนส่งไปที่อื่นสองชั่วโมง พอออกมาเราก็เจอบ้านบรรยากาศของบ้าน เป็นสิ่งที่ทุกคนมีความทรงจำร่วมกัน บางคนเก็บตั๋วหนัง บางคนก็มาถ่ายรูป บางคนก็ลงสตอรี่กับสายฉีดชำระ ทุกอย่างมันคือการเติมเรื่องราวเข้าไป

ดูหนัง ทานป็อปคอร์น ดื่มกาแฟ ความสุขของคนรักหนังกับราคาที่จับต้องได้

จ๋อง : ป็อปคอร์นเราขึ้นราคาแล้วครับ และตอนนี้เราก็มีร้านกาแฟ Sometime blue ให้ทุกคนได้ดื่มกันระหว่างรอดูหนัง จริง ๆ ถ้าเทียบกับชาวบ้านเราก็ยังถูกอยู่ดี อย่างตอนนี้ราคาตั๋วขึ้นมา 40% ราคาปกติก็อยู่ที่ 160 บาท ถ้าเป็นสมาชิกเฮาส์ก็ลดเหลือ 140 บาท คือจริง ๆ คิดอย่างนี้ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะคืนทุนเนอะ แต่ก็ไม่อยากทำให้มันแพงเกินไป เราก็คิดว่าขึ้นแค่เท่าราคาที่มันสมเหตุสมผล เนื่องจากเดิมมันขาดทุนมาก ๆ

จ๋อง : เพราะจุดเริ่มต้นเราไม่ได้มองว่าอยากจะผลักดันให้คนรู้จักหนังมากขึ้น ตอนแรกผมกับอุ๋ยคิดจะทำโรงหนังนี้ด้วยแพชชันล้วน ๆ เลย เพราะเราแค่อยากให้มีโรงหนังแบบนี้บ้างในประเทศเรา ไม่ได้มีความคิดว่าเราจะต้องเป็นผู้บุกเบิก ผลักดัน ถ้าไม่มีใครทำเราคงต้องทำเอง แล้วก็หวังว่ามันจะอยู่ได้นานเท่าที่จะนานได้ คิดว่าอยู่สักสิบปีก็พอละ ก็เท่แล้วล่ะ แต่มันก็มาไกลกว่าที่เราคิด

หลังจากนั้นก็เป็นเรื่อง ทำอย่างไรให้มันเซอร์วิสคนได้ดีที่สุด พอย้ายมาเราก็คิดว่าเราควรบริการคนมากขึ้นหน่อยไหม จองตั๋วได้ มีแอปพลิเคชันขึ้นมา ให้คนได้ใช้งานสะดวกขึ้น เราไม่ได้มองเรื่องมาร์เก็ตติ้ง เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่ควรจะทำ อย่างที่นี่โรงของเราก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และปริมาณที่มากขึ้น ถึง 3 โรง คือโรง 3, 4, 5 เราเริ่มนับที่โรง 3 เพราะโรง 1, 2 อยู่ที่อาร์ซีเอ โรงใหญ่สุดคือ โรง 3 มี 176 ที่นั่ง ตอนแรกเราอยากให้มี 200 ที่นั่ง แต่ออสวางได้ 176 ที่นั่ง

ออส : เพราะเราอยากให้คนดูได้นั่งดูหนังอย่างสบายเหมือนโรงเดิมครับ

คมสัน : ที่นี่เรามีสามโรง ก็เลยพยายามทำให้ภายในแต่ละโรงมีความแตกต่างกัน ที่ชอบที่สุดของเฮาส์เดิม ที่ใครไปก็จะรู้สึกว่ามันมีเบาะที่นั่งสบายแบบไม่ได้เจอที่อื่น เราก็เลยยกมาไว้ที่นี่ซะเลย (หัวเราะ) ซึ่งโรง 3 กับ 5 ก็จะมีเก้าอี้เดิมที่เรายกมาวางไว้ที่นี่ ใครที่คิดถึงประสบการณ์ความสบายที่เฮาส์เดิมก็มาสัมผัสได้ที่สองโรงนี้ เราจัดวางคละกับเก้าอี้ใหม่ที่เราพยายามเลือกให้นั่งสบายคล้ายกับเก้าอี้เดิม

