โรบินสัน ประเดิมรุกตลาดเครื่องสำอาง จัดบี๊กอีเว้นท์ เอาใจกลุ่มบิวตี้เลิฟเว่อร์ ในแคมเปญ ‘ROBINSON BEAUTY WORLD 2019’ [PR]

นางสาวนภจิรา วัชรประภาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสินค้า บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจเครื่องสำอาง นับเป็นกลุ่มธุรกิจที่มียอดขายและอัตราการเติบโตที่ดีติดอันดับ Top ของโรบินสันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรบินสันมีการวางเป้าหมายให้กลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้า Growth Driver ของบริษัทในอนาคต สำหรับในครึ่งปีแรก 2562 ที่ผ่านมา ภาพรวมกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางยังคงมีอัตราการเติบโตในทิศทางที่น่าพอใจ แม้จะต้องเผชิญกับช่วงภาวะสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอางระดับพรีเมี่ยมที่ยังคงรักษาอัตราการเติบโตไว้ได้ เนื่องจากมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น และกลุ่มเครื่องสำอางระดับกลางที่ยังมีโอกาสในการขยายตัวเพิ่มเติม ด้วยการนำแบรนด์ใหม่ๆ เพิ่มเข้าสู่ช่องทางห้างสรรพสินค้า เพื่อเป็นทางเลือกแก่นักช้อป ซึ่งส่งผลให้ สามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น

ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลัง 2562 โรบินสัน มีแผนจะเดินเกมรุกตลาดเครื่องสำอางอย่างต่อเนื่อง ประเดิมด้วยการเดินหน้าสร้างประสบการณ์โลกแห่งบิวตี้ จัดบิ๊กอีเว้นท์เอาใจกลุ่มบิวตี้เลิฟเว่อร์ ในแคมเปญ ‘ROBINSON BEAUTY WORLD 2019’ (โรบินสัน บิวตี้ เวิล์ด 2019) ที่จัดขึ้นในคอนเซ็ปต์ ‘BEAUTY PARTY’ กับการผนึกกำลังแบรนด์เครื่องสำอาง ทั้งกลุ่มเมคอัพ, สกินแคร์ และน้ำหอมชั้นนำกว่า 70 แบรนด์ เพื่อร่วมอัพเดทเทรนด์ความงาม และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของเครื่องสำอาง ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2562 ที่ชั้น 1 เซ็นเตอร์ คอร์ท ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ โดยมีแบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์น้องใหม่ที่น่าจับตามองเข้าร่วมกว่า 10 แบรนด์ อาทิ แบรนด์ INGLOT, TONY MOLY, DII รวมทั้งแบรนด์ที่มีความโดดเด่นเรื่อง BEAUTY SERVICE อย่างแบรนด์ TAKE CARE มาให้บริการนักช้อป อีกทั้งแบรนด์ชั้นนำที่เป็นไฮไลท์อย่าง…

แบรนด์ LAMER ที่ได้เตรียมผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ที่ชวนบิวตี้เลิฟเว่อร์มาร่วมค้นพบการเปลี่ยนแปลงสู่การฟื้นบำรุงผิวใหม่ จากผลิตภัณฑ์ THE TREATMENT LOTION ที่มอบความชุ่มชื้น เปล่งประกาย สู่ผิวสวย และเตรียมผิวให้พร้อมในขั้นตอนต่อไป ในขนาดพิเศษ 200 มล. ราคา 6,300 บาท

ด้านแบรนด์ THREE ที่งานนี้ขอมอบทฤษฎีบทใหม่ของการทำความสะอาดผิวหน้าแก่นักช้อป กับคุณค่าจากธรรมชาติถึง 87% นับเป็นคลีนซิ่งออยล์ล้างหน้าที่มอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับผิวหน้า มอบสัมผัสอ่อนโยนแต่เปี่ยมประสิทธิภาพในการทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด โดดเด่นที่ความอ่อนโยนด้วยเนื้อสัมผัส และสีที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยส่วนผสมจาก ORGANIC JAPANESE TEA SEED OIL น้ำมันสกัดจากเมล็ดชาจากประเทศญี่ปุ่น รักษาคุณค่าและคุณสมบัติของส่วนผสมด้วยวิธีการเก็บด้วยมือ และใช้กรรมวิธีการสกัดเย็นเพื่อให้ได้น้ำมันที่บริสุทธิ์ ปลอดภัย ปราศจากเคมี อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายที่ผสานคุณค่าจาก ESSENSIAL OIL บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ THREE ในการปรับสมดุลองค์รวม มอบความงามจากภายในสู่ภายนอกให้คุณได้งดงามอย่างยาวนานและยั่งยืน ในปริมาณ 120 มล. ราคา 2,200 บาท

ส่วนแบรนด์ CLARINS จะมาเผยความงามแห่งเรียวหน้า V ที่สวยอย่างเป็นธรรมชาติ กับ FACIAL LIFT CURVY ที่จะทำให้ผิวหน้ากระชับ ดูสดชื่น มีชีวิตชีวา ซึ่ง 95% ของผู้หญิงเอเชีย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ใบหน้าดูงดงามได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติ ในปริมาณ 50 มล.ราคา 3,300 บาท

ด้านแบรนด์ SHISEIDO จะมาเผยผลลัพธ์อนาคตผิวสวยด้วยนวัตกรรมอันก้าวล้ำแห่งการบำรุงผิว IMUGENRATION TECHNOLOGY ผสานการทำงานร่วมกับ REISHI MUSHROOM EXTRACT ช่วยดูแลปัญหาผิวเสียจากมลภาวะจากแสงแดด ฝุ่นควัน และความเครียด มอบผลลัพธ์ผิวสวยเนียนนุ่ม รู้สึกยืดหยุ่น ดูสุขภาพดี กับ ULTIMUNE POWER INFUSING CONCENTRATE ที่มีให้เลือก 3 ขนาด ขนาด 30 มล. ราคา 2,600 บาท ขนาด 50 มล. ราคา 3,900 บาท และขนาด 75 มล. ราคา 5,300 บาท