จ๋อง : อย่างโรง 5 เราก็จะมี love seats แบบนั่งคู่ แต่บางแถวก็เป็นที่นั่งสำหรับ 3 คน

หัวใจของบ้าน ที่ขาดไม่ได้ 

ออส : จริง ๆ ที่มีสายฉีดชำระเนี่ยมันผิดหลักห้องน้ำ Public นะ เพราะห้องน้ำต้องแห้ง แต่ตอนเราเลือกเราก็เลือกจากพฤติกรรมการใช้งานของคน เพราะฉะนั้นที่นี่เลยมีสายฉีดชำระ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นคาแร็กเตอร์ของเฮาส์อยู่แล้ว

จ๋อง : อย่างห้องน้ำ ที่เฮาส์เดิม ก็เป็นปมด้อยอีกหนึ่งเรื่องของเรา พอย้ายมาใหม่ก็เลยทำให้มันดี ๆ หน่อยแล้วกัน อยากมีห้องน้ำที่อยู่ในโรงหนัง มีห้องน้ำที่ไม่ไกลคนดูมาก แล้วพื้นที่ห้องน้ำที่นี่ก็ใกล้โรงหนังเลย อุ๋ยก็เลยบอกว่างั้นลองคุยกับ COTTO ไหม เขาเพิ่งออก Collection ใหม่ชื่อ “OVAL” ที่ออกแบบโดยคุณ Naoto Fukasawa เขาเป็นนักออกแบบชื่อดังที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ผมเลยบอกว่าเอาเลย อยากได้ห้องน้ำดี ๆ เลยให้ออสไปวางมา เอาแบบพอดี ๆ ให้คนใช้ได้ มีอ่างล้างมือ ก็อกน้ำ สุขภัณฑ์ มีสายฉีดชำระ แล้วก็เริ่มมีคนพูดถึงว่า ห้องน้ำเราเป็นที่เดียวในย่านนี้ที่มีสายฉีดเลยนะ (หัวเราะ)

ออส : พอรู้ว่าพี่จ๋องเลือกใช้สุขภัณฑ์ OVAL Collection ของ COTTO นี้มาไว้ที่ House Samyan ผมก็ดีใจมาก เพราะอยากใช้กับงานออกแบบมานาน ยิ่งงานนี้ดีไซน์โดย คุณ Naoto Fukasawa นักออกแบบระดับโลกที่เราชื่นชอบงานของเขาเป็นส่วนตัวอยู่แล้วด้วย ในขณะที่เราวางคอนเซปต์ของเฮาส์ สิ่งที่เราตั้งใจจะใช้ก็ต้องเป็นของที่ Friendly มีความ Warm and Elegance แต่จับต้องได้ ซึ่ง Collection นี้ของ COTTO ก็ตอบโจทย์ เพราะงานของเขาเป็นงานที่ตั้งใจถ่ายทอดความงดงาม และออกแบบการใช้งานภายใต้ดีไซน์เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ ด้วยแนวคิดแบบมินิมอล ที่เป็น Signature ของคุณ Naoto อยู่แล้ว

คมสัน : คืองานดีไซน์ของคุณ Naoto ถ้าเทียบกับเฮาส์เนี่ยมันมีความเหมือนกันอยู่ อย่างตอนเราทำเฮาส์ เราก็พยายามทำออกมาให้มันดูเรียบง่าย แต่ถ้าดูดี ๆ ก็จะมีดีเทลให้ชวนคิดอยู่เหมือนกันนะ อย่างห้องน้ำพอมีสุขภัณฑ์ที่เป็น Oval Collection ของคุณ Naoto มาวางอยู่มันก็ดูกลมกลืน ไปด้วยกันได้ อย่างพอเราเดินผ่านบรรยากาศทั้งหมดของเฮาส์เข้าไปในห้องน้ำ ก็ยังดูเป็นเรื่องเดียวกัน เจ๋งดี

ออส : อย่างกระจก เราก็ตั้งใจดีไซน์ตำแหน่งการติดตั้งให้กระจก OVAL ที่เป็นวงรีได้โชว์ความ Elegance ได้อย่างมีมิติมากขึ้น ไม่ได้วางหันหน้าชนกันทั้งหมด ซึ่งมันทำให้เวลาเรายืนอยู่หน้ากระจกก็จะเห็นภาพสะท้อนของกระจกที่ซ้อนกันอยู่ ยิ่งเปิดไฟก็จะทำให้กระจกมีมิติที่แตกต่างกันไป

ห้องน้ำสะท้อนตัวตน

ออส : ถ้าเราดูบรรยากาศโดยรวมของเฮาส์ปัจจุบัน ห้องน้ำเราก็เป็นแบบนั้นอยู่เหมือนกัน คือเราไม่ได้ประดับประดาอะไรเยอะมากเกินไป เน้นความเรียบง่าย อบอุ่น เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มันใช้งานได้ และตอบสนองการใช้งานของคนจริง ๆ

คมสัน : มันก็จะมีสิ่งนึงที่ครอบคลุมทั้งหมด คือคอนเซปต์ของความอบอุ่น และห้องน้ำที่เฮาส์ก็ยังดูอบอุ่นนะ เป็นคอนเซปต์หลักของเฮาส์ที่ครอบคลุมทุกส่วน มีความ Elegance แต่ก็ยังให้ความรู้สึก Warm และ Welcome อยู่

ความผูกพันธ์ที่ยังอยู่

ออส สุเมธ : หลาย ๆ ส่วนเราก็ดึงเอา Element เพื่อให้คนนึกถึงเฮาส์เดิม ถ้าสังเกตดี ๆ ก็จะเห็น

ตั้ม :  ความรู้สึกก็คือเราก็มองว่าเป็นบ้านที่เฮาส์นี่แหละ เพียงแต่พอเราถอยออกมา เราก็จะเห็นตัวบ้านมากขึ้น เราจะเห็นหลังคา ที่เริ่มประกอบกันเป็นภายนอกภายใน

บอยตรัย : เราจะชอบคิดว่า พอโรงหนังเสร็จพวกเราก็จะได้มาดูหนังในโรงที่เราออกแบบด้วยกัน เราจะชอบนึกถึงบรรยากาศของคนดู ว่าวันนึงเราจะได้มาดูที่นี่ ได้เห็นมุมเล็ก ๆ ที่พวกเราออกแบบมันก็เป็นความชื่นใจนะ

คมสัน : เรารู้สึกว่าเราทำโรงหนัง วันที่มีคนมาดูเราก็รู้สึกว่า เจ๋งดีนะ เป็นความรู้สึกชื่นใจ วันแรกก็มาดูเลย พอได้มานั่งก็ โห มันมีวันนี้จนได้เนอะ แต่มันก็ยังไม่เสร็จหรอก

ตั้ม : บ้านเราเองเรายังต้องซื้ออะไรเข้าบ้าน ลองวางโต๊ะเก้าอี้ตรงนั้น ว่ามันดีไหม

บอย : ลองใช้งานดูแล้วก็ปรับไปเรื่อย ๆ

จ๋อง : จริง ๆ คิดอย่างนั้นจริง ๆ ให้มันเปิดฉายให้ได้ก่อนเนอะ แล้วเราก็ปรับกันไป อย่างโปรแกรมหนังเราก็จะปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ หมดเดือนตุลาคมนี้ไปก็หมดโปรบุฟเฟต์ แต่ก็มีสิ่งใหม่ที่เฮาส์สามย่าน คือเรามีโปรแกรมหนังคลาสสิคทุกเดือน หนังคลาสสิคที่เราอยากดูเราก็จะเอากลับมาฉาย อย่างตอนนี้ก็เป็นเรื่อง Forrest Gump แล้วก็จะมีเทศกาลหนังทุก ๆ สามเดือน ครับ

ติดตามข่าวสาร House Samyan ได้ที่ www.housesamyan.com  หรือ Download Application House Cinema  และ หากสนใจ OVAL Collection สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cotto.com/oval หรือติดต่อสอบถามได้ที่ Line @COTTOlife (มี @ นำหน้า)