และแบรนด์ LANCOME ที่งานนี้จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ADVANCED GÉNIFIQUE LIGHT-PEARL™ EYE & LASH CONCENTRATE เซรั่มฟื้นบำรุงผิวรอบดวงตาให้ดูเรียบเนียน เปล่งประกาย สดใส พร้อมบำรุงขนตาให้แข็งแรง ยาว และหนาขึ้นภายใน 4 สัปดาห์ พร้อม 3 คุณสมบัติที่ทางแบรนด์ได้รังสรรค์ขึ้นมาให้ทุกท่านได้มาร่วมพิสูจน์ กับคุณสมบัติที่ 1 เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้ใช้กับรอบดวงตา จึงได้พัฒนาให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสที่อ่อนโยนมากยิ่งขึ้น ลดปัญหาการระคายเคือง พร้อมคุณสมบัติที่ 2 มอบความแข็งแรงให้กับขนตา เพราะเซรั่มมีเทคโนโลยีส่วนผสมใหม่ที่เป็นอาหารบำรุงขนตา นอกจากจะให้ผลลัพธ์คืนความชุ่มชื้นแก่ขนตาแล้ว ยังทำให้ขนตาแข็งแรงขึ้นจนคุณสัมผัสได้ ทั้งยังลดรอยหมองคล้ำ ลดริ้วรอยรอบดวงตา และลดความบวมใต้ตา ซึ่งส่งผลให้สาวๆจะมีดวงตาที่ดูโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สุดท้ายกับคุณสมบัติที่ 3 นั่นก็คืออุปกรณ์นวดทรงไข่มุกหรือ Light Pearl ที่ออกแบบให้คุณได้นวดดวงตาเพื่อฟื้นบำรุงรอบดวงตาและรากขนตาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจำหน่ายในราคา 2,900 บาท ซึ่งบิวตี้เลิฟเว่อร์สามารถเข้ามาลองให้ทางผู้เชี่ยวชาญได้ปรนนิบัติรอบดวงตาเพื่อความผ่อนคลายกันได้

โดย โรบินสัน ได้เตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษมาให้เหล่าบิวตี้เลิฟเว่อร์ได้สัมผัสกับประสบการณ์โลกแห่งความสวยได้อย่างจุใจ กับไฮไลท์โปรโมชั่น ลด เครื่องสำอางและน้ำหอมสูงสุด 50% ลดเพิ่ม 10 – 15 % จากแบรนด์ชั้นนำ ช้อปครบรับฟรี บัตรของขวัญสูงสุด 3,000 บาท และรับฟรี Beauty Tote Bag Limited Edition มูลค่า 690 บาท เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท สมาชิกเดอะวัน รับบัตรของขวัญเพิ่มสูงสุด 10% สำหรับสุดยอดนักช้อป รับบริการต่อขนตา จาก TAKE CARE ฟรีทุกวัน (จำกัด 1 ท่าน/วัน) พร้อมรับอภิสิทธ์พิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำ ลดและรับคืน รวมสูงสุด 33%

อีกทั้งยังจัดให้มีโซนพิเศษเพื่อสร้างประสบการณ์โลกแห่งบิวตี้แก่เหล่าบิวตี้เลิฟเว่อร์ ได้แก่ บริการ LASH GURU บริการแนะนำเทคนิคการตัดแต่งและติดขนตาปลอมอย่างถูกวิธีให้สวยรับกับดวงตา บริการ FRAGRANCE BAR บริการให้ลูกค้าได้ทดลองน้ำหอมอย่างอิสระ พร้อมให้ข้อมูลน้ำหอมแต่ละแบรนด์ เพื่อให้นักช้อปได้ตัดสินใจเลือกช้อปน้ำหอมที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างแท้จริงอีกด้วย

ซึ่ง โรบินสัน วางแผนที่จะนำแคมเปญ ‘ROBINSON BEAUTY WORLD 2019’ หมุนเวียนไปให้ลูกค้าในต่างจังหวัดได้ร่วมอัพเดทเทรนด์ความงาม และสัมผัสกับนวัตกรรมของเครื่องสำอางแบรนด์ใหม่ๆ กันแบบใกล้ชิดที่สาขาในภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ สาขาเชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น และชลบุรี นอกจากนี้สำหรับนักช้อปที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ หรือต้องการช้อปปิ้งต่อหลังงาน โรบินสัน ยังมีบริการ ROBINSON SHOP ONLINE เพื่อสร้างประสบการณ์โลกแห่งบิวตี้แก่นักช้อปอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ซึ่งไม่ต่างจากการมาช้อปที่ห้าง อาทิ ROBINSON BEAUTY PRIVILEGE, The 1 CARD และโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นการตอกย้ำในการก้าวสู่การเป็น OMNI – CHANNEL ที่สมบูรณ์แบบของโรบินสัน

“โรบินสัน มั่นใจว่าแคมเปญ ROBINSON BEAUTY WORLD จะได้รับความสนใจ และการตอบรับจากเหล่าบิวตี้เลิฟเว่อร์เป็นอย่างดี โดยคาดว่าแคมเปญฯ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันยอดขายของกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางของโรบินสันให้เติบโตในทิศทางบวกตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งจะสามารถสร้างสีสันและกระแสให้แก่ตลาดเครื่องสำอางในครึ่งปีหลัง 2562 ได้อย่างต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกอีกด้วย” นางสาวนภจิรา กล่าวสรุป